ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT) ของโรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม ปีการศึกษา 2554.

การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT) ของโรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม ปีการศึกษา 2554 เพื่อใช้ในการเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ระยะ 5 ปี ของโรงเรียน มีจุดมุ่งหมาย คือ เพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT) ของโรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม ปีการศึกษา 2554 ตามสถานการณ์ 4 รูปแบบ และ เพื่อเปรียบเทียบกลยุทธ์ ตามสถานการณ์ 4 รูปแบบ ของโรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือ คณะผู้ร่วมบริหาร ของโรงเรียนอัสสัมชัญ และ
โรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม จำนวน 50 คน จากทั้งหมด 80 คน คิดเป็นร้อยละ 62.50 ที่ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม ปลายเปิด จำนวน 8 ข้อ สามารถสรุปการวิจัย ได้ดังนี้
1. ผลการสำรวจ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และ อุปสรรค ของโรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม ปีการศึกษา 2554 ได้ข้อมูลดังนี้
1.1 ผลการสำรวจ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และ อุปสรรค ของโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม อันดับ 1 - 5 มีดังนี้
จุดแข็ง S
1. มีสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย อุปกรณ์การสอน ห้องปฏิบัติการครบครัน
2. บุคลากรครูมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน/สาขาวิชา
3. การจัดการศึกษาที่เน้นวิชาการ
4. การจัดการศึกษาด้านภาษาอังกฤษ
5. สภาพแวดล้อม อาคารสถานที่ สะอาด สวยงาม
6. หลักสูตรการศึกษาที่เหมาะสม
จุดอ่อน W
1. ระเบียบวินัยของเด็กที่อ่อนลง ขาดความรับผิดชอบ และคุณภาพของเด็กที่รับเข้ามาด้อยลงกว่าเดิม
2. ผู้ปกครองมีส่วนร่วมมากเกินไป มีผลต่อกระบวนการฝึกนักเรียน (เกินขอบเขตคำว่า “มีส่วนร่วม”)
3. ขนาดของพื้นที่ไม่เหมาะสมกับจำนวนนักเรียน
4. การพัฒนาครูด้านภาษาอังกฤษไม่ต่อเนื่อง
5. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาหลัก 5 วิชา มีค่าเฉลี่ยไม่ถึงร้อยละ 75 ต่ำกว่าเป้าหมายที่ต้องการ
6. การประชาสัมพันธ์การจัดการศึกษาของโรงเรียนถึงผู้ปกครองและบุคคลภายนอกน้อย
โอกาส O
1. ความพร้อมของผู้ปกครอง และศิษย์เก่าที่ช่วยสนับสนุนโรงเรียน
2. ความพร้อมด้านเศรษฐกิจและปัจจัยสนับสนุนของโรงเรียน
3. ผู้บริหารสูงสุด คณะภราดาลงมือปฏิบัติจริงกับบุคลากรครู
4. ความพร้อม และ ความสามารถของครูที่มีวุฒิทางการศึกษา
5. ขวัญและกำลังใจของบุคลากรครูดี
อุปสรรค T
1. ข้อกำหนดของกระทรวงศึกษาธิการทำให้โรงเรียนขาดอิสระในการจัดการศึกษา
2. สถานที่คับแคบ
3. ขวัญและกำลังใจของบุคลากรควรเทียบเท่าหน่วยงานของรัฐ/คุณภาพชีวิตของครูผู้สอน
4. การสร้างความเข้าใจถึงนโยบายของโรงเรียนต่อผู้ปกครองและครูมีทัศนคติและค่านิยมต่อวิชาชีพครูลดลงทำให้จรรยาบรรณครูลดลง
5. ค่านิยมของศิษย์เก่า/ผู้ปกครองที่ไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในโรงเรียน
1.2 ผลการสำรวจ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และ อุปสรรค ของโรงเรียนอัสสัมชัญ อันดับ 1 - 5 มีดังนี้
จุดแข็ง S
1. มีสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย อุปกรณ์การสอน ห้องปฏิบัติการครบครัน
2. การจัดการศึกษาที่เน้นวิชาการ
3. บุคลากรครูมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน/สาขาวิชา
4. การจัดการศึกษาด้านภาษาอังกฤษ
5. สภาพแวดล้อม อาคารสถานที่ สะอาด สวยงาม
6. หลักสูตรการศึกษาที่เหมาะสม
7. มีปัจจัยทางด้านการเงิน และงบประมาณที่มีจำนวนเพียงพอ
จุดอ่อน W
1. ขนาดของพื้นที่ไม่เหมาะสมกับจำนวนนักเรียน
2. นโยบายระดับสูงไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ ขาดความต่อเนื่อง
3. การประชาสัมพันธ์การจัดการศึกษาของโรงเรียนถึงผู้ปกครองและบุคคลภายนอกน้อย
4. ครูไม่ให้ความร่วมมือในการทำงาน ความสามัคคีลดลง ความภาคภูมิใจในสถาบันลดลง
5. หัวหน้าฝ่ายไม่เป็นเอกภาพส่งผลให้เป็นอุปสรรคในการดำเนินงาน และประสานงานระหว่างฝ่ายน้อย
6. ขวัญและกำลังใจจากผู้บริหารที่มอบให้ครูลดลงกว่าอดีตเมื่อเทียบกับโรงเรียนอื่น ๆ ในเครือมูลนิธิฯ
โอกาส O
1. ความพร้อมของผู้ปกครอง และศิษย์เก่าที่ช่วยสนับสนุนโรงเรียน
2. ผู้บริหารสูงสุด คณะภราดาลงมือปฏิบัติจริงกับบุคลากรครู
3. ความพร้อมด้านเศรษฐกิจและปัจจัยสนับสนุนของโรงเรียน
4. ความพร้อม และ ความสามารถของครูที่มีวุฒิทางการศึกษา
5. ความพร้อมของนักเรียนเมื่อเปรียบเทียบกับโรงเรียนอื่น
6. การอบรมพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
อุปสรรค T
1. ขวัญและกำลังใจของบุคลากรควรเทียบเท่าหน่วยงานของรัฐ/คุณภาพชีวิตของครูผู้สอน
2. ขาดความสามัคคีในกลุ่มครู ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และผู้บริหาร
3. ข้อกำหนดของกระทรวงศึกษาธิการทำให้โรงเรียนขาดอิสระในการจัดการศึกษา
4. สถานที่คับแคบ และประถม-มัธยมห่างกัน ทำให้ขาดการติดต่อสื่อสาร และจัดกิจกรรมร่วมกัน
5. บุคลากรบางหน่วยงานไม่พร้อมในการทำงาน หรือแม่นยำในหน้าที่การงานของตนเอง

2. ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT) ของโรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม ปีการศึกษา 2554 ตามสถานการณ์ 4 รูปแบบ ได้ข้อมูลดังนี้
2.1 ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT) ตามสถานการณ์ 4 รูปแบบ ของโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม ปีการศึกษา 2554 ได้กลยุทธ์ ดังนี้
S+O กลยุทธ์เพิ่มศักยภาพ: เชิงรุกระยะยาว
1. จัดหาสื่อเทคโนโลยี อุปกรณ์การสอน หรืออาคารสถานที่ โดยการสนับสนุนของผู้ปกครอง
2. จัดหลักสูตรที่แตกต่างกับโรงเรียนอื่น ๆ เพื่อยกระดับการจัดการศึกษาของโรงเรียน โดยเฉพาะด้านภาษา เน้นความเป็นเลิศด้านวิชาการ
3. มียุทธศาสตร์เกี่ยวกับการสร้างขวัญและกำลังใจให้บุคลากร มีความภาคภูมิใจในสถาบัน เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
W+O กลยุทธ์เร่งพัฒนา: เชิงรุกระยะสั้น
1. จัดกิจกรรม/โครงการ เพื่อส่งเสริมด้านคุณธรรม มากขึ้น
2. จัดอบรมครู/พัฒนาครูเกี่ยวกับภาษา อย่างต่อเนื่อง และใช้ได้จริง
3. จัดสรรพื้นที่ที่มีอยู่ให้เพียงพอกับจำนวนนักเรียน / จัดจำนวนนักเรียนให้เพียงพอกับพื้นที่
4. จัดหางบประมาณ เพื่อทำโครงการ/กิจกรรมที่ส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยวิธีที่หลากหลาย
S+T กลยุทธ์สร้างภูมิคุ้มกัน: เชิงรับระยะยาว
1. จัดการศึกษาที่ยกระดับคุณภาพให้สูงกว่าโรงเรียนของรัฐ
2. สร้างขวัญและกำลังใจให้กับครู ให้มีคุณภาพชีวิตสูงกว่า/เทียบเท่าบุคลากรของรัฐ
3. จัดหาสื่อ/อาคารสถานที่แนวดิ่ง ที่ Support การเรียนการสอนที่มีคุณภาพ


W+T กลยุทธ์แก้วิกฤติ: เชิงรับระยะสั้น
1. ประชาสัมพันธ์ข้อมูล/การดำเนินการที่ประสบความสำเร็จของโรงเรียนสู่สาธารณชน ด้วยวิธีการที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
2. ชี้แจงและให้ข้อมูลถึงปัญหาในการจัดการศึกษา ถึงผู้ปกครอง และขอความช่วยเหลือจากผู้ปกครองที่ต้องการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
3. กำหนดเป้าหมายของการรับนักเรียนเข้าเรียนให้มีคุณภาพทั้งด้านสติปัญญา และความพร้อมด้านอื่น ๆ
2.2 ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT) ตามสถานการณ์ 4 รูปแบบ ของโรงเรียนอัสสัมชัญ ปีการศึกษา 2554 ได้กลยุทธ์ ดังนี้
S+O กลยุทธ์เพิ่มศักยภาพ: เชิงรุกระยะยาว
1. จัดหาสื่อเทคโนโลยี อุปกรณ์การสอน หรืออาคารสถานที่ โดยการสนับสนุนของผู้ปกครอง
2. จัดหลักสูตรที่แตกต่างกับโรงเรียนอื่น ๆ เพื่อยกระดับการจัดการศึกษาของโรงเรียน โดยเฉพาะด้านภาษา เน้นความเป็นเลิศด้านวิชาการ
3. มียุทธศาสตร์เกี่ยวกับการสร้างขวัญและกำลังใจให้บุคลากร มีความภาคภูมิใจในสถาบัน เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
4. จัดสรรงบประมาณในการพัฒนาทั้งด้านการศึกษา ด้านบุคลากร และด้านอาคารสถานที่
W+O กลยุทธ์เร่งพัฒนา: เชิงรุกระยะสั้น
1. จัดสรรพื้นที่ที่มีอยู่ให้เพียงพอกับจำนวนนักเรียน / จัดจำนวนนักเรียนให้เพียงพอกับพื้นที่
2. สร้างจิตสำนึกและความรักสถาบัน การทำงาน ระหว่างครูและผู้บริหาร
3. จัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารกับผู้ปฏิบัติให้มีความเข้าใจในหน้าที่ของกันและกัน
4. หาวิธีการประชาสัมพันธ์การทำงานของโรงเรียนสู่สาธารณชน ด้วยวิธีการที่เข้าถึงผู้รับข้อมูล
S+T กลยุทธ์สร้างภูมิคุ้มกัน: เชิงรับระยะยาว
1. จัดการศึกษาที่ยกระดับคุณภาพให้สูงกว่าโรงเรียนของรัฐ
2. สร้างขวัญและกำลังใจให้กับครู ให้มีคุณภาพชีวิตสูงกว่า/เทียบเท่าบุคลากรของรัฐ
3. จัดหาสื่อ/ติดตั้งเทคโนโลยีการสื่อสารที่รวดเร็ว /อาคารสถานที่แนวดิ่ง ที่ Support การเรียนการสอนที่มีคุณภาพ
W+T กลยุทธ์แก้วิกฤติ: เชิงรับระยะสั้น
1. ประชาสัมพันธ์ข้อมูล/การดำเนินการที่ประสบความสำเร็จของโรงเรียนสู่สาธารณชน ด้วยวิธีการที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
2. ชี้แจงและให้ข้อมูลถึงปัญหาในการจัดการศึกษา ถึงผู้ปกครอง และขอความช่วยเหลือจากผู้ปกครองที่ต้องการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
3. กำหนดเป้าหมายของการรับนักเรียนเข้าเรียนให้มีคุณภาพทั้งด้านสติปัญญา และความพร้อมด้านอื่น ๆ

3. ผลการเปรียบเทียบกลยุทธ์ ตามสถานการณ์ 4 รูปแบบ ของโรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม พบว่ากลยุทธ์ส่วนใหญ่ สามารถนำไปใช้ในการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้ทั้ง 2 โรงเรียน มีกลยุทธ์จำนวน 7 กลยุทธ์ ที่ต้องแยกในการกำหนดกลยุทธ์ของแต่ละโรงเรียน คือ โรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม ต้องกำหนดกลยุทธ์ เรื่อง 1) จัดกิจกรรม/โครงการ เพื่อส่งเสริมด้านคุณธรรม มากขึ้น 2) จัดอบรมครู/พัฒนาครูเกี่ยวกับภาษา อย่างต่อเนื่อง และใช้ได้จริง 3) จัดหางบประมาณ เพื่อทำโครงการ/กิจกรรมที่ส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยวิธีที่หลากหลาย และโรงเรียนอัสสัมชัญ ต้องกำหนดกลยุทธ์ เรื่อง 1) จัดสรรงบประมาณในการพัฒนาทั้งด้านการศึกษา ด้านบุคลากร และด้านอาคารสถานที่ 2) สร้างจิตสำนึกและความรักสถาบัน การทำงาน ระหว่างครูและผู้บริหาร 3) จัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารกับผู้ปฏิบัติให้มีความเข้าใจในหน้าที่ของกันและกัน 4) หาวิธีการประชาสัมพันธ์การทำงานของโรงเรียนสู่สาธารณชน ด้วยวิธีการที่เข้าถึงผู้รับข้อมูล

โพสต์โดย nisuo : [19 ธ.ค. 2555 เวลา 08:42 น.]
อ่าน [7910] ไอพี : 58.97.76.130
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม