ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > ผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ.เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2556

ผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ.เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2556

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 17 ธ.ค. 2556 เปิดอ่าน : 4,952 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ.เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2556

Advertisement

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2556 ณ ห้องประชุมจันทรเกษม โดยมีประเด็นสำคัญสรุปดังนี้


• รับทราบความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ


สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รายงานผลให้ที่ประชุมรับทราบถึงการจัดเสวนาเพื่อประกาศและขับเคลื่อนนโยบายปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสู่การปฏิบัติ เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2556 ซึ่งได้ประกาศยุทธศาสตร์การปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2551-2556) รวม 7 ด้าน คือ 1) ปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอน 2)พัฒนาครู 3) ส่งเสริมการใช้ ICT และพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน 4) ขยายโครงการพิเศษ 5) สอบวัดระดับความรู้ความสามารถภาษาอังกฤษตามมาตรฐานสากล 6) เพิ่มเวลาเรียน 7) จัดกลไกขับเคลื่อนที่เข้มงวดและคอยช่วยเหลือสนับสนุน (อ่านรายละเอียดเพิ่มในข่าวที่ 422)

โดยได้กำหนดให้ กรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษเพื่อวัดความรู้ความสามารถครูและนักเรียน (CEFR : Common European Framework of Reference for Languages) ซึ่งเป็นกรอบมาตรฐานสากล นำมาใช้เป็นกรอบความคิดหลักในการออกแบบ การจัดการเรียนการสอน และการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยจะเสนอให้ รมว.ศธ.ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อดำเนินการต่อไป

รมว.ศธ.ได้ขอให้ สพฐ.รับความเห็นจากที่ประชุมไปปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมในรายละเอียดประกาศดังกล่าว อาทิ

◦ CEFR จะส่งผลให้ระบบการทดสอบวัดผลภาษาอังกฤษต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย แต่ในช่วงระยะแรกของการเปลี่ยนแปลง จะต้องให้ครูและนักเรียนได้ปรับตัวระยะหนึ่งก่อน โดยให้หารือถึงระบบการทดสอบร่วมกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติฯ (สทศ.) ด้วย

◦ CEFR ถือเป็นจุดเด่นที่มีความยืดหยุ่น ซึ่ง สพฐ.จะมีส่วนสำคัญต่อการสนับสนุนโดยตรงลงไปจนถึงระดับสถานศึกษา

◦ ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ อาจกำหนดเป้าหมายเชิงนโยบายไว้ด้วย

◦ น้ำหนักสำคัญของการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ คือ การพัฒนาครูผู้สอน

◦ เน้นให้จัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับสภาพผู้เรียน

◦ การกำหนดรายละเอียดในประกาศดังกล่าว ต้องให้เข้าใจได้และดำเนินการได้จริง

◦ ควรสนับสนุนให้มีการเข้าค่ายอบรมแบบเข้ม 2-4 สัปดาห์ ฯลฯ

 

• รับทราบความก้าวหน้าในการจัดการเรียนการสอนภาษาจีน

สพฐ.ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าในการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีสถานศึกษาทุกสังกัดที่สอนภาษาจีนในประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,524 โรงเรียน แยกเป็น สพฐ. 769 โรง, สถานศึกษาเอกชน 500 โรง, สถานศึกษาอาชีวศึกษา 155 โรง และโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) 100 โรง มีจำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เรียนภาษาจีน 863,056 คน และมีครูผู้สอนภาษาจีน สพฐ. 1,487 คน แยกเป็นครูชาวไทย 600 คน (จบเอกภาษาจีน 500 คน) และครูชาวจีน 887 คน

ปัจจุบัน สพฐ.มีศูนย์เครือข่ายการเรียนการสอนภาษาจีน 42 ศูนย์ทั่วประเทศ และมีห้องเรียนขงจื่อในโรงเรียนศูนย์เครือข่าย 6 โรง คือ รร.ไตรมิตรวิทยาลัย, สวนกุหลาบวิทยาลัย, นวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี, ระยองวิทยาคม, ลำปางกัลยาณี และภูเก็ตวิทยาลัย

สภาพจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น เปิดสอนเป็นกลุ่มสาระเพิ่มเติม ประมาณ 1-2 คาบต่อสัปดาห์ ส่วนมัธยมศึกษาตอนปลาย เปิดสอนทั้งกลุ่มสาระเพิ่มเติม และแผนสายศิลป์-ภาษา ส่วนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้นั้น แต่ละโรงเรียนเป็นผู้วัดและประเมินผลเอง แต่มีบางแห่งที่ใช้ข้อสอบมาตรฐานภาษาจีน HSK (Hanyu Shuiping Kaoshi) และ YCT (Youth Chinese Test) เป็นเกณฑ์ในการวัดความรู้นักเรียน

ทั้งนี้ สพฐ.ได้กำหนดแผนพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนออกเป็น 6 มาตรการสำคัญ คือ

◦ มาตรการที่ 1 การจัดการเรียนการสอน

◦ มาตรการที่ 2 การพัฒนาหลักสูตร

◦ มาตรการที่ 3 การพัฒนาสื่อ

◦ มาตรการที่ 4 การวัดและประเมินผล

◦ มาตรการที่ 5 การพัฒนาครู

◦ มาตรการที่ 6 การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

• รับทราบความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนนโยบายการวัดและการประเมินผล

สทศ.ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบการขับเคลื่อนนโยบายการวัดและการประเมินผล ที่ สทศ.ได้กำหนดให้มีการส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงทุกระดับการศึกษา มีการพัฒนาสมรรถนะครูในด้านการวัดและการประเมินผล มีการจัดทำคลังข้อสอบ (O-Net Item Bank) /พัฒนาระบบการทดสอบ e-Testing ที่สอดคล้องกับระบบการวัดและประเมินผลอื่นๆ เช่น PISA นอกจากนี้ สทศ.ได้ส่งเสริมให้มีการนำผลสอบ O-Net ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและเป็นส่วนสำคัญของการสำเร็จการศึกษา (Exit Examination) รวมทั้งการตั้งศูนย์เครือข่าย สทศ. 9 แห่ง กระจายตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ

 

• ความก้าวหน้าการปรับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา

สกอ.ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ (อ่านรายละเอียดเพิ่มในข่าวที่ 395) แนวทางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งในปีการศึกษา 2557 ได้ขอความร่วมมือให้มหาวิทยาลัยที่เปิดรับตรง ให้จัดสอบภายหลังนักเรียนได้เรียนจบการศึกษาแล้ว แต่หากมหาวิทยาลัยใดดำเนินการรับนักศึกษาไปแล้วก็ให้ชี้แจงเหตุผล และความจำเป็นของการคัดเลือกที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ ส่วนปีการศึกษา 2558 เป็นต้นไป ขอให้ทุกมหาวิทยาลัยเปิดสอบภายหลังจากนักเรียนเรียนจบการศึกษาแล้ว เพื่อเด็กจะได้ไม่ทิ้งห้องเรียน โดยใช้ระบบการทดสอบกลางผ่าน Clearing House ยกเว้นบางมหาวิทยาลัยที่ต้องการใช้ข้อสอบในสาขาวิชาเฉพาะ เช่น ศิลปะ ก็จะให้มีการจัดกลุ่มข้อสอบ เพื่อให้แต่ละมหาวิทยาลัยสามารถนำข้อสอบไปใช้ร่วมกันได้

 

• การทบทวนมาตรฐานการศึกษาของชาติ

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงการทบทวนมาตรฐานการศึกษาของชาติ ที่จะต้องปรับปรุงให้ทันสมัยเหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งเพื่อให้การศึกษามุ่งเน้นโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ และสอดคล้องกับแผนการศึกษาเพื่อพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ได้แบ่งการพัฒนาคนเป็น 5 ช่วง ตามช่วงวัยของชีวิต คือ เด็กปฐมวัย 0-5 ปี, เด็กในวัยเรียน 5-14 ปี, วัยรุ่น/นักศึกษา 15-21 ปี, แรงงาน 25-59 ปี, ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป

 

• หลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคล

สำนักงาน ก.ค.ศ.ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบว่า คณะกรรมการใน ก.ค.ศ.ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่ง รมว.ศธ.แต่งตั้งจำนวน 9 คน รวมทั้งผู้แทนครู 13 คน รวมทั้งสิ้น 22 คน จะหมดวาระลงในเดือนมกราคม 2557 ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ.จะนำเสนอรายละเอียดในที่ประชุม ก.ค.ศ.วันที่ 20 ธันวาคม 2556 เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การได้มาของคณะกรรมการ และปฏิทินการดำเนินงาน

นอกจากนี้ การกำหนดอัตราตำแหน่งให้สูงขึ้นของบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา/มัธยมศึกษาทั่วประเทศ ที่จะปรับปรุงให้มีความก้าวหน้าจนถึงระดับชำนาญการพิเศษ จำนวน 1,163 คนนั้น ทางสำนักงาน ก.ค.ศ.กำลังจัดทำรายละเอียดหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการประเมินค่างาน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนด โดยจะนำเสนอ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญพิจารณา ก่อนที่จะประกาศใช้ต่อไป

 

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ.เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2556 , , ผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก , ศธ.เมื่อวันที่ , 16 , ธันวาคม , 2556 , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
3 กิจกรรมสำคัญที่ ศธ.กำหนดจัดภายในเดือนสิงหาคม 2557☕ คลิกอ่านเลย
3 กิจกรรมสำคัญที่ ศธ.กำหนดจัดภายในเดือนสิงหาคม 2557
เปิดอ่าน 6,988 ครั้ง
ผลการประชุม Super Board ด้านการศึกษา เมื่อวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลการประชุม Super Board ด้านการศึกษา เมื่อวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2559
เปิดอ่าน 18,193 ครั้ง
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 2/2559 เมื่อวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 2/2559 เมื่อวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559
เปิดอ่าน 5,589 ครั้ง
มติ ครม. 25 ธันวาคม 2555 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม. 25 ธันวาคม 2555 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 11,121 ครั้ง
ผลการประชุมสภาการศึกษา 2/2558☕ คลิกอ่านเลย
ผลการประชุมสภาการศึกษา 2/2558
เปิดอ่าน 2,178 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

8 สถานที่ยอดฮิตฉลองปีใหม่8 สถานที่ยอดฮิตฉลองปีใหม่
เปิดอ่าน 8,840 ครั้ง
14 ท่าโพสต์ถ่ายรูปง่ายๆ ถ่ายเมื่อไหร่ก็สวย14 ท่าโพสต์ถ่ายรูปง่ายๆ ถ่ายเมื่อไหร่ก็สวย
เปิดอ่าน 28,172 ครั้ง
เทคนิคการคิดเลขเร็วเทคนิคการคิดเลขเร็ว
เปิดอ่าน 166,183 ครั้ง
รู้จักยัง...Hate Speech คืออะไร ? เกิดจากอะไร ? และเราจะรับมือได้อย่างไร?รู้จักยัง...Hate Speech คืออะไร ? เกิดจากอะไร ? และเราจะรับมือได้อย่างไร?
เปิดอ่าน 8,551 ครั้ง
เกาหลีแพลนสร้าง แดจังกึม 2เกาหลีแพลนสร้าง แดจังกึม 2
เปิดอ่าน 7,035 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ