ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• ชื่อเรื่อง การประเมินผลการดำเนินโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (เกษตรทฤษฎีใหม่) เพื่อเสริม

การประเมินผลการดำเนินโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (เกษตรทฤษฎีใหม่) เพื่อเสริมโครงการอาหารกลางวัน ของโรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ (บุญมีอนุกูล) สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2552 มีวัตถุประสงค์ 1)เพื่อประเมินผลการดำเนินการโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (เกษตรทฤษฎีใหม่) เพื่อเสริมโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ (บุญมีอนุกูล) สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2552 ของผู้บริหารและครู นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรสายสนับสนุน ตามกรอบความคิดแบบซิปป์ (CIPP Model) ในด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต และ 2) เพื่อเปรียบเทียบการประเมินผลการดำเนินการโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (เกษตรทฤษฎีใหม่) เพื่อเสริมโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ (บุญมีอนุกูล) สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2552 ของผู้บริหารและครู นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรสายสนับสนุน ในด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต โดยยึดกรอบความคิดแบบจำลองซิปป์ (CIPP Model) มีองค์ประกอบ 4 ด้าน คือ ด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต โดยดำเนินในระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2553 โดยการประเมินเมื่อสิ้นสุดโครงการอาหารกลางวัน ประชากรที่ศึกษา คือ ผู้บริหารและครู จำนวน 27 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 592 คน และผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 592 คน และบุคลากรสายสนับสนุน จำนวน 6 คน เครื่องมือที่ใช้ประเมินโครงการ มี 4 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 แบบประเมินโครงการสำหรับผู้บริหารและครู ฉบับที่ 2 แบบประเมินโครงการสำหรับนักเรียน ฉบับที่ 3 แบบประเมินโครงการสำหรับผู้ปกครอง และฉบับที่ 4 แบบประเมินโครงการสำหรับบุคลากรสายสนับสนุน โดยใช้แบบประเมินโครงการแบบ CIPP Model เก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากร และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ สถิติ , S.D.
ผลการประเมินโครงการหลังการดำเนินงานของผู้บริหารและครู นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรสายสนับสนุน พบว่า โดยรวมเฉลี่ยทุกด้านอยู่ในระดับมาก ผลการประเมินทั้ง 4 ด้าน ได้รับการประเมินอยู่ในระดับมาก และมีคะแนนเฉลี่ยในแต่ละด้าน คือ
ด้านบริบท ผู้บริหารและครูมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.13) (S.D. = 0.61) นักเรียนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 3.93) (S.D. = 0.67) ผู้ปกครองมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.11) (S.D. = 0.59) และบุคลากรสายสนับสนุนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.07) (S.D. = 0.58)
ด้านปัจจัยนำเข้า ผู้บริหารและครูมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.03) (S.D. = 0.60) นักเรียนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.01) (S.D. = 0.64) ผู้ปกครองมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.05) (S.D. = 0.60) และบุคลากรสายสนับสนุนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 3.93) (S.D. = 0.60)
ด้านกระบวนการ ผู้บริหารและครูมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.16) (S.D. = 0.58) นักเรียนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.00) (S.D. = 0.61) ผู้ปกครองมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.01) (S.D. = 0.60) และบุคลากรสายสนับสนุนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.05) (S.D. = 0.60)
ด้านผลผลิต ในเรื่อง ผลการดำเนินงานตามโครงการ เรื่อง ผลการดำเนินงานตามโครงการผู้บริหารและครูมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.08) (S.D. = 0.60) นักเรียนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.12) (S.D. = 0.57) ผู้ปกครองมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.07) (S.D. = 0.61) และบุคลากรสายสนับสนุนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.15) (S.D. = 0.59) ส่วนเรื่อง คุณภาพผู้เรียน ผู้บริหารและครูมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.13) (S.D. = 0.62) นักเรียนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.17) (S.D. = 0.60) ผู้ปกครองมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.13) (S.D. = 0.59) และบุคลากรสายสนับสนุนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.19) (S.D. = 0.60)

บทนำ
สาระบัญญัติในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ได้กำหนดให้การศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้ เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคล และสังคม โดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์ความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคมแห่งการเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข เปิดโอกาสให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา พัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง (กระทรวงศึกษาธิการ. 2544 : 5) โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน เป็นโครงการที่ช่วยสนับสนุนอาหารกลางวันให้กับนักเรียนในรูปแบบการป้อนวัตถุดิบต่างๆ จากโครงการเกษตร อาทิ ให้นักเรียนร่วมกันวางแผนปลูกพืชผักสวนครัว การปลูกไม้ผล การเลี้ยงปลา การเลี้ยงไก่ การเลี้ยงเป็ด การเพาะเห็ด เพื่อให้นักเรียนได้รับโภชนาการ สารอาหารปลอดสารพิษที่มีคุณภาพอย่างเพียงพอ ซึ่งไม่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากแหล่งอื่นและเพื่อเป็นการลดต้นทุ่นค่าใช้จ่ายในการประกอบการอีกทางหนึ่ง โดยรูปแบบการทำเกษตรผสมผสานแบบครบวงจรตามหลักการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดาริ ในพื้นที่ของแต่ละสถานศึกษาที่มีอยู่อย่างจากัดมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เกิดความคุ้มค่าในการดาเนินกิจกรรมและเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงและได้ฝึกปฏิบัติจริง นอกจากนี้โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันยังเป็นแหล่งเรียนรู้ในการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการโดยการเชื่อมโยงไปยังกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ อาทิ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สุขศึกษาและพลศึกษา เพื่อสนองนโยบายการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 ที่ได้คาดหวังไว้ โดยที่ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันเป็นโครงการที่เริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2523 โดยมุ่งเน้นให้นักเรียน ครู และผู้ปกครองร่วมกันทำการเกษตรในโรงเรียน และนำผลผลิตที่ได้มาประกอบเป็นอาหารกลางวันโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานเงิน สิ่งของ พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ วัสดุอุปกรณ์การเกษตรและอุปกรณ์การประกอบอาหารให้แก่โรงเรียนในโครงการ การดำเนินงานของโครงการนี้นอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหารกลางวันแล้ว ยังทำให้นักเรียนได้รับความรู้ด้านโภชนาการ และด้านการเกษตรแผนใหม่ที่สามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพได้ต่อไป (สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. 2551 : 24) จากการที่โรงเรียนได้ดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (เกษตรทฤษฎีใหม่) ในโรงเรียนตามนโยบายของกรุงเทพมหานคร ทำให้ผู้บริหารและครูที่ร่วมกันปฏิบัติงานด้านนี้มีความคิดเห็นตรงกันว่า ต้องการนำเอาผลผลิตจากโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (เกษตรทฤษฎีใหม่) ที่นักเรียนและครู รวมถึงผู้ปกครองและบุคลากรในโรงเรียนได้ร่วมมือกันในการปฏิบัติงาน เพื่อนำผลผลิตมาเป็นวัตถุดิบเสริมในโครงการอาหารกลางวัน เนื่องจากโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (เกษตรทฤษฎีใหม่) ดังกล่าวมีผลผลิตที่หลากหลาย สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบเสริมในการปรุงเป็นอาหารกลางวันเพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับประทานได้เป็นอย่างดี โดยที่โครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (เกษตรทฤษฎีใหม่) เพื่อเสริมโครงการอาหารกลางวัน โรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ (บุญมีอนุกูล) สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีคุณค่าตามหลักโภชนาการ จัดอาหารกลางวันให้มีคุณภาพ ดังนั้น ผู้รายงานจึงได้ดำเนินการประเมินโครงการที่ผ่านมา เพื่อประโยชน์ในการจัดทำโครงการต่อไป โดยสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ (2546:15) ให้แนวคิดว่า หลักการบริหารโครงการให้เกิดประสิทธิผลนั้น จำเป็นต้องมีการประเมินโครงการ เพราะการประเมินโครงการเป็นเครื่องมือในการควบคุมโครงการ ซึ่งเป็นกระบวนการก่อให้เกิดความมั่นใจว่า โครงการบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้และมีคุณภาพได้มาตรฐานที่กำหนด ดังนั้นผู้รายงานจึงได้ดำเนินการโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (เกษตรทฤษฎีใหม่) เพื่อเสริมโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ (บุญมีอนุกูล) สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2552 ผลการประเมินย่อมเป็นข้อมูลที่เกิดประโยชน์ในการปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาโครงการต่อไป

วัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ
1. เพื่อประเมินผลการดำเนินการโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (เกษตรทฤษฎีใหม่) เพื่อเสริมโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ (บุญมีอนุกูล) สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2552 ของผู้บริหารและครู นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรสายสนับสนุน ตามกรอบความคิดแบบซิปป์ (CIPP Model) ในด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต
2. เพื่อเปรียบเทียบการประเมินผลการดำเนินการโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (เกษตรทฤษฎีใหม่) เพื่อเสริมโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ (บุญมีอนุกูล) สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2552 ของผู้บริหารและครู นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรสายสนับสนุน ในด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต

ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการประเมินโครงการในครั้งนี้ ได้แก่
- ผู้บริหารและครู จำนวน 27 คน
- นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 592 คน
- ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 592 คน
- บุคลากรสายสนับสนุน จำนวน 6 คน

รูปแบบการประเมิน
ผู้ประเมินใช้รูปแบบการประเมินโครงการแบบ CIPP Model ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบประเมินเมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงาน เป็นการประเมินที่เป็นกระบวนการต่อเนื่อง โดยมีจุดเน้นสำคัญเพื่อหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจบริหารโครงการอย่างต่อเนื่อง ด้วยการประเมินวัตถุประสงค์และรายละเอียดต่างๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการ โดยประเมินในด้านต่างๆ ดังนี้
1. การประเมินบริบท (context evaluation) เป็นการความเหมาะสมและความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ของโครงการ
2. การประเมินการปัจจัยนำเข้า (input evaluation) เป็นการประเมินความเหมาะสม หรือความพร้อมของแผนการดำเนินงานทรัพยากรที่จำเป็น ได้แก่ บุคลากร วัสดุ และอาคารสถานที่
3. การประเมินกระบวนการ (process evaluation) เป็นการประเมินขั้นตอนการดำเนินงานของโครงการ และการปฏิบัติตามกิจกรรมของโครงการ
4. การประเมินผลผลิต ( product evaluation) เป็นการประเมินผลสำเร็จของการดำเนินโครงการตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ รวมทั้งการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น
โดยที่แนวคิดของสตัฟเฟิลบีม เน้นการแบ่งแยกบทบาทของการทำงานระหว่างฝ่ายประเมินกับฝ่ายบริหารออกจากกันอย่างเด่นชัด กล่าวคือ ฝ่ายประเมินมีหน้าที่ระบุ จัดหา และนำเสนอสารสนเทศให้กับฝ่ายบริหาร ส่วนฝ่ายบริหารมีหน้าที่เรียกหาข้อมูล และนำผลการประเมินที่ได้ไปใช้ประกอบการตัดสินใจ เพื่อดำเนินกิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วแต่กรณี ทั้งนี้เพื่อป้องกันการมีอคติในการประเมิน

วิธีการประเมินโครงการ
ผู้รายงานได้ประเมินผลหลังการดำเนินโครงการโดยใช้แบบประเมินโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (เกษตรทฤษฎีใหม่) เพื่อเสริมโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ (บุญมีอนุกูล) สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2552 ในด้านบริบท จำนวน 6 ข้อ ด้านปัจจัยนำเข้า จำนวน 13 ข้อ ด้านกระบวนการ จำนวน 10 ข้อ และด้านผลผลิต จำนวน 30 ข้อ กับผู้อำนวยการโรงเรียนและครู จำนวน 27 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 592 คน ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 592 คน และบุคลากรสายสนับสนุน จำนวน 6 คนโรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ (บุญมีอนุกูล) ปีการศึกษา 2552

ผลการประเมิน
1. ผลการประเมินการดำเนินการโครงการของผู้บริหาร และครู
ผู้บริหารและครูได้ประเมินโครงการด้านบริบทโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.13 มีค่า S.D. เท่ากับ 0.61 สำหรับผลการประเมินรายข้อ ปรากฏว่าเรื่อง มีการระบุหลักการของโครงการชัดเจน มีผลการประเมินสูงกว่าเรื่องอื่น คือ มีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.28 มีค่า S.D. เท่ากับ 0.58
ผู้บริหารและครูได้ประเมินโครงการด้านปัจจัยนำเข้าโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.03 (ค่า S.D. = 0.60)สำหรับผลการประเมินรายข้อปรากฏว่า เรื่อง มีคณะกรรมการดำเนินโครงการประกอบด้วย ผู้บริหาร ครูผู้ปกครองนักเรียน บุคลากรในโรงเรียนและในชุมชน มีผลการประเมินสูงกว่าด้านอื่น คือ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.25 (ค่า S.D. = 0.52)
ผู้บริหารและครูได้ประเมินโครงการด้านกระบวนการโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.16 (ค่า S.D. = 0.58) สำหรับผลการประเมินรายข้อปรากฏว่าเรื่อง การมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการของผู้บริหาร ครู นักเรียน บุคลากรทั้งภายในโรงเรียนและชุมชน มีผลการประเมินในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.55 (ค่า S.D. = 0.51)
ผู้บริหารและครูได้ประเมินโครงการด้านผลผลิต เรื่อง ผลการดำเนินงานตามโครงการโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.08 (ค่า S.D. = 0.60) สำหรับผลการประเมินรายข้อปรากฏว่า เรื่อง มีการจัดวัตถุดิบจากโครงการมาประกอบอาหารกลางวันที่มีคุณภาพมีผลการประเมินในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.32 (ค่า S.D. = 0.65) ส่วนเรื่อง คุณภาพผู้เรียนโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.13 (ค่า S.D. = 0.62) สำหรับผลการประเมินรายข้อปรากฏว่า เรื่อง อาหารมีคุณค่า สะอาด ถูกหลักอนามัย มีผลการประเมินในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.25 (ค่า S.D. = 0.58)

2. ผลการประเมินการดำเนินการโครงการของนักเรียน
นักเรียนได้ประเมินโครงการด้านบริบทโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.93 (ค่า S.D. = 0.67) สำหรับผลการประเมินรายข้อ ปรากฏว่าเรื่อง การจัดบรรยากาศในการดำเนินงานเหมาะสม และสอดคล้องกับการดำเนินโครงการ มีผลการประเมินสูงกว่าเรื่องอื่น คือ มีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.11 (ค่า S.D. = 0.69)
นักเรียนได้ประเมินโครงการด้านปัจจัยนำเข้าโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.01 (ค่า S.D. = 0.64) สำหรับผลการประเมินรายข้อปรากฏว่า เรื่อง การจัดสถานที่ที่ใช้ในการดำเนินโครงการโดยภาพรวม มีผลการประเมินสูงกว่าด้านอื่น คือ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.23 (ค่า S.D. = 0.58)
นักเรียนได้ประเมินโครงการด้านกระบวนการโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.00 (ค่า S.D. = 0.61) สำหรับผลการประเมินรายข้อปรากฏว่าเรื่อง นักเรียน บุคลากรภายในโรงเรียน และชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมที่กำหนดในโครงการ มีผลการประเมินในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.28 (ค่า S.D. = 0.52)
นักเรียนได้ประเมินโครงการด้านผลผลิต เรื่อง ผลการดำเนินงานตามโครงการโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.12 (ค่า S.D. = 0.57) สำหรับผลการประเมินรายข้อปรากฏว่า เรื่อง เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญและเกิดประโยชน์ต่อนักเรียน มีผลการประเมินในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.35 (ค่า S.D. = 0.53) ส่วนเรื่อง คุณภาพผู้เรียนโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.17 (ค่า S.D. = 0.60) สำหรับผลการประเมินรายข้อปรากฏว่า เรื่อง นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนที่ได้บูรณาการโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีผลการประเมินในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.29 (ค่า S.D. = 0.57)

3. ผลการประเมินการดำเนินการโครงการของผู้ปกครอง
ผู้ปกครองได้ประเมินโครงการด้านบริบทโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.11 (ค่า S.D. = 0.59) สำหรับผลการประเมินรายข้อ ปรากฏว่าเรื่อง การจัดบรรยากาศในการดำเนินงานเหมาะสม และสอดคล้องกับการดำเนินโครงการ มีผลการประเมินสูงกว่าเรื่องอื่น คือ มีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.11 (ค่า S.D. = 0.59)
ผู้ปกครองได้ประเมินโครงการด้านปัจจัยนำเข้าโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.05 (ค่า S.D. = 0.60) สำหรับผลการประเมินรายข้อปรากฏว่า เรื่อง การจัดสถานที่ที่ใช้ในการดำเนินโครงการโดยภาพรวม มีผลการประเมินสูงกว่าด้านอื่น คือ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.27 (ค่า S.D. = 0.58)
ผู้ปกครองได้ประเมินโครงการด้านกระบวนการโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.01 (ค่า S.D. = 0.60) สำหรับผลการประเมินรายข้อปรากฏว่าเรื่อง นักเรียน บุคลากรภายในโรงเรียน และชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมที่กำหนดในโครงการ มีผลการประเมินในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.21 (ค่า S.D. = 0.62)
ผู้ปกครองได้ประเมินโครงการด้านผลผลิต เรื่อง ผลการดำเนินงานตามโครงการโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.07 (ค่า S.D. = 0.61) สำหรับผลการประเมินรายข้อปรากฏว่า เรื่อง มีการบูรณาการโครงการเข้ากับการเรียนการสอนที่เหมาะสม มีผลการประเมินในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.25 (ค่า S.D. = 0.61) ส่วนเรื่อง คุณภาพผู้เรียนโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.13 (ค่า S.D. = 0.59) สำหรับผลการประเมินรายข้อปรากฏว่า เรื่อง ผลการดำเนินงานของโครงการที่เกิดประโยชน์ต่อนักเรียน มีผลการประเมินในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.29 (ค่า S.D. = 0.57)

4. ผลการประเมินการดำเนินการโครงการของบุคลากรสายสนับสนุน
บุคลากรสายสนับสนุนได้ประเมินโครงการด้านบริบทโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.07 (ค่า S.D. = 0.58) สำหรับผลการประเมินรายข้อ ปรากฏว่าเรื่อง หลักการ การกำหนดเป้าหมาย วิธีการดำเนินการและระยะเวลาดำเนินการมีความเหมาะสม มีผลการประเมินสูงกว่าเรื่องอื่น คือ มีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.16 (ค่า S.D. = 0.61)
บุคลากรสายสนับสนุนได้ประเมินโครงการด้านปัจจัยนำเข้าโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.93 (ค่า S.D. = 0.60) สำหรับผลการประเมินรายข้อปรากฏว่า เรื่อง การจัดสถานที่ที่ใช้ในการดำเนินโครงการโดยภาพรวมมีความเหมาะสม มีผลการประเมินสูงกว่าด้านอื่น คือ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.18 (ค่า S.D. = 0.57)
บุคลากรสายสนับสนุนได้ประเมินโครงการด้านกระบวนการโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.05 (ค่า S.D. = 0.60) สำหรับผลการประเมินรายข้อปรากฏว่าเรื่อง นักเรียน บุคลากรภายในโรงเรียน และชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมที่กำหนดในโครงการ มีผลการประเมินในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.23 (ค่า S.D. = 0.58)
บุคลากรสายสนับสนุนได้ประเมินโครงการด้านผลผลิต เรื่อง ผลการดำเนินงานตามโครงการโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.15 (ค่า S.D. = 0.59) สำหรับผลการประเมินรายข้อปรากฏว่า เรื่อง บุคลากรสายสนับสนุนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการโครงการ มีผลการประเมินในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.36 (ค่า S.D. = 0.57) ส่วนเรื่อง คุณภาพผู้เรียนโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.19 (ค่า S.D. = 0.60) สำหรับผลการประเมินรายข้อปรากฏว่า เรื่อง นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนที่ได้บูรณาการโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีผลการประเมินในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.32 (ค่า S.D. = 0.60)

สรุปผลการประเมินโครงการ
ผลการประเมินโครงการหลังการดำเนินงานของผู้บริหารและครู นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรสายสนับสนุน พบว่า โดยรวมเฉลี่ยทุกด้านอยู่ในระดับมาก ผลการประเมินทั้ง 4 ด้าน ได้รับการประเมินอยู่ในระดับมาก และมีคะแนนเฉลี่ยในแต่ละด้าน คือ
ด้านบริบท ผู้บริหารและครูมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.13) (S.D. = 0.61) นักเรียนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 3.93) (S.D. = 0.67) ผู้ปกครองมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.11) (S.D. = 0.59) และบุคลากรสายสนับสนุนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.07) (S.D. = 0.58)
ด้านปัจจัยนำเข้า ผู้บริหารและครูมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.03) (S.D. = 0.60) นักเรียนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.01) (S.D. = 0.64) ผู้ปกครองมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.05) (S.D. = 0.60) และบุคลากรสายสนับสนุนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 3.93) (S.D. = 0.60)
ด้านกระบวนการ ผู้บริหารและครูมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.16) (S.D. = 0.58) นักเรียนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.00) (S.D. = 0.61) ผู้ปกครองมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.01) (S.D. = 0.60) และบุคลากรสายสนับสนุนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.05) (S.D. = 0.60)
ด้านผลผลิต ในเรื่อง ผลการดำเนินงานตามโครงการ เรื่อง ผลการดำเนินงานตามโครงการผู้บริหารและครูมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.08) (S.D. = 0.60) นักเรียนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.12) (S.D. = 0.57) ผู้ปกครองมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.07) (S.D. = 0.61) และบุคลากรสายสนับสนุนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.15) (S.D. = 0.59) ส่วนเรื่อง คุณภาพผู้เรียน ผู้บริหารและครูมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.13) (S.D. = 0.62) นักเรียนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.17) (S.D. = 0.60) ผู้ปกครองมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.13) (S.D. = 0.59) และบุคลากรสายสนับสนุนมีการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.19) (S.D. = 0.60)

ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะในการนำผลการประเมินไปใช้
1. โครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (เกษตรทฤษฎีใหม่) เพื่อเสริมโครงการอาหารกลางวัน โรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ (บุญมีอนุกูล) สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2552 เป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาคุณภาพนักเรียน โรงเรียนควรนำจุดเด่นหรือความสำเร็จของการดำเนินงานไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการโครงการ ไว้อย่างต่อเนื่อง
2. รายงานการประเมินโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (เกษตรทฤษฎีใหม่) เพื่อเสริมโครงการอาหารกลางวัน โรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ (บุญมีอนุกูล) สำนักงานเขตคลอง สามวา กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2552 ครั้งนี้ สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางสำหรับผู้บริหารโรงเรียนในการประเมินโครงการอื่นๆ ต่อไป
3. ในการดำเนินงานโครงการ ควรให้นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความรู้สึกในการมีส่วนร่วมมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อความสำเร็จของการปฏิบัติงานโครงการ และควรมีการศึกษาเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค ที่เกิดขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงโครงการ

ข้อเสนอแนะในการประเมินครั้งต่อไป
1. ควรนำวิธีการประเมินรูปแบบซิปป์ (CIPP Model) ไปใช้ในการประเมินโครงการอื่นๆ ของโรงเรียน เพื่อให้ทราบถึงผลการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานโครงการ ทำให้ได้ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับบริบท ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลผลิตที่เป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการปรับปรุงแก้ไข ตลอดจนนำผลการประเมินโครงการไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการกำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และแนวทางในการดำเนินงานโครงการของโรงเรียนต่อไป
2. ควรส่งเสริมให้ครูนำรูปแบบการประเมินโครงการรูปแบบซิปป์ (CIPP Model) ไปใช้ในการประเมินโครงการที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้การประเมินผลแต่ละโครงการเป็นไปอย่างมีระบบ และครอบคลุมทุกด้าน
3. การประเมินถึงการมีส่วนร่วมของชุมชน เนื่องจากการกำหนดโครงการพัฒนาภายในสถานศึกษา ต้องเปิดโอกาสให้กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน และชุมชน ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน
4. ควรศึกษาผลการดำเนินงาน ผลกระทบของการดำเนินงาน และศึกษาเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของโรงเรียนที่ดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (เกษตรทฤษฎีใหม่) เพื่อเสริมโครงการอาหารกลางวันกับโรงเรียนที่ไม่ได้ดำเนินการ

โพสต์โดย nongchong : [24 ก.ย. 2554 เวลา 13:16 น.]
อ่าน [579] ไอพี : 110.169.241.43
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ท่องเที่ยวไทย
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม