บทที่ 1
บทนำ
ที่มาและความสำคัญของปัญหา
ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่จำเป็นในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกอนาคต
เนื่องจากความคิดสร้างสรรค์เป็นความสามารถพิเศษของมนุษย์ในการจินตนาการ และสร้างสรรค์
สิ่งใหม่ ทั้งในด้านผลผลิต รวมถึงกระบวนการแก้ปัญหาที่จะสร้างสรรค์ประโยชน์และจรรโลง
สังคม ประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าและเป็นประโยชน์ต่อชาวโลกอย่างมหาศาล ในวงการการศึกษา
ถือว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องสำคัญของมนุษย์ (ชาญรงค์ พรรุ่งโรจน์, 2543, หน้า 44)
และเกี่ยวข้องกับความรู้สึก อารมณ์ ทัศนคติและคุณค่าทางสังคม เป็นความคิดที่แตกต่าง
ไปจากคนอื่น ๆ ที่จะนำไปสู่การสำรวจ คิดค้นในสิ่งที่แปลกๆ ใหม่ๆ ซึ่งทำให้เกิดผลผลิตใหม่ๆ
หรือเป็นความคิดที่จะนำไปสู่ขบวนการวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่อยู่ในตัว
บุคคลทุกคนแต่ยังไม่มีสิ่งใดที่จะไปดึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ดังนั้น ความคิดสร้างสรรค์จึงเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพประชากรที่ต้องการให้มีการเสริมสร้างและพัฒนาการ ซึ่งถ้าหากได้รับการพัฒนาตั้งแต่เด็กในวัยระยะแรกๆ แล้ว จะทำให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์ หากได้มีการพัฒนาเป็นอย่างดี คุณภาพของเด็กจะดีในอนาคต ซึ่งสอดคล้องรายงานวิจัยที่พบว่าช่วงแรกของชีวิตจนถึงวัย 5 ขวบ เป็นช่วงที่สำคัญมากในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
และรายงานวิจัยยังได้พบอีกว่าความคิดสร้างสรรค์จะค่อยๆ ลดลงเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้น จึงควรมีการส่งเสริมด้านความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กโดยให้เด็กได้มีการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
ตั้งแต่วัยเด็กและพัฒนาการติดต่อกันจนถึงขั้นระดับสูง โดยไม่ถูกบั่นทอนให้ลดน้อยลง เพราะ
เราเชื่อกันว่า ทุกคนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และสามารถจะส่งเสริมกันได้ (วราภรณ์ รักวิจัย,
2535, หน้า 160-161)
ความคิดสร้างสรรค์เป็นความสามารถที่สำคัญของมนุษย์ ซึ่งมีคุณภาพมากกว่า ความสามารถด้านอื่นๆ และเป็นปัจจัยที่จำเป็นยิ่งในการส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ
ประเทศที่สามารถแสวงหา พัฒนา และดึงเอาศักยภาพเชิงสร้างสรรค์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ก็มี
โอกาสพัฒนาและเจริญก้าวหน้า เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี ประเทศเหล่านี้จัดเป็น
ประเทศผู้นำของโลก เพราะประเทศดังกล่าวมีประชาชนที่มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าใช้
จินตนาการจนสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่แปลกใหม่ เป็นประโยชน์และเอื้ออำนวยความสะดวก
และเหมาะสมกับสภาพการณ์ (อารี พันธ์มณี, 2545, หน้า 1) ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็ว และมีปัญหาใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลาเช่นปัจจุบัน บุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ย่อมเป็น
ที่ต้องการของสังคมมากขึ้น ทั้งนี้ เพราะความคิดสร้างสรรค์จะช่วยให้บุคคลมีความสามารถในการ
ที่จะเข้าใจปัญหา การแก้ไขและคาดการณ์ล่วงหน้าถึงอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น ทำให้บุคคลสามารถ
แก้ปัญหาได้ดี (วิชัย วงษ์ใหญ่, 2523, หน้า 1) ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวของเกล (Gale) ที่กล่าวไว้ว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นสมรรถภาพที่อาจส่งเสริมให้พัฒนาขึ้นได้ แต่ถ้าไม่ได้รับการเอาใจใส่ตั้งแต่
เยาว์วัยแล้ว ความสามารถด้านนี้ก็จะไม่พัฒนาขึ้น อาจหยุดชะงักและฝ่อไปในที่สุด (Gale, 1960,
p. 430) ทฤษฏีพัฒนาการของอีริคสัน (Erikson) กล่าวไว้ว่า วัย 3-6 ปี เป็นระยะที่เด็กมีความคิด
ริเริ่มสร้างสรรค์ ถ้าเด็กได้รับการสนับสนุนให้มีส่วนร่วมในการคิดและทำกิจกรรมต่างๆ อย่างเสรี
จะทำให้เด็กพัฒนาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ในทางตรงกันข้ามหากเด็กถูกจำกัด ควบคุมการคิด
และการกระทำ เด็กอาจจะเกิดความรู้สึกอาย และไม่กล้าที่จะคิดทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง ซึ่งจะมีผลเสียต่อการพัฒนาในขั้นต่อๆ ไป (Richard Norman, 1977 , pp. 199-202) เพราะการสร้างสรรค์ของเด็กเกิดขึ้นที่สมองแล้วถ่ายทอดออกมาเป็นพฤติกรรมต่างชนิด ไม่จำเพราะเจาะจงว่าต้องเป็นศิลปะ (มานพ ถนอมศรี, 2538, หน้า 64) ซึ่งสอดคล้องกับ เลิศ อานันทนะ ที่กล่าวว่ากิจกรรมศิลปะมีบทบาทที่เด่นชัดในการเสริมสร้างจินตนาการและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของเด็ก (เลิศ อานันทนะ, 2529, หน้า 134) ซึ่ง เฮแมน (Hayman, 1960 อ้างถึงใน สวัสดิ์ จงกล, 2512, หน้า 611) ก็กล่าวว่า การสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาสแสดงความคิดสร้างสรรค์นั้นคงไม่มีวิชาใดให้อิสระได้ดีกว่าการเรียนวิชาศิลปศึกษา
เด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์เป็นผู้ที่พร้อมจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงความคิดที่มีต่อ สิ่งต่างๆ สามารถที่จะมีความคิดคำนึงหลายแง่หลายมุมต่อสิ่งเหล่านั้น สามรถที่จะแก้ปัญหาโดย บูรณาการความคิดเก่าและใหม่เข้าด้วยกันและแสดงออกมาให้ปรากฏเป็นผลงานที่แสดงถึง ความคิดริเริ่มได้ เช่น การที่เด็กซึ่งมีความคิดสร้างสรรค์มองดูต้นไม้ ต้นไม้มิได้มีความหมายต่อเขาแต่เพียงรูปทรงที่มองเห็นได้ แต่ต้นไม้เบื้องหน้าอาจจะคือต้นไม้ที่สนุกสนานสำหรับปีนป่าย ต้นไม้ที่เจริญเติบโตอย่างน่าแปลกใจ ต้นไม้ที่มีสีสันอันสวยงาม เป็นต้น การแสดงออกทางศิลปะที่เกี่ยวกับต้นไม้ของเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ จึงแสดงออกได้อย่างกว้างขวางหลากหลาย
เมื่อเด็กได้รับการสนับสนุนให้สร้างสรรค์ศิลปะและสร้างสรรค์ศิลปะอย่างต่อเนื่อง
จึงเท่ากับเป็นทางหนึ่ง ซึ่งสั่งสมความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นกับตัวเด็กอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
และการกระทำสิ่งใดๆ อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอย่อมเท่ากับเป็นการปลูกฝังพฤติกรรมให้กับเด็กโดยตรง พฤติกรรมสร้างสรรค์ในตัวเด็กจึงเป็นเป้าหมายหนึ่งที่มีคุณค่าต่อตัวเด็กและต่อชีวิตในสังคม (วิรุณตั้งเจริญ, 2539, หน้า 17)
การจัดกิจกรรมศิลปะไว้ในตารางกิจกรรมประจำวันของนักเรียนปฐมวัย มีจุดประสงค์
เพื่อพัฒนาเด็กทั้งทาง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยให้เด็กมีโอกาสได้คิด
สร้างสรรค์ และแสดงความรู้สึกนึกคิดออกมาเป็นภาพ กิจกรรมศิลปะมีบทบาทเด่นชัดในการส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก (เลิศ อานันทนะ, 2529, หน้า 134) ซึ่งสอดคล้องกับความคิดเห็นของ อารีพันธ์มณี (2537, หน้า 172) เสนอว่า กิจกรรมสร้างสรรค์ทางศิลปะเป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกับความสนใจ ความสามารถ และสอดคล้องกับหลักพัฒนาการของเด็กเป็นอย่างยิ่ง กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ไม่เป็นเพียงส่งเสริมการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อมือและตาและผ่อนคลายความเครียดทางอารมณ์ที่อาจจะมีเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนำไปสู่การเรียนเขียนอ่านอย่างสร้างสรรค์ต่อไป
การใช้กิจกรรมทางศิลปะเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เป็นการเปิดโอกาสให้เด็ก แสดงออกด้วยการลงมือปฏิบัติกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์อย่างเสรี ตามความคิดและจินตนาการ
อย่างอิสระ ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ผู้ศึกษาใช้การสร้างชุดกิจกรรมศิลปะเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย และต้องการศึกษาว่าเมื่อเด็กได้ปฏิบัติตามชุดกิจกรรมแล้วจะมีผลต่อความคิดสร้างสรรค์ของเด็กหรือไม่ อย่างไร
ความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
1. เปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนปฐมวัยที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรม
การสอนศิลปะว่ามีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มมากขึ้น
2. เปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ก่อนและหลังทดลองของนักเรียนปฐมวัยที่เรียน
โดยใช้ชุดกิจกรรมการสอนศิลปะ
สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า
1. นักเรียนปฐมวัยที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการสอนศิลปะเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
มีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มมากขึ้น
2. นักเรียนปฐมวัยที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการสอนศิลปะเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
มีคะแนนความคิดสร้างสรรค์หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง
ความสำคัญของการศึกษาค้นคว้า
ผลของการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้จะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ดังนี้
1. ได้ชุดกิจกรรมทางศิลปะเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนปฐมวัย
ที่มีประสิทธิภาพ
2. ทำให้ครูผู้สอนนักเรียนปฐมวัยและผู้เกี่ยวข้องตระหนักถึงคุณค่าของวิธีการจัด
กิจกรรมทางศิลปะเพื่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก
3. เพื่อเป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทาง
ในการจัดกิจกรรมสำหรับนักเรียนในระดับนี้ได้อย่างเหมาะสม
ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
1. ประชากร นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 อายุ 3-5 ปี โรงเรียนบ้านวังข่อย
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครสวรรค์ เขต 3
2. กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 อายุ 3-5 ปี โรงเรียนบ้านวังข่อย
ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 42 คน
3. ระยะเวลาในการทดลอง การทดลองครั้งนี้ทำการทดลองในภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2550 ชุดกิจกรรมการสอนศิลปะเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ที่ใช้ในการทดลอง
มี 6 ชุด แบ่งเป็น 12 กิจกรรม โดยจัดกิจกรรมครั้งละ 1 กิจกรรม ใช้เวลาครั้งละ 60 นาที
4. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา
4.1 ชุดกิจกรรมการสอนศิลปะเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
4.2 กิจกรรมการสอนศิลปะแบบปกติตามแนวการจัดประสบการณ์
4.3 แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ด้วยรูปภาพ แบบ A ของ ทอร์แรนซ์
แปลโดย อารี รังสินันท์
นิยามศัพท์เฉพาะ
ในการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ผู้ศึกษาได้กำหนดนิยามเฉพาะไว้ ดังนี้
1. ชุดกิจกรรมศิลปะเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง ชุดสื่อประสมที่ใช้จัด
กิจกรรมเพื่อให้เด็กสามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ออกมาเป็นงานศิลปะตามทัศนะและขีด ความสามารถของตน ชุดกิจกรรมศิลปะเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ประกอบไปด้วย 6 ชุดกิจกรรม คือ
การวาดภาพระบายสี
บ้านน่าอยู่
ผลไม้แปลก
การทดลองเกี่ยวกับสี
ในท้องฟ้า
ธรรมชาติที่รัก
การพิมพ์
ในทะเล
ปลาน่ารับประทาน
การปั้น
เที่ยวสวนสัตว์
เพื่อนรักของหนู
การพับ ฉีก ปะ กระดาษ
โรงเรียนน่าอยู่
ชมสวนดอกไม้
การประดิษฐ์
ของใช้เรารัก
หนูอยากไปเที่ยว
2. การสอนวิชาศิลปะตามแผนการจัดประสบการณ์ หมายถึง การจัดกิจกรรมศิลปะ
ประจำวัน ตามแผนการจัดประสบการณ์ชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 1 ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
พุธศักราช 2546 ประกอบด้วยกิจกรรม คือ การวาดภาพระบายสี การเป่าสี การดีดสี การพิมพ์ภาพ การปั้น การพับ ฉีก ปะ กระดาษ และการประดิษฐ์
3. วิชาศิลปะ หมายถึง รายวิชาที่มุ่งส่งเสริมความคิดและการแสดงออกเกี่ยวกับ
สิ่งต่างๆ ออกมาเป็นงานศิลปะตามทัศนะและขีดความสามารถของตน ในที่นี้ศิลปะจะครอบคลุม
กิจกรรมต่อไปนี้ คือ การวาดภาพระบายสี การปั้น การฉีก ตัด ปะกระดาษ การพับกระดาษ
การเล่นทดลองเกี่ยวกับสี และการประดิษฐ์
4. ความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการผสมผสานความรู้
จินตนาการและประสบการณ์ ซึ่งทำให้เกิดความคิดและดัดแปลงสิ่งแปลกใหม่ที่แตกต่างไปจาก
เดิม ความคิดสร้างสรรค์ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ประกอบไปด้วย
4.1 ความคิดคล่องแคล่ว หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการคิดได้อย่าง
รวดเร็ว และมีปริมาณมาก แตกต่างออกไปไม่ซ้ำกัน ในเวลาจำกัด
4.2 ความคิดริเริ่ม หมายถึง ความสามารถของบุคคลที่คิดสิ่งแปลกใหม่แตกต่าง
จากความคิดง่ายๆ ธรรมดา และแตกต่างจากคนอื่นๆ
4.3 ความคิดละเอียดลออ หมายถึง ความคิดในรายละเอียดเพื่อตกแต่งหรือขยาย
ความคิดหลักให้ได้ความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
5. แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ด้วยรูปแบบ A (The torramce test of creative
thinking figural from A) ของ ทอร์แรนซ์ แปลโดย อารี รังสินันท์ แบบทดสอบนี้ใช้วัดความ
คิดสร้างสรรค์ของเด็กระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ประกอบด้วยชุดกิจกรรม 3 ชุด
คือ กิจกรรมชุดที่ 1 เป็นการวาดภาพต่อเติมจากสิ่งเร้าที่กำหนดให้ ซึ่งเป็นกระดาษสีรูปไข่ โดย
เน้นว่าให้วาดภาพที่แปลกและไม่เหมือนใคร กิจกรรมชุดที่ 2 เป็นการวาดภาพต่อเติมให้สมบูรณ์
จากสิ่งเร้าที่กำหนดให้ เป็นลายเส้นต่างๆ 10 รูป และกิจกรรมชุดที่ 3 เป็นการวาดภาพจากเส้นคู่
ขนานที่กำหนดให้จำนวน 30 คู่ แต่ละกิจกรรมใช้เวลา 10 นาที
6. เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กนักเรียนชาย หญิงที่มีอายุ 5-6 ปี ที่กำลังเรียนชั้นอนุบาล
ปีที่ 1 โรงเรียนบ้านวังข่อย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครสวรรค์ เขต 3
7. นักเรียนปฐมวัยที่เรียนศิลปะโดยใช้ชุดกิจกรรมศิลปะเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
หมายถึง นักเรียนปฐมวัยที่เรียนศิลปะโดยใช้ชุดกิจกรรมศิลปะเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น