ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานการวิจัยบทที่ 1 เรื่องการพัฒนาและผลการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่าน ของ นางกร

บทที่ 1

บทนำ

ภูมิหลัง

การจัดการศึกษาในยุคของการติดต่อสื่อสารอย่างไร้พรมแดน การอ่านหนังสือเป็นสิ่ง จำเป็นต่อการแสวงหาความรู้ของทุกคน เพราะหนังสือเป็นสื่อช่วยให้เข้าใจกันและกัน จึงควรที่
จะส่งเสริมการอ่านหนังสือให้เกิดขึ้นกับทุกคน จนเป็นนิสัย เพราะการอ่านหนังสือมิใช่ทักษะที่
จะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ต้องเรียนและฝึกฝนจนอ่านได้คล่องแคล่ว (แม้นมาส ชวลิต
และกานต์มณี ศักดิ์เจริญ. 2545 : 19-20) การอ่านถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างหนึ่งใน
การสื่อสารและช่วยให้มนุษย์ฉลาดสามารถเพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์ต่าง ๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาการของมนุษย์ ทั้งทางสติปัญญา อารมณ์และสังคม เป็นทักษะที่จำเป็นจะต้องฝึกฝน
ให้นักเรียน นักศึกษาสามารถนำทักษะเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารความรู้ความเข้าใจกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ (เสงี่ยม โตรัตน์. 2544 : 1) ซึ่งในปัจจุบันโอกาสที่เราจะได้สื่อสารกับผู้อื่นมีมากขึ้นเพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา การรับเอาเทคโนโลยีและวิชาการอ่านเป็นทักษะที่ซับซ้อน และต้องอาศัยการฝึกฝนเป็นอย่างดี เพราะทักษะเหล่านี้ไม่ใช่แต่เพียง
การสื่อสารผ่านตัวอักษรเท่านั้นแต่ต้องมีความเข้าใจด้วย ดังนั้น ทักษะการอ่านจึงจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนจากการเรียนในห้องเรียนจากครูผู้สอนจนชำนาญก่อนแล้วจึงไปฝึกเพิ่มเติมเองนอกห้องเรียน
การอ่านเป็นพื้นฐานของการศึกษาที่เพิ่มพูนความรู้ต่อการดำรงชีวิตประจำวันในโลกยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ มีเอกสารสิ่งพิมพ์ แหล่งเรียนรู้มากมาย ที่สามารถค้นคว้าหาความรู้ได้ด้วยการอ่าน กิจกรรมส่งเสริมการอ่านจึงเป็นกิจกรรมที่ทำให้นักเรียนเป็นนักอ่านที่ดีจะใช้ภาษาได้ดี
ทั้งด้านการพูด การเขียนและการเรียบเรียงระบบความคิดได้ดี เป็นการกระตุ้นให้นักเรียนเกิดแรงบันดาลใจและจิตนาการ ยังมีส่วนทำให้นักเรียนมีความคิดที่เป็นเหตุเป็นผล เข้าใจการโต้แย้งและนำสิ่งต่าง ๆ ที่รับรู้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ การอ่านเป็นการพัฒนาตนเอง ทำให้ตัวผู้อ่าน
มีความรู้ ความคิด วิจารณญาณ แล้วนำสิ่งที่ได้อ่านไปใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อก่อให้เกิดความเจริญทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และความคิด การอ่านทำให้เกิดความเพลิดเพลิน
การอ่านมี ความสำคัญต่อตนเอง เพราะการอ่านทำให้เราได้รับความรู้ ความเพลิดเพลิน มีความคิดทันโลกทันเหตุการณ์ และเข้าสังคมได้ดี การอ่านมีความสำคัญต่อสังคม เพราะคนในสังคมจำนวนมาก
จะได้รับความรู้ ความเพลิดเพลิน และความจรรโลงใจจากการอ่าน ฉะนั้น สาระที่อ่านในโอกาสสำคัญต่าง ๆ จะผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนไม่ได้ เกร์และโรเจอร์ ได้รวบรวมวัตถุประสงค์ของการอ่านไว้อย่างละเอียด คือ (1) เพื่อเป็นพิธี หรือการเพาะติดเป็นนิสัย (2) เพื่อฆ่าเวลาหรือใช้เวลาให้หมดไป (3) เพื่อทราบและเข้าใจเหตุการณ์ปัจจุบัน (4) เพื่อค่านิยมและความสุขส่วนตัวในขณะนั้น (5) เพื่อสนองความต้องการทางปฏิบัติในชีวิตประจำวัน (6) เพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านอาชีพและวิชาชีพ (7) เพื่อสนองความต้องการด้านสังคมและการเมือง เช่น การเป็นพลเมืองดี
(8) เพื่อการพัฒนาและปรับปรุงตนเอง ตลอดจนขยายพื้นฐานทางวัฒนธรรมของตนเอง
(9) เพื่อสนองความต้องการทางด้านปัญญา (10) เพื่อสนองความต้องการทางด้านจิตใจ
(กรมวิชาการ. 2546 : 49)
การอ่านนอกจากจะให้คุณค่าด้านความรู้ ความคิด และความบันเทิง อันเป็นประโยชน์เฉพาะของผู้อ่านแล้ว ยังเกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาตินับอเนกอนันต์
(มัทนา นาคะบุตร. 2542 : 6-7) กล่าวคือ
1. การอ่านหนังสือหรือสิ่งพิมพ์เป็นกุญแจสู่มรดกทางวัฒนธรรมและนำสู่วิทยา
การ วิทยาศาสตร์ การอ่านทำให้คนเข้าใจตนเอง และสังคม รู้จักการอยู่ร่วมกันในสังคม
การปรับตัว และเป็นส่วนที่ดีของสังคม
2. การอ่านช่วยสร้างความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจรับรู้ความเป็นไปและความก้าวหน้า ทางเทคโนโลยี ธุรกิจการค้า ตลาดหุ้นและการลงทุนทั้งปวง
3. การอ่านช่วยส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยให้มั่นคงได้ถ้าประชาชนมีความรอบรู้ รับรู้การสื่อสารข้อมูล รับรู้ทัศนะเลือกคิดและตัดสินใจได้อย่างเสรี มีเหตุผล
4. การอ่านช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคล การอ่านมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของบุคคลทุกสาขาวิชาชีพไม่ว่าจะเป็นแพทย์ ครู อาจารย์ นักกฎหมาย พ่อค้า นักธุรกิจ นักการฑูต นักการเมือง ฯลฯ การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากหนังสือ จะช่วยให้มีความสำเร็จในวิชาชีพได้
เป็นอย่างดี
5. การอ่านช่วยพัฒนาสังคม ประเทศใดมีประชากรที่รู้หนังสือและรักการอ่านจะทำให้คุณภาพชีวิตของประชากรในประเทศนั้นดีขึ้น ซึ่งก็จะทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองแก่สังคม
และประเทศชาติ
ปัจจุบันสังคมไทยขาดวัฒนธรรมในการอ่านและขาดปัจจัยสนับสนุนโดยคนไทยอ่านหนังสือน้อยมาก หากเทียบกับต่างประเทศ ซึ่งสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการอ่านของเด็ก
และ เยาวชนไทย อาจสรุปได้ 3 ประการคือ อ่านไม่ออก อ่านไม่เป็นและไม่อ่าน ซึ่งปัญหา
การอ่านไม่ออกนั้นคงต้องหาจุดแก้ไขในระบบการเรียนการสอนเริ่มตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล
เป็นต้นไป การอ่านไม่เป็นต้องแก้ไขทั้งระบบการจัดการศึกษา อย่างไรก็ตามปัญหาสำคัญที่สุดของการอ่านนั้นอยู่ที่ “ไม่อ่าน” เพราะแม้คนอ่านหนังสือออกก็ยังไม่ยอมอ่าน ดังนั้น จึงต้องรณรงค์เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ทั้งนี้ได้มุ่งเน้นให้สถานศึกษาต่าง ๆ ช่วยกันปลูกฝังให้นักเรียนรักการอ่าน โดยมีโรงเรียนต่าง ๆ ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอย่างจริงจัง จึงประสบความสำเร็จทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ จะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการได้มอบสิ่งที่ดี ที่สุดให้แก่นักเรียนตลอดมา
(เชวงศักดิ์ อุดมเดชเวทย์. 2549 : 1)
โรงเรียนเป็นสถานที่สำคัญรองมาจากครอบครัวที่จะต้องให้ความรักและความอบอุ่นเหมือนบ้าน เสริมสร้างความสนใจในการอ่านโดยจัดทำกิจกรรมที่จะส่งเสริมการอ่านในรูปแบบ ต่าง ๆ เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่าน ตลอดจนสร้างความสามารถในการอ่านให้กับเด็กอีก ผู้บริหาร โรงเรียนควรเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในเรื่องของการอ่าน (ฉวีวรรณ คูหาภินันท์. 2542 : 66) ต้องตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการอ่านจะต้องสนับสนุนให้มีห้องสมุดที่ได้มาตรฐานในโรงเรียนและจัดให้มีมุมหนังสือในห้องเรียน จัดสรรงบประมาณสำหรับห้องสมุดในการจัดซื้อ ครุภัณฑ์ที่เหมาะสม จัดซื้อของเล่น หนังสือเด็ก เกมเสริมสมอง หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ โสตทัศวัสดุอุปกรณ์และสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่าง ๆ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซีดี-รอม อินเทอร์เน็ต ฯลฯ เพื่อให้บริการผู้อ่านได้ตรงกับวัย ความรู้ความสนใจและความต้องการของผู้อ่านในโรงเรียน จัดหาบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดที่มีความรู้ ทางบรรณารักษ์ศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ มาจัดห้องสมุดให้สมบูรณ์ ถูกต้อง สะอาดสวยงามกว้างขวาง มีที่นั่งอ่านหนังสือเพียงพอติดรูปภาพและป้ายคำขวัญเชิญชวนเข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุด จัดนิทรรศการหมุนเวียนตามวันสำคัญต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา จะช่วยดึงดูดความสนใจให้ผู้อ่านอยากเข้าไปใช้ห้องสมุด สำหรับโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนประถมศึกษา ควรมีห้องสมุดของเล่นที่เสริมสมองและพัฒนาการกล้ามเนื้อ การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีของบรรณารักษ์ห้องสมุดมีส่วนสำคัญที่ช่วยดึงดูดความสนใจให้ผู้อ่านอยากเข้าไปอ่านในห้องสมุดเช่นเดียวกัน บรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดควรให้บริการด้วยความเต็มใจ สะดวกรวดเร็ว
มีจรรยาบรรณของบรรณารักษ์ มีบริการต่าง ๆ ที่ช่วยเหลือผู้อ่าน เช่น บริการตอบคำถามและช่วยค้นคว้าเมื่อผู้อื่นมีปัญหาเกี่ยวกับการอ่านการค้นคว้าและเขียนรายงาน บริการสอบถามใช้ห้องสมุด บริการจองหนังสือ บริการยืมระหว่างห้องสมุด บริการโสตทัศนวัสดุ บริการให้ผู้ปกครองยืมของเล่นไปเล่นที่บ้านก่อน ให้เด็กยืมไปเล่นบริการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และบริการอินเทอร์เน็ต
เป็นต้น การให้บริการของห้องสมุด ควรให้บริการตลอดวัน ไม่ควรปิดห้องสมุดในตอนกลางวัน ห้องสมุดควรจะให้บริการก่อนกำหนดเวลาโรงเรียนเข้าและปิดหลังโรงเรียนเลิก เพื่อให้โอกาสนักเรียนได้มายืมคืนและใช้ห้องสมุดได้เต็มที่ นอกจากนั้นห้องสมุดต้องจัดกิจกรรมส่งเสริม
การอ่านต่าง ๆ โดยบรรณารักษ์เป็นผู้ดำเนินการจัดเองในห้องสมุดหรือบรรณารักษ์จัดร่วมกับครูในโรงเรียนอาจจะจัดในชั้นเรียน หรือจัดในห้องสมุด หรือจัดทั้งในห้องเรียน ในห้องสมุดด้านหน้าของห้องสมุด และในห้องสมุดประชาชนของโรงเรียน (ฉวีวรรณ คูหาภินันท์. 2542 : 67) โครงการส่งเสริมรักการอ่าน เป็นอีกโครงการหนึ่งที่สนับสนุนส่งเสริมการอ่านและ การเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าเกิดประโยชน์ต่อนักเรียนด้านการอ่าน ปลูกฝังให้ นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน จุดประสงค์และเป้าหมายในการจัดทำโครงการคือ เป็นแรงจูงใจ กระตุ้นให้ทุกฝ่ายในสถานศึกษาที่จัดโครงการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ขึ้น และเพื่อค้นหาและยกย่องสถานศึกษาที่จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้อ่านและนำไปสู่การปลดปล่อยพลังสมองและพลัง จริยธรรมอย่างสร้างสรรค์ โรงเรียนวัดหูรอ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชุมพร เขต 1 ได้ดำเนินจัดโครงการส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่านขึ้น เพื่อปลูกฟังนิสัยให้เด็กรักการอ่านและ ให้การอ่านนำไปสู่ความใฝ่รู้ใฝ่เรียนตลอดชีวิตโดยจัดกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่านที่หลากหลาย จำนวน 9 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมหนังสือน่าอ่าน กิจกรรมระเบียงความรู้ กิจกรรมกระเช้าหนังสือ กิจกรรมยอดนักอ่าน กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน (คุยกันผ่านมือถือ) กิจกรรมหนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่าน กิจกรรมภาษาไทยวันละคำ กิจกรรมหนังสือของฉันแบ่งปันการอ่าน และกิจกรรมการเล่านิทานเพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน เป็นต้น ซึ่งการดำเนินการตามโครงการดังกล่าวอาจจะบรรลุวัตถุประสงค์หรือประสบกับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ดังนั้น เพื่อให้ทราบถึงการดำเนินงานตามแผนของโครงการที่กำหนดไว้ ซึ่งจะทำให้ทราบถึงผลการดำเนินงาน ข้อบกพร่อง จุดเด่นจุดด้อย ปัญหาอุปสรรคของโครงการ ผู้รายงานในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ จึงได้ ทำการประเมินโครงการส่งเสริมการอ่าน เพื่อทราบผลการดำเนินงานของโครงการ และสามารถ นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงการดำเนินงานตามโครงการเป็นข้อสนเทศนำไปสู่การตัดสินใจในการพัฒนา แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงโครงการต่อไป

วัตถุประสงค์ของการศึกษา

1. เพื่อศึกษาผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่านของโรงเรียนวัดหูรอ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชุมพร เขต 1 ปีการศึกษา 2550
2. เพื่อศึกษาระดับการปฏิบัติกิจกรรมโครงการส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่านของนักเรียนระดับประถมศึกษาช่วงชั้นที่ 1
3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนระดับประถมศึกษาช่วงชั้นที่ 1 ที่มีต่อโครงการ ส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่าน

ขอบเขตของการศึกษา

1. ขอบเขตด้านเนื้อหา
การศึกษาครั้งนี้มุ่งศึกษาผลการดำเนินงานในโครงการส่งเสริมรักการอ่าน ของโรงเรียนวัดหูรอ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชุมพร เขต 1 แบ่งออก 3 ด้าน คือ
1. ด้านปัจจัยนำเข้า เป็นการศึกษาเกี่ยวกับความเพียงพอของทรัพยากรและ การปฏิบัติเพื่อระดมทรัพยากรที่นำมาใช้ในการดำเนินงานโครงการ ซึ่งประกอบด้วย บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ และงบประมาณ
2. ด้านกระบวนการ เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการดำเนินงานของโครงการว่ามี ความสำเร็จและการปฏิบัติมากน้อยเพียงใดในเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการและกิจกรรมดำเนินงาน
3. ด้านผลผลิต เป็นการศึกษาเกี่ยวกับความสำเร็จและมีคุณภาพของผลผลิตตามความพึงพอใจของนักเรียนระดับประถมศึกษาช่วงชั้นที่ 1 (ป.1-ป.3)
2. ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ครูผู้สอน จำนวน 7 คน นักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 111 คน รวมประชากรทั้งสิ้น 119 คน
3. กลุ่มตัวอย่าง
ในการศึกษาโดยวิธีใช้ความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) มีจำนวนทั้งสิ้น 66 คน โดยจำแนกได้ ดังนี้
3.1 ครูผู้ร่วมโครงงาน จำนวน 7 คน
3.2 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 63 คน

นิยามศัพท์เฉพาะ

1. โครงการส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่าน หมายถึง โครงการที่จัดดำเนินการขึ้น เพื่อปลูกฝังนิสัย รักการอ่านของนักเรียน ให้การอ่านนำไปสู่ความใฝ่รู้ใฝ่เรียนตลอดชีวิต ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลายกิจกรรม
2. ด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation) หมายถึง ส่วนที่ใช้สนับสนุนในการดำเนินการ และการกำหนดการใช้ทรัพยากร ประกอบด้วย
2.1 สถานที่ หมายถึง มีความเหมาะสมตามสภาพพื้นที่ สะอาด สวยงาม มีความสะดวกในการดำเนินงานโครงการ
2.2 วัสดุอุปกรณ์ หมายถึง การได้รับสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำเนินงานตามโครงการมีความเพียงพอ และมีประสิทธิภาพ
2.3 งบประมาณ หมายถึง การได้รับสนับสนุนงบประมาณ เงินรายได้และงบประมาณองค์กรที่เกี่ยวข้อง มาใช้ในการดำเนินงานอย่างเพียงพอ
2.4 ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ
2.5 บุคลากรและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการ
3. ด้านกระบวนการ (Process Evaluation) หมายถึง การศึกษาผลการดำเนินงานระหว่างการดำเนินโครงการส่งเสริมรักการอ่าน ตามความเห็นของครูผู้สอน ประกอบด้วย
3.1 การวางแผน หมายถึง การกำหนดวิธีปฏิบัติงานไว้ล่วงหน้า ถึงสิ่งที่ต้องปฏิบัติ ตามภาระงาน บุคลากรที่มีส่วนร่วมในการวางแผน และปรับปรุงแผนให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมาย ความจำเป็น และความต้องการของโครงการส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่าน
3.2 การจัดกิจกรรมในการดำเนินการ หมายถึง การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการอ่าน แก่ผู้เรียน ได้แก่ กิจกรรมหนังสือน่าอ่าน กิจกรรมระเบียงความรู้ กิจกรรมกระเช้าหนังสือ กิจกรรมยอดนักอ่าน กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน (คุยกันผ่านมือถือ) กิจกรรมหนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่าน กิจกรรมภาษาไทยวันละคำ กิจกรรมหนังสือของฉันแบ่งปันการอ่าน และกิจกรรมการเล่านิทานเพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
4. ด้านผลผลิต (Product Evaluation) หมายถึง ผลการดำเนินโครงการส่งเสริมกิจกรรม รักการอ่านที่เกิดให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนระดับประถมศึกษาช่วงชั้นที่ 1
5. กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน หมายถึง การจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อกระตุ้น ชักจูง เปิดโอกาส และแนะแนวทางการอ่านให้นักเรียนเพื่อเกิดความสนใจในการอ่านหนังสือนำไปสู่นิสัยรักการอ่าน ได้แก่ กิจกรรมหนังสือน่าอ่าน กิจกรรมระเบียงความรู้ กิจกรรมกระเช้าหนังสือ กิจกรรมยอดนักอ่าน กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน (คุยกันผ่านมือถือ) กิจกรรมหนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่าน กิจกรรมภาษาไทยวันละคำ กิจกรรมหนังสือของฉันแบ่งปันการอ่าน และกิจกรรมการเล่านิทานเพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
6. นิสัยรักการอ่าน หมายถึง พฤติกรรมหรือการกระทำของนักเรียนที่ได้รับการส่งเสริมตามโครงการส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่าน เพื่อให้เกิดความสนใจและการชอบอ่านหนังสือ เห็นความสำคัญของการอ่าน เห็นความจำเป็นของการอ่าน หรือมีพฤติกรรมเกี่ยวกับการอ่าน เช่น ดูหนังสือ ดูรูปภาพจากหนังสือ รู้จักใช้เวลาว่างเพื่อการอ่าน และอ่านหนังสือสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย
7. ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริม รักการอ่าน เป็นความรู้สึกที่ชื่นชอบ ยินดี และพอใจต่อกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่าน ในที่นี้หมายถึงความพึงพอใจของนักเรียนระดับประถมศึกษาช่วงชั้นที่ 1 ที่มีต่อโครงการส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่าน

ประโยชน์ที่คาดว่าได้รับ

1. ผลการศึกษาครั้งนี้ทำให้ทราบสภาพการดำเนินงานโครงการส่งเสริมรักการอ่าน ของโรงเรียนวัดหูรอ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชุมพร เขต 1
2. เป็นแนวทางแก่ครูผู้สอนในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านได้อย่างเหมาะสม
3. นักเรียนที่ได้รับการส่งเสริมตามโครงการส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่าน เกิดความสนใจและชอบอ่านหนังสือ เห็นความสำคัญของการอ่าน เห็นความจำเป็นของการอ่าน และมีพฤติกรรมเกี่ยวกับการอ่านที่ดีขึ้น

โพสต์โดย กรรณิการ์ ศุภนิมิตร : [18 มี.ค. 2552]
อ่าน [6032] ไอพี : 125.26.184.196
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม