ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > กอปศ.ทำแผนเสนอรัฐบาลให้โรงเรียนบริหารแบบอิสระ

กอปศ.ทำแผนเสนอรัฐบาลให้โรงเรียนบริหารแบบอิสระ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 27 มิ.ย. 2561 เปิดอ่าน : 11,208 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

กอปศ.ทำแผนเสนอรัฐบาลให้โรงเรียนบริหารแบบอิสระ

Advertisement

บอร์ด กอปศ. ถก ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.. เตรียมจัดทำแผนเสนอรัฐบาลให้สถานศึกษาบริหารจัดการเองแบบอิสระ หวังยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย เพราะโรงเรียนคือปัจจัยหลักของการศึกษาทั้งหมด ส่วนปรับโครงสร้างใหญ่ศธ.โยนคณะกรรมการนโยบายการศึกษาชาติตัดสินใจ

วันนี้ (25 มิ.ย.) ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานที่ประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กอปศ. ว่า ที่ประชุมได้พิจาณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.. ที่ได้รับฟังความคิดเห็นทั้งจากส่วนกลางและภูมิภาค รวมถึงจากเด็กและเยาวชนในระดับต่างๆไปแล้วเมื่อเร็วๆนี้ โดยในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งจะมีประเด็นจาก ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ ประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ได้นำเสนอการปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาสถานศึกษานิติบุคคล ดังนั้นเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างระบบการศึกษาหากจะทำให้เกิดคุณภาพ สถานศึกษาต้องมีอิสระในการบริหารจัดการ ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้เราจะนำเสรีภาพไปไว้ที่โรงเรียน เพราะโรงเรียนเป็นปัจจัยหลักของการศึกษาทั้งหมด

ผศ.นพ.เฉลิมชัย กล่าวว่า การปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาทั้งระบบ จะมีอยู่ 2 ประเด็น คือ การปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ การให้สถานศึกษามีความอิสระในการบริหารจัดการด้วยตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากการเป็นโรงเรียนนิติบุคคล เพราะการเป็นโรงเรียนนิติบุคลจะต้องมีความหมายในข้อกฎหมายให้ครอบคลุม 4 ด้าน คือ งานวิชาการ งานบริหารบุคคล งานงบประมาณ และการบริหารงานทั่วไป แต่การดำเนินการให้สถานศึกษาเป็นอิสระไม่จำเป็นต้องครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน เช่น โรงเรียนบางแห่งอาจจะดำเนินการเป็นรายด้านหรือทุกด้านก็ได้ เป็นต้น ดังนั้น กอปศ.จะจัดทำแผนเสนอรัฐบาลว่าการเป็นอิสระของสถานศึกษาจะเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กทำให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้นอย่างไร เพราะมีตัวอย่างของต่างประเทศพบว่า การให้ความอิสระโรงเรียนบริหารจัดการเองทำให้คุณภาพการศึกษาแย่ลง เนื่องจากขาดแผนการการดำเนินการที่ดีพอ ส่วนแผนการบริหารจัดการให้โรงเรียนมีความเป็นอิสระจะเป็นอย่างไรนั้นอยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดทำ ทั้งนี้การให้อิสระกับสถานศึกษาไม่จำเป็นต้องออกกฏหมายเพิ่มเติม เพราะจากการศึกษา พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ รวมทั้ง พ.ร.บ.การบริหารราชการแผ่นดินกระทรวงศึกษาธิการ ปี 46 พบว่ามีการกำหนดสาระสำคัญในการให้อิสระกับสถานศึกษาไว้เพียงพอแล้ว และได้ประกาศเป็นกฎกระทรวงและประกาศกระทรวงหลายฉบับ ถ้าได้ดำเนินการตามกฎระเบียบดังกล่าวครบถ้วนสถานศึกษาจะมีความเป็นอิสระ แต่ที่ผ่านมาขาดผู้รับผิดชอบโดยตรงว่าจะต้องขับเคลื่อนให้สถานศึกษาเป็นอิสระจำนวนเท่าใดและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนต้องดีขึ้น จะทำให้สถานศึกษาทำงานสำเร็จและเด็กมีคุณภาพ ผู้บริหารและสำคัญที่สุด ซึ่งความเป็นอิสระของสถานศึกษาจะทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูดีๆเข้าสู่ระบบและทำงานจนบรรลุ ซึ่ง กอปศ.จะเสนอข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลอย่างเป็นทางการตามอำนาจหน้าที่ตามกฏหมาย

“เราจะมุ่งเป้าหมายความเป็นอิสระของสถานศึกษาอย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งจะต้องมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย คือ ภาวะผู้ของผู้บริหารโรงเรียน และจิตวิญญาณของครู ที่จะช่วยให้คุณภาพการศึกษาไปสู่ความสำเร็จ ขณะเดียวกันเราคงไม่ดำเนินการให้โรงเรียนทั้งหมด 30,000 แห่งเป็นโรงเรียนอิสระ แต่จะดูตามความจำเป็นและเสียงตอบรับจากชุมชน และความพร้อมของสถานศึกษา” ผศ.นพ.เฉลิมชัย กล่าวและว่า

ต่อข้อถามว่า ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้บรรจุเรื่องการปรับโครงสร้างหน่วยงานทางการศึกษาไว้ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว แต่เป็นการโยนภาระให้รัฐบาลชุดใหม่นั้น ผศ.นพ.เฉลิมชัย กล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฉบับนี้จะแตกต่างกับ พ.ร.บ.การศึกษาฯเดิมที่มีการกำหนดโครงสร้างของหน่วยงานทางการศึกษาไว้ แต่ในร่างใหม่จะกำหนดเฉพาะโครงสร้างหลักที่จำเป็นต้องมี ส่วนโครงสร้างอื่นที่จะต้องปรับจะไปออกเป็นกฏหมายลูก โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายการศึกษาชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีประธาน เพราะหากกำหนดในร่าง พ.ร.บ.จะแก้ไขได้ยาก ซึ่งหลังรับฟังความคิดเห็นแล้วคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์ จะส่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวให้กับคณะรัฐมนตรีต่อไป.


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์ วันอังคารที่ 26 มิถุนายน 2561

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กอปศ.ชี้ปัจจัยช่วยสถานศึกษามีอิสระ ผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำ-ครูมีคุณภาพ

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ ประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ที่มี นพ.จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธานว่า กอปศ.แบ่งการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาไว้ 2 ประเด็น คือ 1.การพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทั้งหมด อาจรวมถึงหน่วยงานที่อยู่นอกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก็ได้ และ 2.ความอิสระในการบริหารจัดการของสถานศึกษา กอปศ.สรุปใช้คำว่าความเป็นอิสระในการบริหารจัดการสถานศึกษา มากกว่าคำว่าสถานศึกษานิติบุคคล หมายความว่า ถ้าโรงเรียนบางแห่งมีอิสระบางด้าน แต่ยังไม่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย จะไม่สามารถใช้สิทธิได้ทุกอย่าง

“ที่ประชุมยังเห็นว่าปัจจัยที่จะทำให้การจัดการสถานศึกษาประสบผลสำเร็จมีอีก 2 ปัจจัย คือสถานศึกษาต้องมีผู้บริหารที่มีคุณภาพ และมีภาวะผู้นำ และครูต้องมีคุณภาพ เมื่อ 3 ปัจจัยมารวมกันจะทำให้การบริหารสถานศึกษาประสบความสำเร็จ” นพ.เฉลิมชัยกล่าว

 

นพ.เฉลิมชัยกล่าวอีกว่า ส่วนความอิสระของสถานศึกษามีความหลากหลายอยู่ 2 ประเด็น คือ 1.จำนวนสถานศึกษาที่เข้าสู่ความเป็นอิสระ ซึ่งแต่ละโรงเรียนทั่วประเทศไม่เหมือนกัน สถานศึกษาที่จะได้มาซึ่งความเป็นอิสระต้องมีปัจจัย คือสถานศึกษาจำเป็นต้องได้อิสระในการทำงาน และต้องมีความพร้อม และ 2.สถานศึกษามีลำดับความเป็นอิสระที่แตกต่างกัน ความเป็นอิสระของสถานศึกษามีอยู่ 4 ด้าน คือการบริหารทั่วไป การบริหารบุคคล การบริหารงบประมาณ และการบริหารวิชาการ ซึ่งสถานศึกษาอาจจะมีอิสระทุกด้าน หรือด้านใดด้านหนึ่งก็ได้

 

“บางคนเกิดคำถามว่าจะนำความเป็นอิสระในการบริหารจัดการของสถานศึกษา เขียนเพิ่มเป็น พ.ร.บ.ฉบับใหม่หรือไม่ จากที่ กอปศ.ประชุมหารือ ทบทวน เห็นว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 เห็นร่วมกันว่า พ.ร.บ.เหล่านี้เขียนสาระสำคัญเกี่ยวกับความอิสระของสถานศึกษาไว้พอแล้ว ถ้าทำตามกฎระเบียบประกาศที่ออกมาจนครบถ้วน สถานศึกษาจะได้อิสระอย่างที่ต้องการทั้งหมด แต่ที่ความอิสระไม่เกิด แม้กฎหมายมีพอแล้ว สาเหตุเพราะขาดผู้บริหารที่รับผิดชอบโดยตรง” นพ.เฉลิมชัยกล่าว

นพ.เฉลิมชัยกล่าวอีกว่า ดังนั้นจะเสนอเรื่องนี้เข้าไป 2 ทาง คือ 1.ใส่ไว้ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ที่ กอปศ.ยกร่าง โดยใส่ไว้ในมาตรา 39 มีข้อความว่า ให้สถานศึกษามีความเป็นอิสระในการบริหาร และจัดการศึกษาครอบคลุมด้านวิชาการ การบริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารงานทั่วไป เป็นต้น และ 2.จะเขียนใส่ในแผนปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้เกิดผลให้สถานศึกษามีอิสระจริง ไม่เหมือนในอดีตที่ผ่านมา


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก มติชนออนไลน์ วันที่ 26 มิถุนายน 2561

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> กอปศ.ทำแผนเสนอรัฐบาลให้โรงเรียนบริหารแบบอิสระ , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ข่าวด่วน!! :  เด็กไทยคว้าชัย 4 เหรียญเงินชีววิทยาโอลิมปิกจากอิหร่าน☕ 22 ก.ค. 2561
ข่าวด่วน!! : เด็กไทยคว้าชัย 4 เหรียญเงินชีววิทยาโอลิมปิกจากอิหร่าน
เปิดอ่าน 1,917 ครั้ง
ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ.  เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติฯ ผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ☕ 20 ก.ค. 2561
ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติฯ ผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ
เปิดอ่าน 8,151 ครั้ง
สมัครสอบครูผู้ช่วยวันแรกคึกคัก ยอดพุ่งกว่า 3 หมื่นคน☕ 19 ก.ค. 2561
สมัครสอบครูผู้ช่วยวันแรกคึกคัก ยอดพุ่งกว่า 3 หมื่นคน
เปิดอ่าน 6,255 ครั้ง
เล็งฟื้นระบบครูประถมศึกษาแก้ขาดครู☕ 19 ก.ค. 2561
เล็งฟื้นระบบครูประถมศึกษาแก้ขาดครู
เปิดอ่าน 11,076 ครั้ง
ครูคืนถิ่นรอบ 5ให้มหา"ลัยคัดเอง เปิดสาขา-อัตราบรรจุ☕ 19 ก.ค. 2561
ครูคืนถิ่นรอบ 5ให้มหา"ลัยคัดเอง เปิดสาขา-อัตราบรรจุ
เปิดอ่าน 10,602 ครั้ง

Advertisement
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ปัญหาขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็ก แก้ไขอย่างไรดีปัญหาขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็ก แก้ไขอย่างไรดี
เปิดอ่าน 12,657 ครั้ง
คลิปฮ็อต "บัวขาว" ไล่ถลุง "ลี ซุง ฮุน" นักมวยโสมยับ แห่ชม 1.5 แสนวิวแล้วคลิปฮ็อต "บัวขาว" ไล่ถลุง "ลี ซุง ฮุน" นักมวยโสมยับ แห่ชม 1.5 แสนวิวแล้ว
เปิดอ่าน 10,553 ครั้ง
งานบันทึกเสียงมีความเป็นมาอย่างไร?งานบันทึกเสียงมีความเป็นมาอย่างไร?
เปิดอ่าน 14,590 ครั้ง
การประดับพระบรมฉายาลักษณ์การประดับพระบรมฉายาลักษณ์
เปิดอ่าน 11,073 ครั้ง
คิดจะซื้อ "ทีวีจอแบน" ต้องรู้อะไรบ้าง ?คิดจะซื้อ "ทีวีจอแบน" ต้องรู้อะไรบ้าง ?
เปิดอ่าน 25,591 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม