ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > เสียงร้องทารก บอก"อะไร"คุณแม่

เสียงร้องทารก บอก"อะไร"คุณแม่

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 24 พ.ย. 2551 เปิดอ่าน : 59,779 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
เสียงร้องทารก บอก"อะไร"คุณแม่

Advertisement

คุณแม่ส่วนใหญ่มักประสบปัญหาการไม่สามารถรู้สาเหตุที่แท้จริงในการส่งเสียง "อ้อแอ้" ของลูก ทำให้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการในสิ่งที่ลูกสื่อสารออกมาได้ถูกต้อง ทำให้ลูกร้องไม่หยุด ส่งผลกระทบต่อทั้งตัวคุณแม่และต่อพัฒนาการด้านร่างกายและจิตใจของลูก

แท้จริงแล้วเสียงของเด็ก คือ "ภาษาเด็กทารก" เพื่อสื่อสารบอกความรู้สึก ความต้องการบางอย่าง เช่น รู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว หิวหรือกระหายน้ำ ง่วงนอน และอยากเรอ

พริสซิล่า ดันสแตน ผู้เชี่ยวชาญการสื่อสารภาษาเด็กทารก และแบรนด์แอมบาสเดอร์แป้งเด็กแคร์ แนะนำทักษะในการฟังเสียงภาษาเด็กทารก จากการศึกษาของ พริสซิล่า ดันสแตน พบว่าเด็กทารกไทยวัยแรกเกิดถึง 6 เดือน จะสื่อสารด้วยภาษาสากล (Universal words) ซึ่งเป็นเสียงที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันทั้งหมด 4 เสียง ดังนี้



เสียง "เฮะ"

ถือเป็นเสียงที่เด็กทารกร้องบ่อยที่สุด เพื่อบอกคุณแม่ว่ากำลังรู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัวอันเกิดจากความเปียกชื้น, ร้อน, เหนียวตัว เสียง "เฮะ" เป็นเสียงที่ลมออกมาจากปอด ลักษณะของการออกเสียงคืออ้าปากกว้าง มีการสั่นที่เส้นเสียงคล้ายเวลาที่ผู้ใหญ่รู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว แล้วร้องออกมาว่า "เฮ้อ" เสียงจะออกมาจากปอดจนสุดเสียง แต่เด็กจะร้องสั้นกว่าเป็นเสียงเฮะ



วิธีตอบสนองความต้องการเมื่อลูกร้อง "เฮะ"

1. ลดอุณหภูมิร่างกายของลูกด้วยการถอดเสื้อที่หนาออกหรืออาบน้ำ

2. ทาแป้งเพื่อป้องกันความเปียกชื้นเพื่อให้ลูกรู้สึกแห้งและสบายตัว



เสียง "เอะ"

บอกถึงอาการที่ลูกน้อยมีลมในท้อง เป็นเสียงที่ลมจะออกมาจากกระเพาะอาหารหรือลำไส้ส่วนต้น ลักษณะการออกเสียงจะอ้าปากกว้างและปล่อยลมออกมาคล้ายเสียงสระแอในภาษาไทย เหมือนกับเสียงผู้ใหญ่เรอเมื่อมีลมหรือแก๊สอยู่ในท้อง ซึ่งไม่จำเป็นต้องร้องหลังจากทานนมเท่านั้น แต่เป็นเสียงที่เกิดขึ้นระหว่างวันได้เรื่อยๆ

วิธีตอบสนองความต้องการเมื่อลูกร้องเสียง "เอะ"

1. อุ้มลูกให้นั่งตัวตรง ลูบหรือตบหลังลูกเบาๆ

2. อุ้มลูกอยู่ในระดับบ่า ลูบหลังเบาๆ ถ้าเด็กเรอยากให้อุ้มเด็กสูงขึ้นให้ท้องพาดบริเวณกระดูกหัวไหล่ของแม่ นวดช่องท้องเบาๆ ระวังอย่าทำตอนเด็กเพิ่งทานอาหารเสร็จ เพราะอาจอาเจียนออกมาได้



3. อุ้มลูกในท่ายืนอยู่ในระดับบ่า ตบหลังเบาๆ

4. ให้ลูกนั่งตัวตรง จับบริเวณหลังและคอ จากนั้นโยกตัวลูกเบาๆ เป็นวงกลม กรณีเด็กเรอยาก ให้คุณแม่นั่งท่าไขว่ห้างวางเด็กโดยให้ท้องพาดบริเวณหน้าขาแล้วโยกเบาๆ หมุนไปรอบๆ ลูบหลังเบาๆ

เสียง "อาว"

หมายความว่าหนูกำลังง่วงนอน ลักษณะการออกเสียงอาวจะอ้าปากและห่อปากลงเหมือนการดูดงับเอาออกซิเจนเข้าไปในปาก แล้วใส่เสียงเข้าไปเป็นอาวเหมือนกับเสียงของผู้ใหญ่เวลาหาว ถือเป็นการเอาออกซิเจนเข้าไปเพื่อให้ร่างกายตื่นตัวขึ้น

สำหรับเด็กไทยเนื่องจากคุณแม่จะอุ้มอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการออกเสียงอาวจึงหมายถึงอยากให้คุณแม่โยกมากขึ้นเพื่อให้รู้สึกหลับสบาย

วิธีตอบสนองความต้องการเมื่อลูกร้องเสียง "อาว"

1. นั่งอุ้มลูกแนบกับอก โยกตัวช้าๆ แต่สม่ำ เสมอ

2. ยืนอุ้มลูกแนบกับอก โยกตัวช้าๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ

3. คุณแม่ยืนอุ้มพาดบ่า ขาตั้งข้างหน้าไว้ด้านหนึ่ง โยกตัวเบาๆ ท่านี้จะเหมาะกับเด็กที่ร้อง "เอะ" บ่อยๆ เนื่องจากมีลมในช่องท้อง เพราะจะเป็นการไล่ลมไปในตัวด้วย



เสียง "อึนเนะ"

หมายความว่าลูกกำลังกระหายน้ำหรือหิวนม ลักษณะของเสียงอึนเนะจะขึ้นอยู่กับการทำงานของลิ้นว่าใช้ปลายลิ้น กลางลิ้น หรือโคนลิ้นในการออกเสียง และจะมีลมออกจากทางจมูกมากกว่าทางปากเหมือนเสียงขึ้นจมูกนิดหน่อย ร่วมกับเสียงของการดูดตรงเพดานปาก ส่วนเสียงที่ออกมาจะคล้ายกับเสียง น หนู คือเสียงอึนเนะ ซึ่งเป็นเสียงจากโคนลิ้นนั่นเอง

วิธีตอบสนองความต้องการเมื่อลูกร้องเสียง "อึนเนะ"

1. อุ้มลูกไว้แนบอก กอดลูกไว้ขณะให้นมลูก

2. อุ้มลูกไว้แนบอก ใช้หมอนรองตัวลูกเอาไว้ และยังสะดวกในการให้นมของแม่

3. คุณแม่นั่งอุ้มลูกแนบข้างลำตัวให้นม ใช้หมอนรองตัวลูกเอาไว้ ท่านี้ยังเพิ่มความอบอุ่นให้ลูกน้อย

4. ขณะให้นมควรสบตาลูกน้อยเพื่อเพิ่มสายใยความรัก

5. ประเทศไทยอากาศร้อนอบอ้าว ควรให้น้ำในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อความสดชื่น

ขอบคุณที่มา ข่าวสดรายวัน หน้า 25

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เสียงร้องทารก บอก"อะไร"คุณแม่ , เสียงร้องลูกบอกอะไร , เสียงร้องของลูก , เสียงร้องเด็กบอกอะไร , ฟังเสียงร้องลูก , เสียงร้องเด็ก << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
สมุนไพรรักษาโรคเบาหวาน

สมุนไพรรักษาโรคเบาหวาน
เปิดอ่าน 25,291 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ตำนาน ชา

ตำนาน ชา
เปิดอ่าน 7,974 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ลายมือคนใจมีเมตตาธรรม☕ คลิกอ่านเลย
ลายมือคนใจมีเมตตาธรรม
เปิดอ่าน 11,251 ครั้ง
ข่าวดี ! สกัด"ผักติ้ว-สนสามใบ" ยาสู้มะเร็ง ทีมวิจัยไทยเฮทำสำเร็จ☕ คลิกอ่านเลย
ข่าวดี ! สกัด"ผักติ้ว-สนสามใบ" ยาสู้มะเร็ง ทีมวิจัยไทยเฮทำสำเร็จ
เปิดอ่าน 14,817 ครั้ง
ตำราดูไฝ☕ คลิกอ่านเลย
ตำราดูไฝ
เปิดอ่าน 9,235 ครั้ง
“ไมโครกรีน” ผักจิ๋ว แต่คุณประโยชน์สูง...ทางเลือกใหม่ของผู้รักสุขภาพ “ทานน้อยแต่ได้ประโยชน์มาก”☕ คลิกอ่านเลย
“ไมโครกรีน” ผักจิ๋ว แต่คุณประโยชน์สูง...ทางเลือกใหม่ของผู้รักสุขภาพ “ทานน้อยแต่ได้ประโยชน์มาก”
เปิดอ่าน 14,331 ครั้ง
เริ่มแล้ว! กล้องไฮเทค จับผิด 30 แยกทั่วกรุงเทพฯ☕ คลิกอ่านเลย
เริ่มแล้ว! กล้องไฮเทค จับผิด 30 แยกทั่วกรุงเทพฯ
เปิดอ่าน 13,536 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ลักษณะสำคัญของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนลักษณะสำคัญของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน
เปิดอ่าน 37,420 ครั้ง
หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ พ.ศ. 2560หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ พ.ศ. 2560
เปิดอ่าน 69,768 ครั้ง
Best of Web เด็ดๆโดนๆ คลิปบนโลกออนไลน์Best of Web เด็ดๆโดนๆ คลิปบนโลกออนไลน์
เปิดอ่าน 9,802 ครั้ง
วิธีแก้เมื่อลืมกินยาตามเวลาวิธีแก้เมื่อลืมกินยาตามเวลา
เปิดอ่าน 8,315 ครั้ง
ความหมายของเลขบัตรประชาชนทั้ง 13 หลักความหมายของเลขบัตรประชาชนทั้ง 13 หลัก
เปิดอ่าน 51,060 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ