ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > รมว.ศธ.ให้นโยบายการทำงานวันแรก

รมว.ศธ.ให้นโยบายการทำงานวันแรก

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 17 ส.ค. 2554 เปิดอ่าน : 9,585 ครั้ง

Advertisement


☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
รมว.ศธ.ให้นโยบายการทำงานวันแรก

Advertisement

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางบุญรื่น ศรีธเรศ และนายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พบผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ในวันแรกที่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๔


►ศธ.เป็นกระทรวงใหญ่ ที่เป็นความคาดหวังของประชาชน

รมว.ศธ.กล่าวภายหลังรับมอบดอกไม้แสดงความยินดีจากผู้บริหารองค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการว่า ศธ.เป็นกระทรวงที่ใหญ่มาก ถือเป็นกระทรวงที่เป็นความคาดหวังของประชาชนที่จะต้องพัฒนาสิ่งที่เป็นศักยภาพของประเทศสู่ประชาชนให้มีความแข็งแรง มีงานทำ มีขีดความสามารถที่จะเปิดประเทศไทยเพื่อเชื่อมต่อระบบเศรษฐกิจของโลก ที่ผ่านมามีผู้บริหารมาจากหลายพรรคการเมืองซึ่งต่างช่วงชิงหาเสียง ต่างทำผลงานของตนเอง จนทำให้การบริหารองค์กรขนาดใหญ่อาจไม่มีประสิทธิภาพ แต่วันนี้โชคดีที่ได้รับความไว้วางใจจากนายกรัฐมนตรี และ รมช.ศธ.ให้เข้ามาบูรณาการการทำงานใน ศธ.อย่างเป็นระบบ และก่อนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการได้มีการประชุมผู้บริหาร ศธ.ไปแล้ว ๒ ครั้งถึงรูปแบบการทำงาน เพื่อจะได้ข้อยุติที่ชัดเจน รวมทั้งให้เส้นแบ่งระหว่างองค์กรหลักเบาบางมากที่สุด พร้อมทั้งให้มีการแลกเปลี่ยนศักยภาพซึ่งกันและกันมากขึ้นด้วย

►เน้นการทำงานแบบบูรณาการ มองพื้นที่ มองตัวเอง ภายใต้ทรัพยากรที่มี

ส่วนในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งมีศักยภาพต่างๆ สูงมาก แต่ด้วยการบริหารงานเป็นส่วน จึงไม่เกิดการเชื่อมโยง ทั้งที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีบุคลากรที่มีศักยภาพจำนวนมาก มีผู้คนที่ไปพึ่งพิงบุคลากรในมหาวิทยาลัยจำนวนมาก ทั้งด้านงานวิจัย หรือจ้างไปทำงาน ดังนั้นจึงถึงเวลาที่จะต้องขยับขับเคลื่อนการทำงานเชิง Area Based คือ ทุกองค์กรหลักต้องมองพื้นที่ มองตัวเราเป็นหลักก่อนไปแข่งขันกับโลก ว่าเรามีทรัพยากรอะไร จึงต้องการให้มหาวิทยาลัย การอาชีวศึกษา กศน. วิทยาลัยชุมชน และองค์กรหลักทางการศึกษา ได้มองแผนพัฒนาจังหวัดแต่ละจังหวัด ตามทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ศิลปวัฒนธรรมประเพณี และทรัพยากรมนุษย์ในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำไปแข่งขันกับโลกได้ โดยจะนำองค์ความรู้ทุกสาขาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพในพื้นที่ โดยเชื่อมต่อการศึกษาตั้งแต่อุดมศึกษาลงไปในระดับมัธยมศึกษา ประถมศึกษา และเด็กเล็ก นอกจากนี้ช่วงที่ผ่านมาตนได้มีส่วนดูแลงบประมาณด้านการวิจัย จึงได้พยายามผลักดันการวิจัยต่างๆ ออกมา ซึ่งทราบดีว่าหากผลลัพธ์ทางด้านงานวิจัยไม่ออก มหาวิทยาลัยนั้นอาจจะไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในส่วนนั้นต่อไปด้วย



►เปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียน ต้องไม่พัฒนาแบบแยกส่วน

ในปี ๒๕๕๘ เราจะต้องเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียน วันนั้นผืนแผ่นดินไทยจำเป็นจะต้องเปิดเสรีทางการค้า FTA ด้วย หากเรายังพัฒนาแบบแยกส่วน เราจะเสียเปรียบ เพราะไม่รู้จริง ไม่มีข้อมูลจริง ทั้งที่หลายกระทรวงควรมีงบประมาณเชิงรุกในด้านนี้ แต่กลับมีงบประมาณด้านต่างประเทศน้อยมาก และที่ผ่านมาไปเน้นเรื่องความสัมพันธ์ต่างประเทศมากกว่า ดังนั้นบุคคลที่มีศักยภาพซึ่งอยู่ใน ศธ.จึงต้องมองให้เป็นเกี่ยวกับการแปรรูปสินค้า การผลิตสินค้าที่มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของตลาด มีระบบลอจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศอย่างมีคุณภาพ

►เน้นสร้างระเบียบวินัยที่ดีให้เด็ก โดยเน้นเรียนสายอาชีพตามความต้องการ

รมว.ศธ.กล่าวถึงกระบวนการเรียนรู้ว่า ครูต้องมองการสอนเด็กให้มีจิตสำนึก มีวินัยในตนเอง เช่นคนญี่ปุ่นมีความรับผิดชอบดีมาก มีความเป็นระเบียบ ตัวอย่างช่วงเวลาเกิดภัยสึนามีที่ผ่านมาไม่มีความโกลาหลเกิดขึ้น จึงถือเป็นประเทศที่มีความแข็งแรงสูงมาก สิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ของ ศธ.ที่จะต้องดูแลรับผิดชอบ โดยตนจะดูแลการบริหารแบบองค์รวม ส่วนในระดับองค์กรหลักจะต้องบริหารแบบบูรณาการ เร่งสร้างองค์ความรู้สู่ระดับมัธยมศึกษา เพราะไม่ต้องการให้เด็กเรียนจบ ๑๒ ปีเพื่อมุ่งไปสอบเอ็นทรานซ์ แต่เด็กควรจะได้เรียนในอาชีพที่ต้องการ ไม่ใช่เรียนทุกเรื่อง ซึ่งต่อจากนี้ไปคงต้องคุยกันเยอะมากในประเด็นนี้ ดังนั้นหากเราบริหารแบบบูรณาการได้ คนของเราจะมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น พูดภาษาอังกฤษได้ และเข้าไปแข่งขันใน ๕ ภูมิภาคหลักของโลก คือ อเมริกา แอฟริกา ยุโรป ออสเตรเลีย และเอเชียได้อย่างมีประสิทธิภาพ




►จัดทำงบประมาณที่เน้นโครงการใหม่ให้สัมพันธ์กันทุกองค์กรหลัก

รัฐบาลได้เร่งให้ทุกกระทรวงจัดทำระบบงบประมาณปี ๒๕๕๕ ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว จึงต้องการให้ทุกองค์กรหลักพิจารณาจัดส่งรายละเอียดคำของบประมาณไม่เกินสิ้นเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ โดยการเสนอของบประมาณไม่ต้องการให้เสนอโครงการเดิมๆ เข้ามา แต่ให้มองวิสัยทัศน์ข้างหน้าว่าโครงการต่างๆ สัมพันธ์กันอย่างไร องค์กรหลักมองทิศทาง เป้าหมายสัมพันธ์กันอย่างไร มองการวัดประเมินผลไปที่การมีงานทำ ถ้าสถาบันการศึกษาใดทำได้ จะได้รับการส่งเสริม แต่หากสถาบันการศึกษาผลิตเด็กออกมาตามเป้าหมายดังกล่าวไม่ได้ ก็อาจจะถูกตัดงบประมาณออกไป

►เน้นการทำงานเป็นทีม พร้อมเปิดห้องทำงานรัฐมนตรีตลอดเวลา

ที่ผ่านมาประเทศไทยมีลักษณะความสามารถส่วนตัวสูงมาก แต่ยังขาดการทำงานเป็นทีม จึงขอให้ท่านร่วมกันทำงานเป็นทีม ถึงเวลามาระดมสมองกัน และในการทำงานของตนนั้น จะเปิดห้องทำงานตลอดเวลา สามารถเข้ามาหารือ หรือโทรศัพท์หารือได้ตลอด ไม่อยากให้ถือขอบเขตว่าเป็นรัฐมนตรี แต่อยากให้ดูเหมือนเป็นเพื่อนร่วมงาน และไม่อยากจะดูการเมืองเดิมๆ ว่าท่านอยู่พรรคไหน และจะไม่ฟังว่าท่านเคยเป็นคนของใคร แต่จะใช้ผลงานของท่านประเมินการทำงานต่อไป



►เป็นห่วงหนี้สาธารณะของไทย, ฝาก ศธ.ลุกขึ้นต่อสู้ให้ประเทศรอดจากวิกฤต

วันนี้ไทยเป็นหนี้สาธารณะมากถึง ๔.๒ ล้านล้านบาท ตนเป็นกรรมาธิการงบประมาณมาโดยตลอด จึงเห็นตัวเลขปีที่ผ่านมาเราใช้หนี้ ๑.๘ แสนล้านบาท เป็นเงินต้นเพียง ๑ หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือคือ ๑.๗ แสนล้านบาทเป็นดอกเบี้ย และเมื่อถึงเวลาครบกำหนดเราต้องใช้หนี้มหาศาลนั้น ซึ่งหากใช้หนี้เงินต้นได้ปีละ ๑ หมื่นล้านบาท คงต้องใช้เวลานานถึง ๔๐๐ ปีหนี้จึงจะหมด ซึ่งเป็นหลายช่วงชีวิตของคน และปีที่ผ่านมาไทยกู้อีกถึง ๘ แสนล้านบาท จึงต้องกู้ไปโปะตลอด แม้ตัวเลข GDP จะโต แต่เป็นตัวเลขต่างชาติที่เติบโตขึ้น ส่วนในประเทศผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อย มีรายได้น้อย ขาดทุน เหนื่อย ซึ่งรัฐบาลมองเห็นและกำลังดึงกลุ่มรากหญ้า เอาข้างล่างขึ้นมา เราจึงต้องสร้างความเข้มแข็งในชนบทให้มากขึ้น สิ่งสุดท้ายคือ ศธ.ต้องผนึกกำลังลุกขึ้นต่อสู้ เพื่อเอาประเทศรอดจากวิกฤตนี้ให้ได้ ซึ่งประเด็นนี้เป็นสิ่งสำคัญในการจัดทำนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลด้วย

►พร้อมเปิดใจรับฟังความคิดเห็นจากทุกคน

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ในการทำงาน ต้องการให้นำกลไกทางกฎหมาย และนิติบัญญัติมาช่วยการทำงานของท่าน โดยจะแก้ไขกฎหมายต่างๆ เพื่อให้การทำงานราบรื่นและสอดคล้องกับการบริหารจัดการองค์กรหลัก รวมทั้งจะดูแลการจัดสรรงบประมาณการบูรณาการทำงาน ทั้งยังยืนยันว่าจะทำงานด้วยความเที่ยงธรรม เพราะตั้งใจมานานแล้วที่จะทำงานด้านการศึกษาอย่างเต็มความสามารถ และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกท่านด้วยการเปิดใจ พร้อมจะจับมือท่านอย่างฉันท์มิตร อะไรที่มีในใจให้ลืมไป และเริ่มต้นทำงานด้วยกัน จึงหวังว่าจะได้รับความกรุณาจากท่านในการทำงาน ช่วยกันขับเคลื่อนประเทศให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และบ้านเรา.


ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ
http://www.moe.go.th/websm/2011/aug/210.html

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> รมว.ศธ.ให้นโยบายการทำงานวันแรก , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ครม.แต่งตั้งข้าราชการการเมือง ใน ศธ.☕ คลิกอ่านเลย
ครม.แต่งตั้งข้าราชการการเมือง ใน ศธ.
เปิดอ่าน 8,813 ครั้ง
สอบบรรจุครูผู้ช่วย 1/2556 วิชาเอกท่าน สอบที่ไหนบ้าง คลิกเลย อัพเดท 26 เม.ย.56☕ คลิกอ่านเลย
สอบบรรจุครูผู้ช่วย 1/2556 วิชาเอกท่าน สอบที่ไหนบ้าง คลิกเลย อัพเดท 26 เม.ย.56
เปิดอ่าน 86,074 ครั้ง
ศธ.ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 9 จังหวัด☕ คลิกอ่านเลย
ศธ.ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 9 จังหวัด
เปิดอ่าน 4,753 ครั้ง
ศธ.จัดระดมความคิดเห็น การปรับปรุงแก้ไข และยกเลิก "กฎหมายการศึกษา"☕ คลิกอ่านเลย
ศธ.จัดระดมความคิดเห็น การปรับปรุงแก้ไข และยกเลิก "กฎหมายการศึกษา"
เปิดอ่าน 5,413 ครั้ง
รมว.ศธ.หารือหลักเกณฑ์ใหม่ในการสอบผู้อำนวยการสถานศึกษา สพฐ.☕ คลิกอ่านเลย
รมว.ศธ.หารือหลักเกณฑ์ใหม่ในการสอบผู้อำนวยการสถานศึกษา สพฐ.
เปิดอ่าน 8,712 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ดอกไม้ ประจำวันเกิดดอกไม้ ประจำวันเกิด
เปิดอ่าน 18,445 ครั้ง
6 เทคนิคเตรียมสอบ IELTS ให้ได้คะแนนสูง!6 เทคนิคเตรียมสอบ IELTS ให้ได้คะแนนสูง!
เปิดอ่าน 2,106 ครั้ง
การทักทาย วิธีเรียงประโยค(ภาษาจีน)การทักทาย วิธีเรียงประโยค(ภาษาจีน)
เปิดอ่าน 27,499 ครั้ง
บทสวดอโหสิกรรมบทสวดอโหสิกรรม
เปิดอ่าน 31,517 ครั้ง
ชมคลิป เลขาฯกพฐ.เผยผลคัดเลือก ผอ.และรอง ผอ.โรงเรียนและการสอบครูผู้ช่วยกรณีเศษชมคลิป เลขาฯกพฐ.เผยผลคัดเลือก ผอ.และรอง ผอ.โรงเรียนและการสอบครูผู้ช่วยกรณีเศษ
เปิดอ่าน 8,877 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ