ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานการพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี รายวิชา ช่างเดินสาย

การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) แบบแผนการวิจัย Pre-
Experimental Research Designs) เป็นหนึ่งกลุ่มทดสอบก่อนหลัง One Group Pretest-Posttest
Design มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) พัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคารให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการเรียนด้วยหนังสือ อ่านเพิ่มเติม ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร ห้อง 5/5 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร อำเภอ พิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 25520 จำนวน 30 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการประกอบด้วย 1) หนังสือ อ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพเทคโนโลยี ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร จำนวน 6 เล่ม 2) แผนการจัดการเรียนรู้ หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร จำนวน 12 แผน 3)แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหนังสืออ่านเพิ่มเติม แบบเลือกตอบชนิด 4 ตัวเลือกจำนวน 40 ข้อ 4) แบบทดสอบหลังเรียนของหนังสืออ่านเพิ่มเติม แบบปรนัยเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 6 เล่มๆ ละ 10 รวม 60 และ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้า จำนวน 15 ข้อ การวิเคราะห์ข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบที (t–test) และแบบ Dependent
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
และเทคโนโลยี รายวิชา ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคารชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่า มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 80.86/85.23 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80 2)ผล การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี รายวิชา ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคารชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 คะแนนหลังเรียนสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01 และ 3) ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการเรียนด้วยผลการพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี รายวิชา ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคารชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียน ภาพรวมอยู่ในระดับมาก( = 4.32, S.D.= 0.94)
บทนำ

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 มาตรา 32 กำหนดแนวทางในการจัดการศึกษาไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด ฉะนั้น ครู ผู้สอน และผู้จัดการศึกษาจะต้องเปลี่ยนแปลงบทบาทจากการเป็นผู้ชี้นำ ผู้ถ่ายทอดความรู้ ไปเป็นผู้ช่วยเหลือ ส่งเสริม และสนับสนุนผู้เรียนในการแสวงหาความรู้จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ และให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้เรียน เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้สร้างสรรค์ความรู้ของตน
กลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยีเป็นกลุ่มประสบการณ์ที่มุ่งให้ผู้เรียนมีนิสัยรักงาน เห็นประโยชน์ของการทำงาน ทำงานเป็น ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ อันจะนำไปสู่การดำรงชีวิต พึ่งตนเองได้และเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพจึงต้องปลูกฝังให้มีคุณลักษณะ คือ เป็นผู้มีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์เบื้องต้นเกี่ยวกับการทำงานในชีวิตประจำวัน และงานที่เป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพ มีทักษะในการใช้เครื่องมือ และทักษะในกระบวนการทำงานอย่างมีแบบแผนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น ช่วยเหลือผู้อื่นได้ตามควรแก่วัย มีนิสัยที่ดีในการทำงานรู้จักพึ่งตนเอง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีการปรับปรุงผลงานและกระบวนการทำงานให้ดีขึ้นอยู่เสมอ
ลักษณะของสื่อการเรียนรู้ที่จะนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ควรมีความหลากหลาย ทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และสื่ออื่น ๆ ซึ่งช่วยส่งเสริมให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีคุณค่า น่าสนใจ ชวนคิด ชวนติดตาม เข้าใจได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น รวมทั้งกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักวิธีการแสวงหาความรู้ เกิดการเรียนรู้อย่างกว้างขวาง ลึกซึ้งและต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อให้การใช้สื่อการเรียนรู้เป็นไปตามแนวการจัดการเรียนรู้ และพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง
เมื่อสุกัญญา สุวรรณนาคินทร์และคณะ (2538) ได้ศึกษาความพร้อมและความต้องการสื่อการเรียนการสอนในวิชาการงานและอาชีพช่างอุตสาหกรรม ของโรงเรียนมัธยมศึกษาจำนวน 462 โรงเรียน พบว่า โรงเรียนส่วนใหญ่มีปัญหาการจัดการเรียนการสอนในวิชาการงานและอาชีพ ในเรื่องาขาดสื่อการเรียนการสอน ร้อยละ 83.12 ขาดเครื่องมือและอุปกรณ์ ร้อยละ 78.57 ขาดงบประมาณในการจัดสื่อการเรียนการสอน ร้อยละ 60.82 ขาดวัสดุฝึก ร้อยละ 60.38 และขาดอาจารย์ที่มีความรู้ความชำนาญ ร้อยละ 43.94 เมื่อผู้ศึกษาได้เข้าร่วมสังเกตการณ์และได้สัมภาษณ์กรรมการผู้ควบคุมรวมทั้งนักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันทักษะช่างอุตสาหกรรมงานเดินสายไฟฟ้าบนแผงไม้ จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2538 ถึง ปีการศึกษา 2540 ได้ข้อสรุปว่า ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบคือวงจรไม่ทำงานและการเดินสายไฟฟ้ายังไม่ประณีตเรียบร้อย
จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลของนักเรียนในฐานะผู้รับผิดชอบการศึกษา ขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลแต่ละด้านจากเอกสารต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้
จากการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา พบว่า
1.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คือ นักเรียนขาดความสนใจในการเข้าร่วมกิจกรรมจะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ
2.คุณลักษณะที่พึงประสงค์ไม่เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากนักเรียนขาดทักษะ การปฏิบัติงานการเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร ทำให้การเดินสายไฟฟ้าในอาคารไม่ถูกต้องตามขั้นตอน และไม่ประณีตสวยงาม
3. การจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ การศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ส่วนมากไม่ได้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สื่อที่นำมาใช้ไม่ทันสมัย ไม่สามารถจูงใจนักเรียนได้
จากความสำคัญดังกล่าว ผู้รายงานจึงได้ศึกษาหลักการทฤษฎีที่เกี่ยวข้องและวางกรอบการพัฒนาการเรียนการสอนโดยยึดการเรียนการสอนในสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร รายวิชา ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร ชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 5 เป็นแนวทางในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้มีคุณลักษณะตามที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และหลักสูตรสถานศึกษา พ.ศ. 2544 ต้องการโดยการศึกษาเทคนิควิธีการสอนแบบต่าง ๆ ตลอดจนศึกษาวิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษาสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี จัดทำแผนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้วิธีการสอนและการประเมินผลที่หลากหลาย เน้นกระบวนการทำงานและสร้างค่านิยมในการทำงานให้กับผู้เรียน พัฒนาสื่อการเรียนการสอนโดยจัดทำหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร จำนวน 6 เล่ม เป็นสื่อในการเรียนการสอน นอกจากนั้นผู้รายงานได้น้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาบูรณาการในการเรียน การสอนเพื่อให้ผู้เรียนเป็นคนดีใช้คุณธรรมนำความรู้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันและอนาคตต่อไป

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้รายงานได้ตั้งวัตถุประสงค์ไว้ดังนี้
1. เพื่อพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร รายวิชา ช่างเดินสายไฟฟ้าอาคาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ชุดช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร รายวิชา ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร โรงเรียนพิบูลมังสาหาร สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม
3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ที่เรียนรายวิชา ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร รหัสวิชา ง 40262 โดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม

วิธีการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research ) แบบแผนนของการวิจัยแบบหนึ่งกลุ่มสอบก่อนสอบหลัง( One group Pre-posttest Design) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ห้อง 5/5 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 30 คน โดยการสุ่มอย่างง่าย ( Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) หนังสือ อ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพเทคโนโลยี ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร จำนวน 6 เล่ม 2) แผนการจัดการเรียนรู้ หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร จำนวน 12 แผน 3)แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหนังสืออ่านเพิ่มเติม แบบเลือกตอบชนิด 4 ตัวเลือกจำนวน 40 ข้อ 4) แบบทดสอบหลังเรียนของหนังสืออ่านเพิ่มเติม แบบปรนัยเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 6 เล่มๆ ละ 10 รวม 60 และ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้า จำนวน 15 ข้อ

ผลการวิจัย

วัตถุประสงค์ข้อ 1 เพื่อพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร ให้มีประสิทธิภาพ 80/80


ตารางที่ 1 ค่าประสิทธิภาพของหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร

ค่าประสิทธิภาพ จำนวนนักเรียน คะแนนเต็ม คะแนนรวม ร้อยละ ประสิทธิภาพ
ระหว่างเรียน/กระบวนการ ( )
30 120 2911 80.86 80.86
หลังเรียน/ ผลลัพธ์ ( )
30 40 409 85.23 85.23

จากตารางที่ 1 พบว่า หนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคารที่พัฒนาขึ้น มีค่าประสิทธิภาพกระบวนการ ( ) เท่ากับ 80.86และมีค่าประสิทธิภาพ ผลลัพท์ ( ) เท่ากับ85.23หรือมีค่าE1/E2 เท่ากับ 80.86/85.23โดยผ่านเกณฑ์ประสิทธิภาพที่กำหนดไว้คือ 80/80 ซึ่งยอมรับสมมติฐานการวิจัยข้อ 1 ที่กำหนดไว้


วัตถุประสงค์ข้อที่ 2 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร

ตารางที่ 2 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม

การทดสอบ N คะแนนเต็ม X S.D. t-test Sig
ก่อนเรียน 30 40 13.43 34.10 60.69 .000
หลังเรียน 30 40

จากตารางที่ 2 พบว่าคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติมของเรียนมีคะแนนผลการทดสอบพบว่าคะแนนหลังเรียนสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ซึ่งยอมรับสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 2 ที่กำหนดไว้

วัตถุประสงค์ข้อที่ 3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร

ตารางที่ 3 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนการสอน
ด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม
ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม
SD ระดับ ลำดับที่
1. ข้าพเจ้ามีความสุขที่ได้เรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุดช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร 4.60 0.49 มาก
ที่สุด 1
2. หนังสืออ่านเพิ่มเติมช่วยให้สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง 4.46 0.62 มาก 3
3. เนื้อหาของหนังสือส่งเสริมการอ่านมีรูปชัดเจนและเข้าใจง่าย 4.30 0.47 มาก 7
4. แบบฝึกหัดในแต่ละตอนของหนังสืออ่านเพิ่มเติมเหมาะสม 4.40 0.72 มาก 5
5. ข้าพเจ้าดีใจที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในวิชาช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร 4.16 0.91 มาก 9
6. ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคารทำให้ข้าพเจ้ายอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นมากขึ้น 4.46 0.62 มาก 3
7.ข้าพเจ้าสามารถเข้าใจเนื้อหาจากหนังสืออ่านเพิ่มเติม 4.23 0.85 มาก 8
8. ข้าพเจ้ามีความสุขในการปฏิบัติงานตามการเรียน 4.46 0.68 มาก 3
9. ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจที่เพื่อนๆให้ความสนใจมาสอบถามข้าเจ้าเกี่ยวกับช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร 4.23 0.85 มาก 8
10. ข้าพเจ้ามีความรู้พื้นฐานทางด้านช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคารมากขิ่งขึ้น 4.40 0.72 มาก 5
11. วิชาช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคารมีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ข้าพเจ้าได้วางแผนการทำงาน 4.16 0.94 มาก 9
12. ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคารฝึกให้ข้าพเจ้ามีความขยันและอดทน 4.36 0.80 มาก 6
13. ช่างเดินสายในอาคารช่วยให้ข้าพเจ้าใช้เวลาอย่างคุ้มค่า 4.26 0.90 มาก 7
14. ข้าพเจ้าภูมิใจในตัวของข้าพเจ้ามากที่สุด ที่ได้ปฏิบัติการเดินสายไฟฟ้าในอาคาร 4.43 0.72 มาก 4
15. ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคารสามารถมีรายได้อย่างคุ้มค่า 4.50 0.57 มากที่สุด 2
ภาพรวม 4.32 0.72 มาก
จากตารางที่ 3 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชุด ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคารโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก( =4.32, SD=0.72 ซึ่งยอมรับสมมติฐานข้อที่ 3 ที่กำหนดไว้ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ข้อที่สูงสุดคือข้อ 1 ข้าพเจ้ามีความสุขที่ได้เรียน เรื่องช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร ( =4.60, SD=0.49) รองลงมาคือข้อ15 ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคารสามารถมีรายได้อย่างคุ้มค่า ( =4.50, SD=0.57) และ ข้อ 2. หนังสืออ่านเพิ่มเติมช่วยให้สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ( =4.46, SD=0.62) และข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ข้อ 5. ข้าพเจ้าดีใจที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในวิชาช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร ( =4.16, SD=0.91) และข้อ11. วิชาช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคารมีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ข้าพเจ้าได้วางแผนการทำงาน( =4.16, SD=0.94)

ข้อเสนอแนะ
1. ข้อเสนอแนะในการสร้างหนังสืออ่านเพิ่มเติม
ในการดำเนินการสร้างหนังสืออ่านเพิ่มเติมให้มีประสิทธิภาพนั้นต้องคำนึงถึงข้อสำคัญดังนี้
1.1 ควรมีการจัดลำดับเนื้อหากิจกรรมให้ต่อเนื่องโดยคำนึงถึงวิธีสอน การจัดกิจกรรมจากง่ายไปหายาก เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการอ่านไปคิดไป และสามารถสรุปได้ด้วยตนเอง
1.2 การเสนอเนื้อหาความรู้ในแต่ละเรื่องควรกะทัดรัด ใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่นานจนเกินไปและเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน
1.3 หนังสืออ่านเพิ่มเติมควรมีแบบทดสอบย่อยและแบบฝึกกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติงาน
1.4 ควรมีภาพของจริง ภาพการ์ตูน ภาพกิจกรรมการปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้เรียนได้มีความคิดรวบยอดและสามารถปฏิบัติกิจกรรมและมีความรู้เพิ่มขึ้น

2. ข้อเสนอแนะในการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม
2.1 ก่อนนำหนังสืออ่านเพิ่มเติมไปใช้ ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน โดยเฉพาะผู้เรียนต้องอ่านคำชี้แจงให้เข้าใจและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดก่อนที่จะ เริ่มเรียนในแต่ละบทเรียน โดยครูควรเน้นย้ำให้ผู้เรียนมีความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ ความอดทน และควรมีระเบียบวินัยในการศึกษาและการทำงาน โดยเน้นให้ผู้เรียนนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในกิจกรรมการเรียนและการทำงานร่วมกัน
2.2 ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา เช่น ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ฝ่ายวิชาการโรงเรียน หัวหน้ากลุ่มสาระ ควรมีการจัดอบรมในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและการสร้างและพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม ให้แก่ครูและผู้เกี่ยวข้องกับการให้การศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีขนาดเล็กและมีจำนวนครูไม่เพียงพอกับจำนวนผู้เรียน ครูผู้สอนไม่ตรงสาขาวิชาที่เรียนมา เป็นการเผยแพร่แผนการจัดการเรียนรู้และการสร้างหนังสืออ่านเพิ่มเติมให้กว้างขวาง และให้มีความก้าวหน้าต่อไป
2.3 ในการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ผู้สอนควรเรียงลำดับจากบทที่ 1 ถึง บทที่สุดท้ายเพื่อความต่อเนื่องของเนื้อหาและความสามารถของผู้เรียน
2.4 หนังสืออ่านเพิ่มเติมที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้น สามารถใช้ในการเรียนการสอนได้เป็นระยะเวลานานหลายปีการศึกษา เทียบเท่ากับหนังสืออ่านเพิ่มเติมโดยทั่วไป

3. ข้อเสนอแนะในการศึกษาค้นคว้าครั้งต่อไป
3.1 ควรมีการสร้างหนังสืออ่านเพิ่มเติมในระดับชั้นต่าง ๆ และเนื้อหาวิชาอื่น ๆ เช่น คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ กลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยี
3.2 ควรมีการวิจัยเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านกับวิธีสอนแบบอื่น ๆ เช่น การจัดการเรียนการสอนตามเอกัตภาพ การจัดการเรียนการสอนเน้นประสบการณ์ การจัดการเรียนรู้ตามสภาพจริง การเรียนรู้โดยใช้โครงงาน การสอนโดยใช้เพลงและเกม เป็นต้น
3.3. ควรมีการศึกษาการใช้หนังสือเพิ่มเติมกับนักเรียนชั้นอี่นๆ

บรรณานุกรม

เกียรติสุดา ศรีสุข. การวิจัยชั้นเรียนเบื้องต้น. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2552.
จินตนา ใบกาซูยี. แนวการจัดทำหนังสือสำหรับเด็ก. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น , 2537.
-------- การเขียนสื่อการสอน. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น , 2542
ถวัลย์ มาศจรัส. การเขียนหนังสือส่งเสริมการอ่านและหนังสืออ่านเพิ่มเติม. กรุงเทพฯ : บริษัท
เลิฟ แอน ลิฟ เพรส จำกัด, 2535.
บุญชม ศรีสะอาด. การประเมินผลสื่อการสอน. คพ ศ.สปช. ฉบับที่ 4:23-29; สิงหาคม 2533.
--------การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น. 2545.

เผชิญ กิจระการ. “การวิเคราะห์ประสิทธิภาพสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (E1/E2),”
การวัดผลการศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 4(7) : 44-52 ; กรกฎาคม , 2544.
พิชิต ฤทธิ์จรูญ. การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : ม.ป.พ.,2543.
ภัทรา นิคมานนท์. การวิจัยทางการศึกษาและสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ : บริษัทอักษราภิพัฒน์, 2544.
เยาวดี วิบูลย์ศรี. การวัดผลและการสร้างแบบสอบผลสัมฤทธิ์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ :จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545.
ราชบัณฑิตสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พุทธศักราช 2525. กรุงเทพฯ : อักษร- เจริญทัศน์, 2538.
ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2542. กรุงเทพฯ : ศิริวัฒนาอินเตอร์พรินท์, 2546.
วรศักดิ์ ขันทอง. การพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมจริยธรรมด้านความเมตตากรุณที่มีการนำเสนอเนื้อหาในกรณีตัวอย่าง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา, 2544
--------คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพร้าว, 2546.
--------ผู้บริหารผู้นำการพัฒนาการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์อักษรไทย, 2542
วินัย รอดจ่าย. การเขียนและจัดทำสื่อหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน. กรุงเทพฯ : ตะเกียง, 2534.
สุชาติ เจริญฤทธิ์. การสร้างหนังสือส่งเสริมการอ่าน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง

ศรัญญา ไพรวันรัตน์. ผลการใช้หนังสือการ์ตูนที่ดำเนินเรื่องโดยตัวเอกที่นักเรียนคุ้นเคยและ พึงพอใจต่อมโนทัศน์ทางจริยธรรมด้านความซื่อสัตย์สุจริตของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา, 2544.
อมรรัตน์ เชิงหอม. การพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่องวันสำคัญของไทย กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. การศึกษาค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2541.

โพสต์โดย วิเชียร : [12 ส.ค. 2553]
อ่าน [1696] ไอพี : 118.175.13.76
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม