ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• เผยแพร่ชุดเอกสารประกอบการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ม.6

ความหมายของภูมิลักษณ์
ภูมิลักษณ์ หมายถึง สภาพทั่วๆไป ของผิวโลก ซึ่งประกอบด้วยสิ่งที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น อันได้แก่ ความสูงต่ำของผิวโลก ทางน้ำและแหล่งน้ำ ถนน เมือง เป็นต้น สิ่งที่อยู่บนผิวโลกแต่ละอย่างเป็นต้นว่า ภูเขา หรือหุบเขาที่เรียกว่าภูมิลักษณ์
ภูมิลักษณ์ หมายถึงสภาพเปลือกโลกที่มีระดับความสูงแตกต่างกัน เกิดเป็นภูเขา ที่ราบสูง ที่ราบ ชายฝั่งทะเล แม่น้ำ ทะเลสาบ
ภูมิลักษณ์ ในพจนานุกรมศัพท์ธรณีวิทยา ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ระบุตรงกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Topography โดยราชบัณฑิตยสถาน อธิบายความหมายของภูมิลักษณ์ไว้ว่า“ภูมิลักษณ์ : สภาพทั่ว ๆ ไปของผิวโลก ซึ่งประกอบด้วยสิ่งที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติและที่มนุษย์ดัดแปลงขึ้น อันได้แก่ ความสูงต่ำของผิวโลก ทางน้ำและแหล่งน้ำ ถนน เมือง เป็นต้น สิ่งที่อยู่บนผิวโลกแต่ละอย่างเป็นต้นว่า ภูเขา หรือหุบเขาก็เรียกว่า ภูมิลักษณ์”

ความสำคัญของภูมิลักษณ์
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติกับสังคมที่ปรากฏ ในดินแดนต่างๆ ของโลก แบ่งเป็นหลายแขนงวิชา เช่น ภูมิศาสตร์กายภาพ ภูมิศาสตร์การเกษตร ภูมิศาสตร์การเมืองหรือที่เรียกกันว่าภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประชากรภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ
ที่ตั้ง ระยะทาง สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศในที่ต่าง ๆห้วงน้ำ สภาพธรรมชาติเหล่านี้เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต พืช สัตว์ รวมทั้งมนุษย์และมีอิทธิพลต่อสภาพความเป็นอยู่ วิถีชีวิต และวัฒนธรรม ขนบประเพณีของคนเรา ทั้งหมดนี้ถือเป็น ภูมิศาสตร์ทั้งสิ้น
ความสัมพันธ์ต่อวิถีชีวิตของมนุษย์
ภูมิลักษณ์บางรูปแบบเป็นปัจจัยส่งเสริมหรือเป็นอุปสรรค ขัดขวางต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ตัวอย่างเช่น ภูมิลักษณ์ที่เป็นที่ราบจะเป็นปัจจัยส่งเสริมการเป็นอยู่ของมนุษย์ใน ด้านการเกษตร การคมนาคมขนส่ง การสร้างที่อยู่อาศัย ส่วนภูมิลักษณ์แบบทะเลทราย จะมีสภาพแห้งแล้งกันดาร เป็นอุปสรรคต่อการเพาะปลูก
ความสัมพันธ์ต่อสภาพแวดล้อม
ในพื้นที่นี้มี 2 ลักษณะ คือ สภาพแวดล้อมที่เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมของลักษณะภูมิอากาศ

ภูมิลักษณ์ของประเทศไทย

ภูมิลักษณ์เป็นลักษณะเฉพาะของพื้นที่ที่ปรากฏให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงบนผิวโลกตลอดจนความสัมพันธ์ของโครงสร้างทางธรณีวิทยาในแต่ละพื้นที่หรือแต่ละภูมิภาค ปัจจุบันประเทศไทยได้แบ่งพื้นที่ภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ออกเป็น 6 ภาค ประกอบด้วยภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยในแต่ละภาคมีภูมิลักษณ์และโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่มีลักษณะเฉพาะ

ที่ตั้ง
ทิศเหนือ ติดต่อกับ ประเทศพม่า และลาว จุดเหนือสุด คือ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ประเทศลาวและกัมพูชา จุดตะวันออกสุด คือ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
ทิศใต้ ติดต่อกับ ประเทศมาเลเซีย จุดใต้สุด คือ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ประเทศพม่า จุดตะวันตกสุด คือตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน


1.แนวพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับสหภาพพม่า
เริ่มจากจุดร่วมพรมแดน 3 ประเทศ คือ ไทย พม่า ลาว บริเวณตรงจุดบรรจบกันระหว่างแม่น้ำรวกกับแม่น้ำโขงที่ ต.สบรวก อ. แม่สาย จ.เชียงราย ที่เรียกว่า "ย่านสามเหลี่ยมทองคำ"
จังหวัดที่มีอาณาเขตติดต่อพม่านับจากเหนือลงใต้ มี 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และ ระนอง
ความยาวของพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่ายาวทั้งสิ้น 2,202 กิโลเมตร เป็นพรมแดนที่เป็นสันปันน้ำประมาณ 1,664 กิโลเมตร เป็นร่องน้ำลึกของแม่น้ำรวก แม่น้ำสาย แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำเมย และแม่น้ำกระบุรี ยาวประมาณ 538 กิโลเมตร
2.แนวพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาว
เริ่มจาก ต.สบรวก ไปตามร่องน้ำลึกของแม่น้ำโขง จนถึงจมูกของสันเขาดอยแปรเมืองของเทือกภูเขาหลวงพระบาง มีระยะทางประมาณ 95 กิโลเมตร พรมแดนทอดไปตามสันปันน้ำในเทือกภูเขาหลวงพระบางจนถึงยอดเขาเต็งวา ในส่วนนี้มีระยะทาง ประมาณ 460 กิโลเมตร จากยอดเขาเต็งวาพรมแดนจะทอดไปตามร่องน้ำลึกของแม่น้ำเหือง และเม่น้ำเหืองจนบรรจบกับแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงคาน จ.เลย ความยาวของพรมแดนช่วงนี้ ยาวประมาณ 140 กิโลเมตร จากจุดบรรจบกันของแม่น้ำโขง พรมแดนจะทอดตามร่องน้ำลึกของแม่น้ำโขงจนถึงปากน้ำห้วยดอน ใน อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี รวมความยาว พรมแดนช่วงนี้ยาวประมาณ 865 กิโลเมตร จากปากน้ำห้วยดอนพรมแดนจะยึดร่องน้ำห้วยดอนจนถึงสันเขาภูบรรทัด จากนั้นก็ทอดไปตามสันน้ำใน เทือกภูแดนเมือง จนถึงช่องบก (Cole de Preach Chambot) อันเป็นจุดร่วมพรมแดน 2 ประเทศ คือ ไทย ลาว และกัมพูชา ระยะทางของพรมแดน ช่วงนี้ยาวประมาณ 190 กิโลเมตร จังหวัดที่มี อาณาเขตติดต่อกับลาวนับจากเหนือลงมา มี 11 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และ อุบลราชธานี พรมแดนระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 1,750 กิโลเมตร แบ่งเป็นสันปันน้ำ 650 กิโลเมตร และเป็นร่องน้ำลึก 1,100 กิโลเมตร
3.พรมแดนระหว่างประเทศไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา
เริ่มจากช่องบกไปจนถึง จ.ตราด เป็นพรมแดนผสม เนื่องจากบางตอนเป็นพรมแดนธรรมชาติ ได้แก่ แนวเทือกเขาและลำห้วย และบางแห่งเป็นที่ราบ จังหวัดที่มีอาณาเขตติดต่อกับกัมพูชา มี 7 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และ ตราด

4.พรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย
พรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย เริ่มตั้งแต่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก บริเวณปากน้ำปะลิส ทอดไปตาม สันปันน้ำเทือกภูเขาสันกาลาคีรี จนถึงต้นน้ำของแม่น้ำโก-ลก จากนั้นก็ใช้ร่องน้ำลึกของแม่น้ำโก-ลก จนถึงทะเลด้านตะวันออก บริเวณ ต.ปากน้ำตาบา
จังหวัดที่มีอาณาเขตติดต่อกับมาเลเซีย มี 4 จังหวัด ได้แก่ สตูล สงขลา ยะลา และ นราธิวาส พรมแดนระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซียมีความยาวประมาณ 576 กิโลเมตร เป็นพรมพรมแดนที่อาศัยสันปันน้ำของเทือกภูเขาสันกาลาคีรีประมาณ 481 กิโลเมตร และอาศัยร่องน้ำลึกของแม่น้ำ โก-ลกอีกประมาณ 95 กิโลเมตร

ลักษณะภูมิประเทศของประเทศไทย
ลักษณะภูมิประเทศที่สำคัญ ได้แก่
ที่ราบ (plains) หมายถึง ภูมิประเทศที่เป็นที่แบนราบ ซึ่งอาจจะราบเรียบหรือมีลักษณะสูงต่ำเล็กน้อย โดยปกติความสูง
ของพื้นที่จะแตกต่างกันไม่เกิน 150 เมตร เช่น ที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในภาคกลาง ที่ราบโคราชในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นต้น ที่ราบแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิด ได้แก่
1) ที่ราบแบน (Flat Plains) คือ ที่ราบที่มีความสูงต่ำต่างกัน ไม่เกิน 15 เมตร
2) ที่ราบลูกฟูก (Undulating Plains) คือ ที่ราบที่มีความสูงต่ำต่างกันตั้งแต่ 15-45 เมตร
3) ที่ราบลูกระนาด (Rolling Plains) คือ ที่ราบที่มีความสูงต่ำต่างกัน ไม่เกิน 45-90 เมตร
4) ที่ราบขรุขระ (Rough Dissected Plains) คือ ที่ราบที่มีความสูงต่ำต่างกัน 90-150 เมตร
ที่ราบสูง (plateaus) หมายถึง ภูมิประเทศที่อยู่สูงจากระดับผิวรอบตั้งแต่ 300 เมตร ขึ้นไป โดยปกติที่ราบสูงมักมีขอบสูงชันอย่างน้อย 2 ด้าน ขอบสูงชันของ ที่ราบสูงเรียกว่า ผาชัน หรือ ผาตั้ง (Escarpment) ในประเทศไทยไม่ปรากฎลักษณะภูมิประเทศแบบที่ราบสูงเลย แม้แต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในบางครั้งเรียกว่า ที่ราบสูงโคราช แต่มีความสูงน้อยกว่า 300 เมตร คือ ประมาณ 150-180 เมตรเท่านั้น จึงไม่จัดเป็นที่ราบสูงตามเกณฑ์นี้ที่ราบสูงแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ
1) ที่ราบสูงเชิงเขา (Piedmont plateous) เป็นที่ราบสูงอยู่ระหว่างภูเขากับทะเล
2) ที่ราบสูงระหว่างภูเขา (Intermontane Plateaus) เป็นที่ราบสูงอยู่ระหว่างภูเขา หรือที่ราบสูงที่มีภูเขาขนาบไว้สองด่านหรือสามด้าน
3) ที่ราบสูงในทวีป (Continental Plateaus) เป็นที่ราบสูงที่มีที่ราบ หรือทะเลล้อมรอบ เราเรียกที่ราบชนิดนี้ได้อีกอย่างหนึ่งว่าที่ราบสูงรูปโต๊ะ (Tablelands)

เนินเขา (Hills) หมายถึง พื้นที่ที่มีระดับสูงขึ้น จากบริเวณรอบๆ แต่ไม่สูงมากเท่าภูเขา มีความแตกต่างของระดับพื้นที่ประมาณ 150-600 เมตร เช่น เขาวัง ที่จังหวัดเพชรบุรี เขาวงพระจันทร์ และเขาพระงาม จังหวัดลพบุรี เป็นต้น เนินเขาแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆได้ 2 ประเภท คือ
1) เนินเขาที่เกิดจากการสร้างของภูมิประเทศ (Structural Hills) เป็นเนินเขาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ทำให้ดินมีความสูงขึ้นมีสภาพเป็นเนินเขา
2) เนินเขาที่เกิดจากการกัดกร่อนพังทลาย (Erosional Hills) เป็นพื้นที่ที่สูงมาแต่เดิมแล้วถูกกัดกร่อนผุพังจนความสูงลดลงเหลือเท่าระดับเนินเขา
ภูเขา (Mountains) หมายถึง ภูมิประเทศที่มีความสูงจากพื้นบริเวณรอบๆคล้ายเนินเขาแต่มีความแตกต่างของระดับพื้นที่ ตั้งแต่ 600 เมตรขึ้นไป เช่น ภูเขาผีปันน้ำ ภูเขาถนนธงชัย เป็นต้น
ภูเขาแบ่งตามลักษณะการเกิดได้ 5 ชนิด คือ
1) ภูเขาโก่งตัว (Folded Mountains) เป็นภูเขาที่เกิดจากการดันตัวของหินหนืด (Magma) ภายในโลก ทำให้เปลือกโลกโก่งตัวขึ้นกลายเป็นภูเขา
2) ภูเขาเลื่อนตัว (Fault หรือ Block Mountains) เป็นภูเขาที่เกิดจากการยุบตัวของ เปลือกโลก หรือเกิดจากการหักตัวแล้วต่อเหลื่อม ทำให้เอียงด้านใดด้านหนึ่ง ขึ้นเป็นภูเขา
3) ภูเขารูปโดม (Domed Mountains) เป็นภูเขาที่เกิดจากการดันตัวขึ้นมาของหินหนืดแต่ยังไม่ทันพ้นผิวโลกก็เย็นตัวเสียก่อน
4) ภูเขาไฟ (Volcanic Mountains) เป็นภูเขาที่เกิดจากหินหนืดดันตัวขึ้นมาพ้นผิวโลกกลายเป็นลาวา (Lava) แข็งตัวและทับถมกันสูงขึ้นจนกลายเป็นภูเขา มักมีลักษณะคล้ายรูปกรวย
5) ภูเขาแบบผสม (Complex Mountains) เป็นภูเขาที่มีลักษณะภูเขาทั้ง 4 แบบข้างต้นรวมกัน

โพสต์โดย นางวันเพ็ญ พรมสอน : [26 ส.ค. 2551]
อ่าน [8879] ไอพี : 10.250.211.60
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม