ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > เล็งแยก ‘กสพท’ จากทีแคส ลดเวลา 5 รอบเหลือแค่ 2 เดือน นักวิชาการหนุน ลดภาระเด็ก

เล็งแยก ‘กสพท’ จากทีแคส ลดเวลา 5 รอบเหลือแค่ 2 เดือน นักวิชาการหนุน ลดภาระเด็ก

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 14 มิ.ย. 2561 เปิดอ่าน : 5,192 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

เล็งแยก ‘กสพท’ จากทีแคส ลดเวลา 5 รอบเหลือแค่ 2 เดือน นักวิชาการหนุน ลดภาระเด็ก

Advertisement

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ความเห็นเรื่องระบบทีแคสว่ามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน มีหลายคนอยากให้กลับไปแบบเดิมคือการสอบแอดมิสชั่นส์ หรือสอบเอ็นทรานซ์ แต่ต้องไปเปรียบเทียบระหว่างของเก่าและของใหม่ว่ามีผลดีอย่างไร หากคิดระบบใหม่ออกมา แต่ของเก่ายังไม่พร้อม ก็เกิดปัญหาอีกว่า ปัญหาการรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบทีแคสนั้น เท่าที่ฟัง นายกฯ ชื่นชมว่าเป็นระบบที่มีหลักการดี สามารถแก้ปัญหาให้เด็กอยู่ในห้องเรียนจนจบหลักสูตร ลดปัญหาการวิ่งรอกสอบ ซึ่งระบบเดิมผู้ปกครองบางรายต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นแสน แต่ระบบทีแคส ค่าใช้จ่ายในการสมัครมากสุดไม่เกิน 6-7 พันบาท และที่สำคัญไม่ให้มหาวิทยาลัยเปิดรับตรงเอง ซึ่งเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ นอกจากนี้ถือเป็นครั้งแรกของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่เปิดคะแนนให้เด็กได้เห็น ข้อผิดพลาดทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปีนี้ทางทปอ.จะต้องไปปรับปรุงกระบวนการให้ดีขึ้น ซึ่งตนได้พูดคุยกับ ทปอ. และได้มีข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา เบื้องต้นจะต้องแยกกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) ออกมาเพราะเห็นแล้วว่า ทำให้เกิดปัญหาการกั๊กที่นั่ง และปรับให้แจ้งคะแนนเฉพาะตัวเด็ก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาร้องเรียน ส่วนที่กังวลว่าการแจ้งคะแนนเฉพาะเด็กจะไม่โปร่งใสเป็นธรรมนั้น ส่วนตัวคิดว่าไม่จริง เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ระบบเอ็นทรานซ์ ไม่เคยมีการแจ้งคะแนนมาก่อน รวมถึงจะต้องกระชับเวลาการรับสมัครแต่ละรอบให้สั้นลง โดยทั้ง 5 รอบไม่ควรเกิน 2 เดือน

“ปัญหาเกิดขึ้นไม่ถึง 10% แต่เป็นเพราะข้อผิดพลาดที่เกิดจากการสื่อสารผ่านโซเชียล ทำให้เรื่องต่าง ๆ กระจายไปอย่างรวดเร็ว ยืนยันว่าทีแคสเป็นระบบที่ดี 100% แก้ปัญหาที่เกิดจากระบบเอ็นทรานซ์ และการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาหรือแอดมิสชั่นส์เดิม ดังนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะกลับไปใช้ระบบเดิม แต่เราต้องปรับปรุงกระบวนการให้ดีขึ้น “นพ.อุดมกล่าว

นายสมพงษ์ กล่าวว่า เรื่องทีแคส นายกพูดกลางๆ ไม่บอกว่าใครถูกใครผิด การเปรยลักษณะนี้มีนัยว่าที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ต้อง รีบปรับปรุงแก้ไข ซึ่งตนเห็นด้วยว่าทปอ.ควรปรับปรุงระบบ ข้อดีของทีแคส คือลดค่าใช้จ่ายในการวิ่งรอกสมัครสอบและลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ปัญหาการกั๊กที่ลดลง เป็นต้น แต่กลับกลายเป็นว่า แก้ปัญหาหนึ่งกลับเกิดปัญหาที่ซับซ้อนกว่าขึ้นแทน เกิดคำถามว่าคัดเด็กเพื่ออะไร และทำไมต้องมีการสมัครถึง 5 รอบ ซึ่งจำนวนรอบสมัครมากเกินไป เป็นอันตรายกับตัวเด็กและครอบครัว ทำไมระบบทีแคสถึงทำให้เด็กกดดันระยะเวลายาวนานแบบนี้ จำต้องวางระบบใหม่ มีจำนวนรอบสมัครให้น้อยลงและตอบสนองความต้องการของเด็ก ซึ่งจากสังเกตมา 2-3 ปี การปรับปรุงการสมัครสอบเข้าสถาบันอุดมศึกษา ยิ่งปรับปรุงมากเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มภาระเด็กมากเท่านั้น

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีให้ข้อคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปด้านการศึกษา เช่น การบ้านของนักเรียนให้ลดลง เรียนผ่านระบบดิจิทัลมากขึ้น ออกข้อสอบปรนัยให้น้อยลง เพิ่มข้อสอบอัตนัย เพื่อให้เด็กวิเคราะได้นั้นว่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายกฯ ออกมาพูด มองว่านายกฯ รับรู้ถึงปัญหา อีกทั้งเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ ให้สังเกตว่านายกฯ จะสั่งการลักษณะเดิมมา 2-3 ครั้งแล้ว และทางศธ.ทำได้แต่รับนโยบาย แต่ปฏิบัติและจัดการปัญหาไม่ได้ แสดงให้เห็นว่า ศธ. ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือปฏิรูปได้แม้จะเป็นคำสั่งโดยตรงจากนายกฯ ก็ตาม

“พอมีกระแสสังคมเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทีแคส หรือสอบเข้าอนุบาล ป.1 และป.3 หรือการบ้านที่ต้องลดลง นายกฯ จะมอบนโยบายให้จัดการ ศธ.ทำได้เพียงรับนโยบายเพื่อลดกระแสวิพากษ์วิจารณของสังคมเท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่ากลไกการศึกษาไทยให้ความสำคัญกับการเรียนเพื่อสอบ ไม่ใช่เรียนเพื่อพัฒนา คิดดูว่าเมื่อเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา ตั้งแต่ ป.1-6 ชีวิตการเรียนของเด็กเผชิญกับการสอบมากกว่า 50 ครั้ง เด็กไม่ได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน ชีวิตการเรียนมีแต่การติว การสอบ วนแบบนี้ และคิดว่านายกฯ จะต้องออกมาเตือนอีกแน่นอน อยากให้นายกฯ ไม่ใช่แค่สั่งการแต่ควรติดตามด้วยว่า ศธ. รับนโยบายมาปฏิบัติตามจริงหรือไม่” นายสมพงษ์ กล่าว

นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุถึงการสอบคัดเลือกเด็กอนุบาล ป.1 การสอบภาษาอังกฤษป.3 ว่าต้องไปพิจารณาใคร่ครวญว่าทำแล้วเกิดประโยชน์อะไรหรือไม่ ถ้าไม่คุ้มและเสียประโยชน์ ทำให้ผู้ปกครองเดือดร้อน ก็ยกเลิกไป ให้หาวิธีการอื่นนั้น ว่า สิ่งที่นายกฯ พูดถือว่าถูกต้อง การจัดการศึกษาทั้งระบบจะต้องสอดคล้องกัน ที่ผ่านมาการศึกษาบ้านเรายังมาไม่ถูกทาง การให้เด็กสอบเข้า ป.1 สอบภาษาอังกฤษป.3 หรือให้เด็กกวดวิชามากเกินไป ต้องกลับไปมองถึงหลักการของการจัดการศึกษาจริง ๆ ว่าเป็นอย่างไร เราต้องการอะไร และอนาคตการเรียนการสอนจะต้องไม่เน้นวิชาการ แต่ควรเน้นทักษะและสมรรถนะ เพราะเนื้อหาวิชาการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขณะที่ปัญหาสำคัญ คือ ครูส่วนใหญ่ไม่เข้าใจหลักคิดที่ถูกต้องของความเป็นครู ดังนั้นอาจจะต้องมีการปรับทัศนคติของครูทั้งประเทศ ว่า อนาคตการเรียนในห้องเรียนต้องลดลง ศธ.ต้องปรับบทบาท ไม่ได้เป็นเจ้าของการจัดการศึกษา แต่คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ ฉะนั้นทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ตั้งแต่รัฐบาลที่จะเป็นผู้กำหนดนโยบาย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) และภาคประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการดูแลโรงเรียน และมหาวิทยาลัยในท้องถิ่นก็ต้องเป็นพี่เลี้ยงในการดูแลโรงเรียนด้วย ทั้งนี้ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องมองภาพใหญ่ให้ได้ก่อนว่าทิศทางการเรียนการสอนของโลกในอนาคต ควรเป็นอย่างไร

ด้านนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดศธ. กล่าวถึงกรณีที่นายกฯ ระบุถึงการบ้านของนักเรียนให้ลดลง ให้เรียนผ่านระบบดิจิทัลมากขึ้น ออกข้อสอบปรนัยให้น้อยลง เพิ่มข้อสอบอัตนัยเพื่อให้เด็กวิเคราะห์ ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของตน เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ต้องตอบคำถามเหล่านี้

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก มติชนออนไลน์ วันที่ 13 มิถุนายน 2561

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เล็งแยก ‘กสพท’ จากทีแคส ลดเวลา 5 รอบเหลือแค่ 2 เดือน นักวิชาการหนุน ลดภาระเด็ก , , เล็งแยก , ‘กสพท’ , จากทีแคส , ลดเวลา , 5 , รอบเหลือแค่ , 2 , เดือน , นักวิชาการหนุน , ลดภาระเด็ก << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ.  เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติฯ ผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ☕ 20 ก.ค. 2561
ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติฯ ผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ
เปิดอ่าน 7,612 ครั้ง
สมัครสอบครูผู้ช่วยวันแรกคึกคัก ยอดพุ่งกว่า 3 หมื่นคน☕ 19 ก.ค. 2561
สมัครสอบครูผู้ช่วยวันแรกคึกคัก ยอดพุ่งกว่า 3 หมื่นคน
เปิดอ่าน 5,942 ครั้ง
เล็งฟื้นระบบครูประถมศึกษาแก้ขาดครู☕ 19 ก.ค. 2561
เล็งฟื้นระบบครูประถมศึกษาแก้ขาดครู
เปิดอ่าน 10,688 ครั้ง
ครูคืนถิ่นรอบ 5ให้มหา"ลัยคัดเอง เปิดสาขา-อัตราบรรจุ☕ 19 ก.ค. 2561
ครูคืนถิ่นรอบ 5ให้มหา"ลัยคัดเอง เปิดสาขา-อัตราบรรจุ
เปิดอ่าน 10,165 ครั้ง
ผลประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 7/2561 เมื่อวันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม 2561☕ 18 ก.ค. 2561
ผลประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 7/2561 เมื่อวันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม 2561
เปิดอ่าน 10,595 ครั้ง

Advertisement
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ครูโซ่สอนตรีโกณมิติ ชิล ๆ ในแบบบอดี้สแลม !ครูโซ่สอนตรีโกณมิติ ชิล ๆ ในแบบบอดี้สแลม !
เปิดอ่าน 5,657 ครั้ง
ความเป็นมาของพระไตรปิฎก ความเป็นมาของพระไตรปิฎก
เปิดอ่าน 18,416 ครั้ง
น่ารักมากครับ "โรงเรียนผู้สูงวัย" ที่พิบูลมังสาหารน่ารักมากครับ "โรงเรียนผู้สูงวัย" ที่พิบูลมังสาหาร
เปิดอ่าน 44,922 ครั้ง
วิธีเลือกซื้อปลาทู วิธีเลือกซื้อปลาทู
เปิดอ่าน 14,929 ครั้ง
เคล็ดลับปรุงกาแฟแคลอรีต่ำเคล็ดลับปรุงกาแฟแคลอรีต่ำ
เปิดอ่าน 5,448 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม