ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ข่าว/บทความ > เรื่องราวจากสมาชิก > การศึกษาเด็กรายกรณี เด็กหญิงพัชริดา สมสวาท


• การศึกษาเด็กรายกรณี เด็กหญิงพัชริดา สมสวาท
+โพสต์เมื่อวันที่ : 22 ก.พ. 2555 เปิดอ่าน : 37640 / 0 ความเห็น


1.              ข้อมูลทั่วไปของเด็ก
               เด็กหญิงพัชริดา สมสวาท ชื่อเล่นน้องชมพู่ เชื้อชาติไทย สัญชาติ ไทย
ศาสนา พุทธ     ปัจจุบันเป็นเด็กระดับปฐมวัย   ชั้นอนุบาลปีที่ 1  โดยมี
นางสาวอัมพวัน ศรีหรั่งไพโรจน์ เป็นครูประจำชั้น                                                                   
1.1        ประวัติส่วนตัว
               น้องชมพู่เกิดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2549 ที่โรงพยาบาลศุภมิตร บิดาชื่อ นายสำเริง
สมสวาท  มีอาชีพ ทำนา มารดาชื่อ นางยุพิน สมสวาท อาชีพ ทำนา มีพี่น้องทั้งหมด 2 คน เป็นบุตรคนที่ 2 ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 11 ตำบลไทรงาม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม                                            
1.2        ประวัติครอบครัว
               บ้านของน้องชมพู่มีสมาชิกทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย พ่อ แม่ พี่และน้องชมพู่เป็นคนสุดท้อง พี่ชายชื่อ เด็กชายพงษ์พิสุทธิ์   สมสวาท เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดเกษตราราม พ่อมีอาชีพทำนา แม่มีอาชีพทำนา น้องชมพู่มีความสนิทกับแม่มากที่สุด
1.3        ลักษณะทั่วไป
               น้องชมพู่มีน้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ น้องชมพู่มีท่าทางเฉยๆ ไม่ร่าเริงเท่าที่ควร พูดเสียงค่อยและเบามาก ส่วนใหญ่แล้วชอบนั่งเงียบๆ เฉยๆ ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น เมื่อมีกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะจะยืนหรือนั่งเฉยๆ ไม่ยอมปฏิบัติ แต่จะยิ้มเมื่อพอใจในการกระทำของครูและเพื่อน
               นอกจากนั้นน้องชมพู่ยังไม่ค่อยชอบทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เพราะกลัวเปื้อน สกปรก เช่น การปะติด   การใช้สีน้ำ ผลงานที่จัดทำอยู่ในระดับปานกลาง
               อาหารที่น้องชมพู่ชอบทานจะอาหารแห้งๆ เช่น ข้าวกับไก่ทอด ข้าวกับไข่ต้ม 
ไม่ชอบอาหารประเภทที่มีน้ำ เช่น ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ถ้าเป็นข้าวหมูแดงก็ไม่ให้ใส่น้ำหมูแดง   ชอบเลี้ยงแมว     โตขึ้นน้องชมพู่อยากเป็นพยาบาล 
2.              การศึกษาพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็ก
2.1        พัฒนาการด้านร่างกาย
1)            น้องชมพู่เป็นเด็กรูปร่างสมส่วน สูง    105   เซนติเมตร และหนัก    16   กิโลกรัม
มีน้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
2)            จากการประเมินการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ของน้องชมพู่ อยู่ในระดับดี การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อใหญ่ได้อย่างคล่องแคล่ว
3)            น้องชมพู่มีการเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะดนตรีและสัญญาณต่างๆ อยู่ในระดับพอใช้ 
4)            จากการสังเกตการณ์ใช้ประสาทสัมพันธ์กล้ามเนื้อมือกับสายตา พบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างมือกับตาอยู่ในระดับ ดี
สรุปโดยภาพรวมน้องชมพู่มีพัฒนาการด้านร่างกายอยู่ในระดับดี
2.2        พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ
1)             น้องชมพู่เป็นเด็กที่สามารถควบคุมอารมณ์และการกระทำของตนเองได้ดี ไม่เคยแสดงอาการโกรธ หรือแย่งของเล่นเพื่อนเมื่อตนเองต้องการเล่นสิ่งนั้น
2)            น้องชมพู่เป็นเด็กไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย เคลื่อนไหวช้าขาดความกระปี้กระเปร่า
3)            น้องชมพู่จะแสดงสีหน้าท่าทางพอใจเมื่อได้รับคำชมเชยในผลงานของตนเองด้วยการยิ้ม แต่ถ้าให้กลับไปทำเพิ่มเติมหรือปรับปรุงผลงานจะมีอาการตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้ที่ต้องกลับไปทำเพิ่มเติม
4)            น้องชมพู่จะตั้งใจฟังนิทานที่ครูและเพื่อนเล่าด้วยความสนใจแต่ไม่ค่อยแสดงความคิดเห็นใดๆ จากนิทาน
5)            เมื่อครูพูดคุยด้วยน้องชมพู่จะยิ้มและพูดตอบโต้บ้างด้วยประโยคสั้นๆ หรือคำว่า “คะ”
2.3        พัฒนาการด้านสังคม
1)             น้องชมพู่สามารถช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของตนเองได้
2)            เมื่อให้เล่นรวมกลุ่มเพื่อนส่วนใหญ่น้องชมพู่จะเป็นผู้ดู ชอบนั่งหรือยืนดูเพื่อนเล่นมากกว่าการร่วมเล่นกับเพื่อน
3)            น้องชมพู่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องเรียนในการอยู่ร่วมกับเพื่อนได้เป็นอย่างดี
2.4        พัฒนาการด้านสติปัญญา
1)             น้องชมพู่มีความสามารถในการรับรู้เรื่องราวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
2)            น้องชมพู่มีพื้นฐานความคิดทางคณิตศาสตร์ในเกณฑ์ปานกลาง
3)            น้องชมพู่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้วยตนเองได้ ส่วนใหญ่เมื่อมีปัญหาจะนั่งเฉยๆ ไม่บอกใคร
4)            การวาดภาพน้องชมพู่ยังขาดความมั่นใจในการแสดงออก 
5)            น้องชมพู่จะไม่พูดหรือบรรยายนำเสนอเรื่องที่ตนเองได้ปฏิบัติในกิจกรรมวาดหรือปั้น ถ้าถามจะยิ้มและตอบด้วยเสียงที่ไม่มั่นใจและเบา
6)            การสื่อความหมายจะพูดคุยและถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ให้กับคนที่ตนเองรู้สึกไว้วางใจฟังได้   แต่กับเพื่อนและครูจะพูดเป็นคำๆ หรือประโยคสั้นๆ
3.              การใช้เวลาว่าง
3.1        การใช้เวลาว่างที่โรงเรียน
            จากการสังเกตการณ์ใช้เวลาว่างของน้องชมพู่ที่โรงเรียน น้องชมพู่จะชอบอยู่กับพี่ชาย
และคอยเดินตามเวลาพี่ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น เขตสีบริการ เวรโรงอาหาร แต่ถ้าเวลาอยู่ในห้องน้องชมพู่จะนั่งมองดูเพื่อนๆ เล่น
 
3.2        การใช้เวลาว่างที่บ้าน
               จากการสัมภาษณ์ผู้ปกครองพบว่าเมื่อน้องชมพู่อยู่บ้านน้องชมพู่จะพูดคุย เล่นกับพี่
และดูโทรทัศน์
4.              สภาพแวดล้อมของเด็ก
4.1        สภาพแวดล้อมที่โรงเรียน
                       จากการสัมภาษณ์น้องชมพู่บอกว่าชอบมาโรงเรียน และจากการสังเกตของครูพบว่าน้องชมพู่เป็นคนที่รักความสะอาด ไม่ชอบทำกิจกรรมที่เปื้อน กลัวสุนัขที่อยู่บริเวณวัด
4.2        สภาพแวดล้อมที่บ้าน
                                จากการสัมภาษณ์คุณแม่ของน้องชมพู่พบว่า   น้องชมพู่สนิทกับพี่ต่อ นอกจากนี้น้องชมพู่ ยังช่วยคุณแม่ทำงานบ้าน เช่น ล้างจาน กวาดบ้าน น้องชมพู่มีนิสัยชอบตื่นแต่เช้า แม่จะเป็นคนอาบน้ำให้น้องชมพู่ทุกๆ เช้า ก่อนมาโรงเรียน
5.              การวิเคราะห์วินิจฉัย
5.1        ปัญหา 
               จากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลโดยการสังเกต สัมภาษณ์ สนทนาพูดคุยกับน้องชมพู่
อย่างต่อเนื่องพบว่าพฤติกรรมของน้องชมพู่ที่เป็นปัญหาต้องรีบดำเนินการช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ได้แก่  พฤติกรรมดังต่อไปนี้
1)             ไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย
2)            ชอบดูการเล่นมากกว่าการเล่นด้วยตนเอง
3)            ไม่ชอบทำกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ทำให้มือเปื้อน
5.2        สรุปวิเคราะห์สาเหตุแห่งปัญหา
               จากการศึกษาวิเคราะห์โดยการสังเกต สัมภาษณ์ สนทนาพูดคุยกับน้องชมพู่ 
ผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องพบว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของน้องชมพู่น่าจะมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้
1)             เป็นลักษณะเฉพาะของตัวเด็กเองคือ แยกตัว เงียบ ปรับตัวช้า
2)             พื้นฐานอารมณ์ตั้งแต่เล็ก เป็นเด็กลักษณะไม่ค่อยตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆ 
อย่างเงียบๆ 
3)            ขาดความเชื่อมั่นในตนเองโดยอาจเป็นผลมาจากการเลี้ยงดูและขาดโอกาสทักษะ
ทางสังคม
4)             การรับประทานอาหารที่มีลักษณะแห้งๆ อาจมาจากการเลี้ยงดูที่ขาดการฝึกให้เด็ก
ได้รับประทานอาหารที่หลากหลาย 
6.              การแก้ไขช่วยเหลือ
                    จากพฤติกรรมไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย ชอบดูเพื่อนเล่นมากกว่าการเล่นด้วยตนเองและไม่ชอบทำกิจกรรมที่เปื้อนมือ   และกลัวสุนัขนั้น หากครูไม่รีบดำเนินการแก้ไขจะเป็นปัญหาในอนาคตได้   ข้าพเจ้าในฐานะครูประจำชั้นได้ช่วยเหลือด้วยวิธีการที่หลากหลายดังนี้
                       6.1.ให้การเสริมแรงกับพฤติกรรมที่พึงประสงค์ (การกล้าแสดงออก) โดยการให้รางวัลทันทีที่เด็กออกมาหน้าชั้นเพื่อเล่าข่าวหรือประสบการณ์เดิม แม้ว่าจะออกมายืนแล้วไม่เล่าเพียงแต่แนะนำชื่นตนเองก็ตาม เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เด็กอยากทำต่อไปจนเกิดทักษะ รางวัลที่น้องชมพู่ได้รับมีหลากหลาย เช่น การให้เพื่อนๆ ปรบมือให้   การได้รับนมอัดเม็ด
                       6.2 ให้เด็กสังเกตตัวแบบที่ใกล้ชิดกลุ่มเพื่อนๆ ของเด็ก พี่ พ่อแม่ เพื่อชี้แนะให้เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมนั้น เช่น ครูพาน้องชมพู่ไปนั่งดูเพื่อนๆ เล่น จนเกิดความมั่นใจและพร้อมที่จะเข้าร่วมกลุ่มกับเพื่อนได้ และทำกิจกรรมสร้างสรรค์
                       6.3 ให้เด็กเผชิญหน้ากับสิ่งที่เด็กกลัวทีละน้อย ในบรรยากาศที่สบายผ่อนคลาย และให้แรงเสริม เช่น น้องชมพู่ไม่กล้าแสดงออก ไม่ยอมเคลื่อนไหวและจังหวะร่วมกับเพื่อน ครูค่อยๆ เข้าไปเต้นใกล้น้องชมพู่แล้วจับมือน้องชมพู่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะเพลง การติดตามผลการช่วยเหลือ   นอกจากนี้ในส่วนของกิจกรรมสร้างสรรค์ ครูทำกิจกรรมเป็นตัวอย่างให้น้องชมพู่ดูก่อนว่าหลังจากที่ทำกิจกรรมเสร็จแล้ว   เมื่อเราล้างทำความสะอาดมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด มือของน้องชมพู่ก็จะสะอาดเหมือนเดิมไม่มีสีติดมือ  
                       6.4 ในการปรับพฤติกรรมจะต้องระมัดระวังไม่ควรรีบผลักดันหรือบังคับให้เด็กกล้าด้วยการเรียกบ่อยๆ เกินไป ถามสิ่งที่ยากเกินไปหรือทำในสิ่งที่ไม่ถนัดท่ามกลางกลุ่มเพื่อน เพราะจะทำให้เด็กขาดความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น   ควรให้เด็กแสดงสิ่งที่ง่ายๆ ทีละน้อยและค่อยเป็นค่อยไปพร้อมทั้งชื่นชมอย่างเหมาะสม
                       6.5 เมื่ออยู่ 2  ต่อ 2 มีการไต่ถามทุกข์สุข แสดงความรักห่วงใยตามโอกาสอันควร ในระยะแรกเด็กอาจไม่เคยชินถามคำตอบคำ ครูก็ไม่ควรใส่ใจมากนักไม่จำเป็นต้องให้เด็กตอบคำถามทุกคำถาม
                       6.6 ครูต้องแสดงความเมตตาอย่างสม่ำเสมอ เด็กจะค่อยๆ รับรู้ว่าเขามีที่พึ่ง สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับครู เด็กจะเกิดความวางใจกับคนรอบข้างมากขึ้น
                       6.7 ครูต้องเพิ่มความเชื่อมั่นในตัวเด็กโดยการสังเกตความสามารถพิเศษของเด็ก เพื่อให้เด็กได้แสดงออกพร้อมทั้งชื่นชม ชมเชยเมื่อโอกาสเหมาะสม และมีการหาเพื่อนสนิทให้ โดยการจัดกิจกรรมให้เล่นปฏิบัติร่วมกันเพื่อให้เด็กเกิดความไว้วางใจในการทำกิจกรรมได้มากขึ้น
7.              การติดตามผลการช่วยเหลือ
                       การติดตามผลการช่วยเหลือจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยวิธีการสังเกตพฤติกรรมของเด็ก การสนทนา การสัมภาษณ์ พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลที่ได้จากการสังเกต นำข้อมูลมาเปรียบเทียบการพัฒนาพฤติกรรมด้านการแสดงออก การทำกิจกรรมเคลื่อนไหว การทำกิจกรรมสร้างสรรค์   และการรับประทานอาหาร
8.              สรุปผลการศึกษา
                       หลังจากการช่วยเหลือตามกระบวนการและรูปแบบที่ใช้ในการเสริมพฤติกรรมพบว่า
             8.1   น้องชมพู่กล้าแสดงออกมาขึ้น เล่าเรื่องเป็นประโยคยาวขึ้น และยกมือแสดง
ความคิดเห็น กล้าพูดและกล้าตอบคำถาม มีความเป็นผู้นำและมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
                       8.2 น้องชมพู่เริ่มแสดงท่าทางเคลื่อนไหวตามจังหวะและเสียงเพลงเพิ่มมากขึ้น
                       8.3 น้องชมพู่มีความสนใจในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ต้องใช้มือสัมผัสกับอุปกรณ์โดยไม่กังวลว่า กาว หรือสีน้ำจะเปื้อนมือ
                       8.4 น้องชมพู่เริ่มรับประทานอาหารที่มีน้ำ เช่น ก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่หมูสับโดยให้ใส่น้ำก๋วยเตี๋ยวได้นิดหน่อย
9.              อภิปรายและข้อเสนอแนะจากการศึกษา
                       การใช้แรงเสริมเพื่อแก้ปัญหาเด็กไม่กล้าแสดงออก ไม่ทำกิจกรรมที่เปื้อน และการไม่รับประทานอาหารที่มีน้ำ ด้วยวิธีการที่ข้าพเจ้าคิดค้นนั้น ข้าพเจ้ามั่นใจอย่างสูงว่าสามารถปรับพฤติกรรมเด็กได้ และสามารถปรับพฤติกรรมที่กระทำได้ในระยะเวลาสั้น เพราะได้ใช้หลักจิตวิทยาในการแก้ปัญหาและกระทำจนเกิดความสำเร็จได้ในระดับหนึ่ง
                       หากมีผู้สนใจจะนำวิธีการ / ขั้นตอน / กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ไปใช้ควรศึกษาสภาพแวดล้อมวิเคราะห์ปัจจัยวินิจฉัยสาเหตุของปัญหาก่อน หากมีพื้นฐานสภาพปัจจัยของปัญหาที่คล้ายคลึงกันจะสามารถนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
 
 
 
                                                                                                                                                                                                                              นางสาวอัมพวัน ศรีหรั่งไพโรจน์
                                                                                                                             ครูประจำชั้นอนุบาลปีที่ 1
 
 
 

 
 
 

ให้คะแนนข่าว/บทความนี้

ไม่มีความเห็น
 
 

 
 
[เนื้อหาในหมวดเดียวกัน]
บทคัดย่อ_แบบทดสอบ [1]
การพัฒนาทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้้นอนุบาลปีที่ 2 โดยการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์จากวัสดุธรรมชา [1]
แนวข้อสอบล่าสุด จากสนามสอบ พนักงานราชการ สังกัดสาธารณสุข โรงพยาบาล สสจ.กรมทุกกรม ทุกแห่งที่เปิดสอบ [7]
เจาะลึกแนวข้อสอบ รวมข้อสอบที่ออกบ่อยกว่า 2,500 ข้อ ครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ ว3/2557 ภาค ก และภาค ข ทุกสาข [13]
แนวข้อสอบ อัพเดทล่าสุด ตำรวจสัญญาบัตรจากบุคคลภายนอกทุกกลุ่มงาน คลิกดูปก [8]

 
กำลังแสดงหน้าที่ 2 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 3] 1 2

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์

New Games Here!
เกมส์ดราก้อนบอล 2new
เกมส์ดราก้อนบอล 2 รวมเกมส์ดราก้อนบอล 2 เกมส์นี้สนุกมาก ลองเล่นคลายเครียดกันนะจ๊ะ
เกมส์จับคู่ปลาน่ารักnew
เกมส์จับคู่ปลาน่ารัก เกมส์นี้เราจะต้องควบคุมสัตว์น้ำแต่ละชนิดให้ว่ายไปชนสัตว์ชนิดเดียวกัน แล้วจะกลายร่างเป็นสัตว์ชนิดอื่น จนจะพัฒนาเป็นสัตว์น้ำน่ารักตัวอื่นมากมาย
เกมส์คัดแยกขยะnew
เกมส์คัดแยกขยะ ลดภาวะโลกร้อน มาช่วยกันเป็นพลเมืองที่ดี แยกขยะตามประเภทกันครับ
เกมส์จับคู่Connect1001new
เกมส์จับคู่Connect1001 ฝึกสมองกันนะจ๊ะ
เกมส์ฝึกพิมพ์ดีดnew
เกมส์ฝึกพิมพ์ดีด ฝึกพิมพ์สัมผัส เล่นเกมส์ฝึกพิมพ์ดีดออนไลน์กัน เป็นเกมฝึกพิมพ์ดีดสนุกๆ ช่วยฝึกทักษะในการพิมพ์ดีดได้
More Games Click!!

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย



     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม