ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานการประเมินโครงการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านโปงทุ่ ปีการศึกษา 2551

ชื่อเรื่อง รายงานการประเมินโครงการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านโปงทุ่ง
ปีการศึกษา 2551
ผู้รายงาน นายพิชัย พิมุ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโปงทุ่ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาเชียงใหม่ เขต 5

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

การประเมินโครงการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านโปงทุ่ง ปีการศึกษา 2551 อำเภอดอยเต่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินโครงการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านโปงทุ่ง ปีการศึกษา 2551 ในด้านบริบท ด้านปัจจัย ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP Model)
ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ คณะครูโรงเรียนบ้านโปงทุ่ง จำนวน 5 คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 52 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 จำนวน 26 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามชนิดตรวจสอบรายการสำหรับคณะครู ผู้ปกครองนักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เกี่ยวกับสภาพการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในด้านบริบท ด้านปัจจัย ด้านกระบวนการ และ ด้านผลผลผลิต 2) แบบสอบถามชนิดตรวจสอบรายการสำหรับนักเรียนเกี่ยวกับสภาพ
การดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในด้านผลผลิต
การวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Windows เพื่อหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลจากแบบสอบถามที่เป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) แล้วนำเสนอข้อมูลในรูปตารางประกอบการบรรยาย
ผลการประเมินสรุปได้ ดังนี้
1. ผลการประเมินด้านบริบท
ผลการประเมินด้านบริบทของโครงการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนบ้านโปงทุ่ง
ปีการศึกษา 2551 พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
มีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.86 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.79 ซึ่งแยกเป็นรายข้อ ดังนี้
1.1 ความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ของโครงการกับแผนการดำเนินงานตามโครงการ พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงานอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.83 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.81
1.2 ความต้องการพัฒนาการประกันคุณภาพ พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงานอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.88 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.77
โดยภาพรวมพบว่า การดำเนินงานการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในมีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้บริหาร ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองนักเรียน รวมไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้มีส่วนร่วมในการวิเคราะห์สภาพปัญหาของโรงเรียน ระดมความคิดร่วมกันกำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการอย่างชัดเจน ทั้งมีการกำหนดภารกิจหลักตามงาน 4 งาน มอบหมายให้บุคลากรรับผิดชอบ และจัดทำแผนการใช้งบประมาณ และโครงการไว้ในแผนปฏิบัติการประจำปี นอกจากนี้โรงเรียนมีเครื่องมือตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษาครอบคลุมภารกิจการตรวจสอบ และมีความเชื่อถือได้ส่งผลให้การปฏิบัติงานบรรลุเป้าหมายและมีคุณภาพ
2. ผลการประเมินด้านปัจจัย
ผลการประเมินด้านปัจจัยของโครงการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านโปงทุ่ง
ปีการศึกษา 2551 พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
มีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงาน โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 3.16 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.95 ซึ่งแยกเป็นรายข้อ ดังนี้
2.1 ผลการประเมินด้านปัจจัย เกี่ยวกับบุคลากร พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 2.89 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.01
2.2 ผลการประเมินด้านปัจจัย เกี่ยวกับงบประมาณ พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 3.39 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.91
2.3 ผลการประเมินด้านปัจจัย เกี่ยวกับวิธีดำเนินโครงการ พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงานอยู่ในระดับ ปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 3.32 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.95
โดยภาพรวมสรุปได้ดังนี้ ผู้บริหารมีมนุษยสัมพันธ์กับผู้ปกครองและบุคลากรอย่างที่พึงทำให้ชุมชนเกิดความศรัทธาในโรงเรียนตลอดจนบุคลากรทุกคนมีความมุ่งมั่น สามัคคีต่อภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ทำให้การดำเนินงานบรรลุผล และบุคลากรมีขวัญกำลังใจที่ดี ส่งผลให้โครงการต่าง ๆ ประสบผลสำเร็จเป็นที่ยอมรับของชุมชน นอกจากนี้บุคลากรทางการศึกษาส่วนใหญ่มี การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ ส่วนด้านงบประมาณ โรงเรียนบริหารงบประมาณถูกต้องตามระเบียบราชการให้เกิดประโยชน์และบรรลุวัตถุประสงค์ที่ราชการกำหนด ทำให้การเงินบัญชีถูกต้อง ใช้งบประมาณด้านการพัฒนานักเรียนมากกว่าด้านอื่น ๆ เกิดผลดีกับนักเรียนโดยตรง แต่ว่าโรงเรียนมีข้อจำกัดด้านบุคลากรและงบประมาณ มีบุคลากรไม่เพียงพอ ไม่ครบชั้นเรียน ครูมีวุฒิไม่ตรงกับวิชาที่สอน ทำงานหลายหน้าที่ซึ่งไม่ใช่หน้าที่จัดการเรียนการสอน ทั้งนโยบายที่เร่งด่วน ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ทันตามกำหนดเวลา ทำให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไม่ครบถ้วนตรงตามมาตรฐานการศึกษา ส่วนเรื่องงบประมาณที่ได้รับจัดสรรค่อนข้างจำกัดทำให้ การบริหารด้านงบประมาณไม่สามารถจัดสรรได้ครอบคลุมและเพียงพอ ส่งผลให้โรงเรียนขาดแคลนสื่อการเรียนการสอนและเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงทำให้การดำเนินโครงการมีอุปสรรคบ้าง อย่างไรก็ตามเมื่อทราบปัญหา ผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่ายก็ช่วยกันระดมความคิดเพื่อแก้ปัญหาต่อไป
3. ผลการประเมินด้านกระบวนการ
ผลการประเมินด้านกระบวนการของโครงการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนบ้านโปงทุ่ง ปีการศึกษา 2551 พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
มีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.82 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.75 ซึ่งแยกเป็นรายข้อ ดังนี้
3.1 ผลการประเมินการบริหารโครงการ พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงานอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.84 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.73
3.2 ผลการประเมินการปฏิบัติตามโครงการ พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงานอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.81 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.71
3.3 ผลการประเมินการติดตามโครงการ พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงานอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.82 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.78
3.4 ผลการประเมินการปรับปรุงวิธีดำเนินงาน พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงานอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.83 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.77
โดยภาพรวมสรุปได้ดังนี้ โรงเรียนมีการวางแผนดำเนินโครงการร่วมกับชุมชน ทำให้โรงเรียนได้รับความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน ทั้งยังมีการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐานการศึกษาของโรงเรียน มีส่วนร่วมในการวางแผน การดำเนินงาน การประเมินผล กำกับ ติดตามการดำเนินงานโครงการอย่างสม่ำเสมอตลอดจนจัดให้มีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ส่งผลให้คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงาน อยู่ในระดับมาก
4. ผลการประเมินด้านผลผลิต
ผลการประเมินด้านผลผลิตของโครงการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านโปงทุ่ง ปีการศึกษา 2551 พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียน มีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 3.43 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.89 ซึ่งแยกเป็นรายข้อ ดังนี้
4.1 ผลการประเมิน ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนมีความคิดเห็นต่อสภาพ การดำเนินงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.56 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.82
4.2 ผลการประเมิน ผู้เรียนมีสุขนิสัย สุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และนักเรียนมีความคิดเห็นต่อสภาพ การดำเนินงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.75 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.85
4.3 ผลการประเมิน ผู้เรียนมีสุนทรียภาพ และลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนมีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.68 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.89
4.4 ผลการประเมิน ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์ พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนมีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 3.22 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.98
4.5 ผลการประเมิน ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนมีความคิดเห็นต่อสภาพ การดำเนินงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 3.03 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.94
4.6 ผลการประเมิน ผู้เรียนมีทักษะแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนมีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 3.33 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.93
4.7 ผลการประเมิน ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพที่สุจริต พบว่า คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนมีความคิดเห็นต่อสภาพการดำเนินงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 3.40 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.78
โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง โรงเรียนมีการติดต่อประสานงาน วางแผนร่วมกันกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียน ชุมชน ตลอกจนองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทำให้ได้รับความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน นอกจากนี้โรงเรียนมี การกำหนดภารกิจหลักตามงาน 4 งาน มอบหมายให้บุคลากรรับผิดชอบ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะ และมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มีความพึงพอใจในการดำเนินโครงการ แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่างที่มีข้อจำกัด เช่น บุคลากรไม่เพียงพอ ครูทำงานหลายหน้าที่ซึ่งไม่ใช่หน้าที่การเรียนการสอน และขาดบุคลากรบางสาขาวิชา รวมไปถึงนโยบายเร่งด่วน ไม่สามารถปฏิบัติได้ทันตามกำหนดเวลา มีงบประมาณน้อย การจัดสรรเงินแต่ละฝ่ายไม่เพียงพอกับความต้องการในการปฏิบัติงาน ส่งผลให้การดำเนินงานล่าช้า ไม่บรรลุผล ขาดการติดตามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุน ส่งเสริมให้มีการพัฒนาปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ จึงส่งผลให้การประเมินด้ายผลผลิตอยู่ในระดับปานกลาง
ข้อเสนอแนะในการนำผลการประเมินไปใช้
1. ครูผู้สอน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียน และบุคลากรภายนอกโรงเรียน มีความคิดเห็นต่อการดำเนินงานตามโครงการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน อยู่ในระดับมาก ดังนั้นควรส่งเสริมให้ความสำคัญและแสวงหาแนวทางและวิธีการที่จะกระตุ้นให้ครูและบุคลากร ที่เกี่ยวข้อง มีรูปแบบการดำเนินงานที่หลากหลาย เพื่อประสิทธิภาพของโครงการมากยิ่งขึ้นไปอีก
2. ด้านกระบวนการ ควรจัดทำแผนงานควบคุม ติดตามงานประกันคุณภาพ ตั้งคณะทำงาน ควบคุม ติดตามงาน กำหนดวิธีการประเมินระบบประกันคุณภาพภายใน ทำปฏิทินปฏิบัติงานตามแผนงานการประกันคุณภาพภายใน และรายงานผลการประเมินอย่างละเอียดทุกด้าน
3. ด้านผลผลิต ผู้เรียนมีสุขนิสัย สุขภาพ สุขภาพจิตที่ดี อีกทั้งยังมีความสามารถทางสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา โดยรวมอยู่ในระดับมาก จึงควรส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาความสามารถที่ตนมีให้ยิ่งขึ้นต่อไป โดยเฉพาะทางด้านกีฬา หรือดนตรี หากผู้เรียนมีความสามารถหรือความถนัดที่โดดเด่นก็สมควรที่จะส่งเสริมต่อไป
4. ด้านผลผลิต ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง มีวิสัยทัศน์ รวมทั้งมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร ผลการประเมินพบว่า สภาพการดำเนินงานจะอยู่ในระดับปานกลาง ดังนั้นหน่วยงานต้นสังกัด สถานศึกษาและผู้เชี่ยวชาญจึงต้องหายุทธศาสตร์ แนวทาง ตลอดจนวิธีการที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณภาพสูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เช่น การส่งครูและบุคลากรเข้ารับการพัฒนาวิชาชีพครูหลักสูตรต่างๆ การส่งเสริมการใช้ประเมินเพื่อพัฒนาเครื่องมือมาพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง มีวิสัยทัศน์ รวมทั้งเกิดการเรียนรู้ในเนื้อหาวิชาและทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร นอกจากนี้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับจะต้องให้ความสำคัญติดตามกำกับการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอนของกระบวนการ มีการประเมินผล วิเคราะห์ผล และนำผลไปปรับปรุงการดำเนินงานในโอกาสต่อไป
ข้อเสนอแนะในการประเมินครั้งต่อไป
1. ควรประเมินรูปแบบวิธีการดำเนินโครงการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเพื่อพัฒนาโครงการ
2. ควรมีการประเมินเชิงคุณภาพควบคู่กับการประเมินเชิงปริมาณ

โพสต์โดย chai : [22 ก.ย. 2553]
อ่าน [605] ไอพี : 110.49.205.11
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ท่องเที่ยวไทย
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม