ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ ดูทีวีออนไลน์ ทีวีย้อนหลัง   game เกมส์หลากหลาย รวมเกมส์ที่นี่
ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > โมเดลพัทยา ชูหลัก3ใหม่ ปฏิรูปการศึกษา
โมเดลพัทยา ชูหลัก3ใหม่ ปฏิรูปการศึกษา
+โพสต์เมื่อวันที่ : 30 พ.ค. 2552

Share | แบ่งปันเรื่องนี้ให้เพื่อนที่

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

.....

วงเสวนาการศึกษาที่เมืองพัทยา สรุปแนวทางชู 3 ใหม่การปฏิรูปพัฒนาการศึกษาไทย เพิ่มการมีส่วนร่วมของเอกชน ปรับปรุงกฎหมาย จัดตั้งสถาบันพัฒนาระบบการศึกษาและเรียนรู้เป็นองค์กรมหาชน

วันนี้ (30 พ.ค.)ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง กล่าวภายหลังการเสวนา “สภาการศึกษาเสวนา เรื่อง การศึกษาไทยในภาวะวิกฤตของประเทศ”ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่า คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ ได้สรุปแนวทางในการปฏิรูปการศึกษารอบสองเสร็จแล้ว โดยเห็นว่าแนวทางหลักๆ จะต้องใช้ 3 ใหม่ของการปฏิรูป คือ 1.คุณภาพคนไทยยุคใหม่ ให้มีโอกาสเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ และเท่าเทียมตลอดชีวิต มีคุณธรรม ลักษณะนิสัยและทักษะสังคมที่ดี 2. ครูยุคใหม่ ต้องมีระบบที่สามารถดึงดูดคนเก่ง คนดีมาเป็นครูได้ รวมทั้งมีระบบที่ให้ครูสามารถพัฒนาตนเองและอยู่ได้อย่างยั่งยืน 3. ระบบการบริหารจัดการใหม่ เน้นการกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพิ่มการมีส่วนร่วมของเอกชน ทบทวน ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารโดยองค์คณะบุคคล การแต่งตั้ง หรือเลือกตั้งผู้บริหารและคณะกรรมการ

ศ.ดร.ยงยุทธ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนกลไกหลักในการปฏิรูปต้องประกอบด้วย การจัดตั้งสถาบันพัฒนาระบบการศึกษาและเรียนรู้เป็นองค์กรมหาชน เพื่อวิจัยและพัฒนาระบบการศึกษาและการเรียนรู้ รวมทั้งจัดตั้งหน่วยงานเพื่อส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา และจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและกองทุนเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการใช้ไอซีทีเพื่อการศึกษา และสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา(อีทีวี) จัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ และสถาบันอื่นๆ เพื่อทำหน้าที่ประกันและรับรองคุณภาพ มาตรฐานวิชาชีพครู สถาบันผลิตครู และส่งเสริมการผลิตครู จัดให้มีกลไกประกันการเรียนรู้และรับรองมาตรฐานผู้เรียนและสถาบันคุณวุฒิ วิชาชีพแห่งชาติ

 

ที่มา ไทยรัฐ 30 พฤษภาคม 2552, 14:30 น.

 
 
 
 
ไม่มีความเห็น
 
 
 
[เนื้อหาในหมวดเดียวกัน]
สพฐ. ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการพิจารณาให้เออร์ลี่ฯ แล้ว [4884]
ก.ค.ศ.มีมติคงสิทธิ์ กรณีผู้สอบได้และขึ้นบัญชีตำแหน่งต่างๆ ของ สพท.เดิมแล้ว [2608]
ครู ค.ศ.1 เรียกร้องให้มีการทบทวนประกาศ ก.ค.ศ .ให้ครูที่บรรจุปี2548-2551ได้รับสิทธิ์ย้อนหลัง [6504]
อนุ กก.คุรุศึกษาฯ ชงครูเกษียณ 65 ปี [3686]
เงินกู้สวัสดิการ ช.พ.ค.-หลักเกณฑ์การกู้ ช.พ.ค.-กู้ 1.2ล้านคงเหลือไม่ต่ำกว่า 8 พัน [9404]

 

ความคิดเห็นที่ 1  โดยคุณ : ศ.ดร.55

ที่แท้ก็หาเรื่องตั้งองค์กรทำมาหากินของพวกนักวิชาการงี่เง่าเหล่านั้น
ถ้าจะให้ดีนะ สัญจรออกไปถามครูตามต่างจังหวัด แบบโรงเรียนบ้านอกๆนะจะได้เข้าใจ ไม่ใช่มานั่งเทียนคิดเอา เบื่อเว้ย

[30 พ.ค. 2552 เวลา 20:50 น.] [125.26.70.231]

ความคิดเห็นที่ 2  โดยคุณ : โทน กู่กาสิงห์

ทั้ง 3 เรื่อง กำหนดไว้ ใน พรบ.กศ.แห่งชาติ 2542 แล้วครับ
10 ปีผ่านไปเหลือแต่การปฏิบัติให้เป็นจริงเท่านั้นเองครับ
ไม่เห็นมีข้อไหนใหม่เลย

[30 พ.ค. 2552 เวลา 21:29 น.] [125.26.26.69]

ความคิดเห็นที่ 3  โดยคุณ : ครูบ้านหนองหมาว้อ

ไม่มีงานทำหรือไง คิดมานานแล้วพูดมาเป็นร้อยครั้งแล้ว ไม่เห็นมีใครอยากข้ามาเป็นครูเลย เพราะเงินเดือนน้อย งานก็หนักสารพัดการประเมิน แล้วอย่างนี้จะมีคนเก่งที่ไหนอยากมาเป็นครู

[1 มิ.ย. 2552 เวลา 07:38 น.] [118.175.172.20]

ความคิดเห็นที่ 4  โดยคุณ : ฉลอง ปิ่นทิอง

แนวคิดทางการศึกษาก่อนปฏิรูปการศึกษาในปัจจุบัน ฉลอง ปิ่นทอง
ศึกระหว่างนายอดิศัย โพธารมิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กับกลุ่มครูชุดดำที่รวมตัวกันประท้วงให้นายกรัฐมนตรีปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหรือสับเปลี่ยนไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงอื่น ปรากฎผลออกมาแล้ว คือ กลุ่มครูชุดดำถูกผลักให้ไปยืนในมุมเดียวกับฝ่ายค้านเรียบร้อยแล้ว และ
จะถูกตั้งกรรมการสอบสวนดำเนินการทางวินัยเป็นรายการต่อไป


ใครจะเข้าข้างรัฐมนตรี หรือใครจะเข้าข้างกลุ่มครูชุดดำก็แล้วแต่อัธยาศัย!
มองการปฏิรูปการศึกษาในปัจจุบัน ที่ประชาชนพากันสงสัยว่า ข้อสอบเอ็นทรานซ์รั่วหรือไม่ มีการโกงคะแนนข้อสอบประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติ (NT) ชั้น ป.6 ที่ต้องสอบใหม่ถึง 200 โรงเรียนหรือไม่ และทำไมเด็กที่มหาวิทยาลัยประกาศว่าสอบได้ในวันหนึ่ง แต่วันต่อมากลับประกาศใหม่ว่าสอบไม่ได้ แล้วอดนึกถึงแนวคิดทางการศึกษาก่อนการปฏิรูปการศึกษาสมัยนี้ไม่ได้
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 ได้มีพระราชกระแสเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ว่า
ผู้ที่จะจัดการศึกษานั้น ต้องเป็นคนที่รักงานจริง ๆ ต้องอุทิศตัวให้แก่งานนี้โดยไม่หวังที่จะได้รับความยกย่องสรรเสริญเป็นผลตอบแทนโดยเร็ว การอบรมคนทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ย่อมกินเวลานานกว่าจะได้เห็นผลสำเร็จ และรู้ว่าได้ทำมาในทางถูกหรือผิด บางทีกว่าจะรู้ผล ตัวเราเองอาจตายไปเสียก่อนแล้วก็ได้ ไม่เหมือนการก่อสร้างบ้านเรือนหรือถนนหนทาง เมื่อสร้างเสร็จก็เห็นผลทันตา ได้รับความยกย่องเร็วทันใจ ส่วนการสร้างนิสัยคนนั้นเห็นผลได้ยาก บางทีคนต่อมาไม่ทราบเสียด้วยซ้ำว่า ใครเป็นผู้สร้าง
นอกจากนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 6 ได้มีพระบรมราโชบาย ด้านการศึกษา ซึ่งแตกต่างไปจากการจัดศึกษาตามระบบปกติของกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้น ดังความในพระราชหัตถเลขาตอนหนึ่งว่า


ระบบการศึกษาและกฎเกณฑ์ทั้งหลาย ตลอดจนหลักสูตร แท้จริงทำให้เปลืองกระดาษไปเปล่า ๆ ยิ่งกว่านั้น คือ เปลืองเวลาด้วย ถ้าไม่ทำให้ประชาชนเป็นอย่างที่เราต้องการสำหรับประเทศของเราได้เป็นผลสำเร็จ ข้าไม่หมายความว่าอะไรดีสำหรับเมืองอังกฤษจะต้องดีสำหรับเมืองไทยด้วย ตรงกันข้าม ถ้าจะเอาวิธีการของคนอังกฤษมาใช้ทั้งดุ้น ก็จะเป็นการผิดพลาดอย่างมหันต์ ...ข้าไม่ห่วงการปั้นนักเรียนชั้นมัธยมให้เป็นเทวดาเหมือนกันหมดทุกคน ได้คะแนนกันคนละหลายพันคะแนน เท่าการสร้างเด็กหนุ่มที่ขยันขันแข็งและสะอาดทั้งร่างกายและจิตใจ เตรียมพร้อมที่จะรับภาระต่าง ๆ ซึ่งจะมีมาในอนาคต
ข้าไม่ต้องการนักเรียนตัวอย่างที่สอบไล่ได้คะแนนขึ้นเกียรตินิยมทุก ๆ ครั้ง ข้าไม่ต้องการตำราเรียนที่เดินได้ ข้าอยากได้ยุวชนที่เป็นสุภาพบุรุษ ซื่อสัตย์สุจริต มีอุปนิสัยใจคอดี ข้าจะไม่โศกเศร้าเลย ถ้าเจ้ามารายงานว่า เด็กคนหนึ่งเขียนหนังสือไม่คล่อง คิดเลขซ้อนไม่เป็น และไม่รู้วิชาเรขาคณิตเลย ถ้าข้ารู้ว่า เด็กคนนั้นได้ศึกษาพอที่จะรู้ว่า ความเป็นผู้ชายคือ อะไร และขี้แยคืออะไร ข้าไม่อยากได้ยิน “คนฉลาด” บ่นอีกว่า“ปัญญาท่วมหัวเอาตัวไม่รอด” สิ่งที่ข้าต้องการเห็นในโรงเรียนมหาดเล็กหลวง คือ ให้การศึกษาเป็นเครื่องทำให้เด็กเป็นยุวชนที่น่ารักและเป็นพลเมืองดี ไม่ใช่ทำลายบุคลิกภาพเสียหมดโดยบรรทุกหลักสูตรและระบบการต่าง ๆ ลงไป ข้าต้องการให้การศึกษาเป็นสิ่งที่งดงามจนทำให้เด็กออกไปแล้วหวนกลับมาคิดถึงวันข้างหน้าด้วยความภาคภูมิใจ
ถ้าคนที่รับผิดชอบการจัดการศึกษาในสมัยนี้ น้อมนำพระราชกระแสและพระบรมราโชบายเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของล้นเกล้าทั้งสองพระองค์มาปฏิบัติตั้งแต่ระดับกระทรวงลงมาถึงระดับโรงเรียน อาจไม่ต้องมานั่งถามกันเองว่า ใครถ่วงการปฏิรูปการศึกษา ใครทำให้การปฏิรูปการศึกษาล้มเหลว ดังเช่นที่ต้องรวมตัวประท้วงกันอยู่ในขณะนี้


อ่างทอง โพสต์ 16 พฤษภาคม 2547

[1 มิ.ย. 2552 เวลา 21:16 น.] [117.47.189.175]

ความคิดเห็นที่ 5  โดยคุณ : ดาวเหนือ

การศึกษา คือ ทุกเรื่องที่ดีงาม ที่ถูกต้อง ในการพัฒนาบุคคล การที่จะให้การปฏิรูปการศึกษาสำเร็จด้วยดีทุกประการ นั้น ขอเสนอว่า
1. อย่าเน้นระบบเศรษฐกิจทุนนิยมมากเกินไป อาชีพครูนั้น (แก่นแท้) แล้ว นั้น คือ อาชีพที่ช่วยเหลือคน สร้างคน ไม่หวังผลกำไร ดังนั้น ชีวิตครูเกษียณแล้วอาจจะไม่มีบ้านอยู่ หรือพอมีบ้างก็เป็นธรรมดา คือ ชีวิตนั้น ทำเพื่อเด็ก ทำเพื่อคนอื่นตลอดเวลา เงินเดือน ก็ แสนน้อย ทำให้จนแสนจน ผิดกับ อาชีพอื่น ซึ่ง ทำเพื่อตนเอง 24 ชั่วโมง ทำงานไม่กี่ปี รายได้เท่ากับคุณครูทำงานมาตลอดชีวิต
2. ประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือ อาจารย์มหาวิทยาลัยที่เก่ง ที่จบจากต่างประเทศมานั้น เริ่มทยอยเกษียณอายุหมดแล้ว (บรมจารย์) คนรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่ที่เรียนเก่ง ๆ นั้น ไม่เรียนสายอาชีพครู และอีกอย่าง ไม่มีเงินที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อจบมาสอนเด็ก เงินเดือน 7,900 บาท เวรกรรมมาก ๆ
3. สรุปได้ว่า เมื่อ เบ้าหลอม นั้น ไม่แกร่งทางวิชาการจริง ๆ แล้วลูกศิษย์ไทยถึงทำข้อสอบ ระดับชาติอยู่ที่ 20 - 35 % เป็นจำนวนมาก

[2 มิ.ย. 2552 เวลา 12:52 น.] [118.173.134.116]

กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า 1

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์แต่งตัว เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์ยิง เกมส์เบ็นเท็น เกมส์การ์ด เกมส์ระบายสี เกมส์ต่อสู้ เกมส์ผจญภัย เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ปลูกผัก เกมส์ผี เกมส์เด็กๆ เกมส์ขายของ เกมส์จีบสาว เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ภาษา เกมส์แต่งบ้าน เกมส์วางแผน เกมส์ตลก เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ทําอาหาร เกมส์วางระเบิด เกมส์มันส์ๆ เกมส์จับคู่ เกมส์ความรู้ เกมส์กีฬา เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์ตัดผม เกมส์หมากฮอส เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกสมอง เกมส์สร้างเมือง เกมส์ยาน เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์เต้น เกมส์มาริโอ

ค้นหาข่าว/บทความ

 
สนใจระบบ e-Office ติดต่อได้ครับ 081-3431047
ระบบอีออฟฟิศ รับ-ส่งหนังสือราชการ
เหมาะสำหรับเขตพื้นที่ติดต่อกับโรงเรียน
เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดงบ
พัฒนาโดย ครูบ้านนอก.คอม

ดูหนัง ฟังเพลง ดูทีวีออนไลน์ ทีวีย้อนหลัง อ่านหนังสือพิมพ์ ข่าว นิตยสาร ออนไลน์ ที่นี่
ห้องพักครู ครูบ้านนอกดอทคอม ห้องพักผ่อนหลังจากการสอนของคุณครู เพื่อเตรียมตัว หรืออัพเดทข่าวสารต่างๆ พูดคุย สนทนากันได้ที่ห้องนี้ครับ



รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
ครูบ้านนอก gotoknow
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน
ทุนการศึกษา

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่

 

คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ
เว็บไซต์ สพป.ทั่วประเทศ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ

     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม
เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง
ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร
แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร
ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู
ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย
เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา
และเจริญก้าวหน้าในอาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
MSN : kornkham@hotmail.com

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน
โปรดรักเพื่อนบ้านของเรา
เหมือนที่ท่านรักเรา
สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ปัจจุบัน นิสิตคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม