ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 3/2557 (4 มีนาคม 2557)

ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 3/2557 (4 มีนาคม 2557)

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 5 มี.ค. 2557 เปิดอ่าน : 6,723 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางฉวีวรรณ คลังแสง ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายชาญยุทธ เฮงตระกูล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. เข้าร่วมประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 3/2557 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2557 ที่สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา มีสาระสำคัญสรุป ดังนี้

• กิจกรรม MOE Summer Camp 2014

ที่ประชุมรับทราบการเตรียมการจัดกิจกรรม “MOE Summer Camp 2014” ของ ศธ. ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม-15 พฤษภาคม 2557 โดยกิจกรรมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบเปิดให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการ และแบบปิดที่เปิดให้เฉพาะกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมเป็นการภายในเฉพาะ โดยมีกิจกรรม 4 ประเภท ได้แก่ ค่ายพักแรม อบรม สอนเสริม และการฝึกอาชีพ

ทั้งนี้ จะมีการแถลงข่าวต่อสาธารณชนในวันที่ 10 มีนาคม 2557 ที่สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา ถนนรามอินทรา

รับทราบ (ร่าง) แผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต พ.ศ.2557-2561

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ (ร่าง) แผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต พ.ศ.2557-2561 เพื่อเป็นกรอบและแนวทางในการพัฒนาการศึกษาของหน่วยงานต่างๆ ของประเทศ และเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่จะใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการศึกษาของคนในทุกช่วงอายุ มีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยทุกคนทุกช่วงอายุ ครอบคลุม 5 ช่วงอายุ ได้แก่ 1) ช่วงแรกเกิด-ปฐมวัย 0-5 ปี  2) ช่วงวัยนักเรียน 5-15 ปี  3) ช่วงวัยรุ่น/นักศึกษา 15-21 ปี  4) ช่วงวัยแรงงาน 25-59 ปี  และ 5) ช่วงผู้สูงวัย 60 ปีขึ้นไป ได้รับการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้คุณลักษณะและทักษะที่จำเป็นอย่างรอบด้านให้ทันโลกในศตวรรษที่ 21

หลังจากนี้จะได้นำร่างดังกล่าว ไปเผยแพร่สร้างความรู้ความเข้าใจ และนำไปสู่กระบวนการนำเสนอเพื่อบังคับใช้ต่อไป

  • รับทราบมาตรฐานวิชาชีพและการรับรองปริญญา/ประกาศนียบัตรทางการศึกษา เพื่อการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้รายงานที่ประชุมเกี่ยวกับการดำเนินงานเรื่องมาตรฐานวิชาชีพและการรับรองปริญญา/ประกาศนียบัตรทางการศึกษา เพื่อการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา  ดังนี้

1) มาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2556 มีสาระสำคัญดังนี้

- มาตรฐานวิชาชีพในส่วนคุณวุฒิและประสบการณ์วิชาชีพของครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
-
ผู้ประกอบวิชาชีพครูที่สามารถขอรับใบอนุญาตได้ จะต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภาให้การรับรอง
- ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา ที่สามารถขอรับใบอนุญาตได้ จะต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีบริหารการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภาให้การรับรอง

- ศึกษานิเทศก์ที่สามารถขอรับใบอนุญาตได้ กำหนดคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโททางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภาให้การรับรอง

- ปรับเพิ่มมาตรฐานของครู จาก 9 มาตรฐาน เป็น 11
มาตรฐาน

- ปรับเพิ่มมาตรฐานความรู้ผู้บริหารสถานศึกษา จาก
11 มาตรฐาน เป็น 7 มาตรฐาน
- ปรับเพิ่มมาตรฐานความรู้ผู้บริหารการศึกษา จาก
11 มาตรฐาน เป็น 6 มาตรฐาน
- ปรับเพิ่มมาตรฐานความรู้ศึกษานิเทศก์ จาก
11 มาตรฐาน เป็น 8 มาตรฐาน

2) การรับรองปริญญา/ประกาศนียบัตรทางการศึกษา มีสาระสำคัญดังนี้

- เกณฑ์การรับรองปริญญาฯ ทุกระดับ ทั้งวิชาชีพครูและวิชาชีพบริหารการศึกษา ได้แก่ วิชาชีพครู : หลักสูตร 5 ปี หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต หลักสูตรปริญญาโท และหลักสูตรปริญญาเอก และวิชาชีพบริหารการศึกษา : หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต หลักสูตรปริญญาโท และหลักสูตรปริญญาเอก
-
ผู้สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรที่คุรุสภาให้การรับรองปริญญา/ประกาศนียบัตรทุกหลักสูตร จะต้องสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

- การฝึกปฏิบัติวิชาชีพสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษาในหลักสูตรที่คุรุสภาให้การรับรองปริญญา/ประกาศนียบัตร
- สถาบันต้องรับนิสิต/นักศึกษาตามแผนที่กำหนดในหลักสูตร โดยมีสัดส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษา
1:30 อาจารย์นิเทศต่อนักศึกษา 1:10
- สถาบันต้องเสนอหลักสูตรที่ผ่านการอนุมัติจากสภาสถาบันให้คุรุสภารับรองก่อนเปิดการเรียนการสอน ไม่น้อยกว่า 60 วัน และมีการติดตามผลเชิงประจักษ์หลักสูตรไม่น้อยกว่า 1
ครั้ง

ที่ประชุมมอบให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภารับฟังความเห็นจากองค์กร บุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวางอีกครั้ง เพราะขณะนี้ ศธ.กำลังขาดแคลนครูอย่างมากในทุกประเภทและระดับการศึกษา โดยเฉพาะคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญวิชาการด้านต่างๆ ไม่สามารถมาเป็นครูได้ คนที่เก่งแคลคูลัสแต่ไม่ได้เรียนครู อาจจะสอนหรือสามารถอธิบายให้เด็กเข้าใจได้ง่ายกว่าคนเป็นครูก็ได้

  • รับทราบความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ กศน.

ที่ประชุมรับทราบรายงานความก้าวหน้า การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจการรู้หนังสือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของประชากรไทย ยกระดับคุณภาพงานการศึกษาและศูนย์ฝีกอาชีพชุมชน เพื่อผลิตกำลังคนที่มีศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งจากการสำรวจการรู้หนังสือและการประเมินระดับการรู้หนังสือของประชากรไทยวัยแรงงาน ข้อมูล ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 พบว่ากลุ่มอายุ 15-59 ปี จำนวน 5,668,223 คน มีผู้ไม่รู้หนังสือจำนวน 2,508,534 คน และกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 1,232,380 คน มีผู้ไม่รู้หนังสือจำนวน 263,257 คน

ที่ประชุมมีข้อคิดเห็นว่า การที่จะทำให้คนรู้หนังสือต้องเริ่มจากการอ่านเข้าใจ มีระบบ Proficiency Test คือการวัดผลทางด้านภาษา รวมทั้งมาตรฐานการเรียนรู้ภาษาแม่ของประเทศอย่างมีระบบและขั้นตอน จึงขอฝากให้ สพฐ.พิจารณาหารือในเรื่องนี้ร่วมกับ สทศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลักสูตรเพื่อส่งเสริมให้มีรู้หนังสือจะต้องออกแบบหลักสูตรที่มีเนื้อหาและวิธีเรียนที่แตกต่างจากหลักสูตรปกติ ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ถูกจุด ดึงดูดความสนใจ และไม่ควรยากจนเกินไป แต่จะต้องเป็นหนังสือที่ช่วยให้อ่านได้ ในส่วนของจำนวนผู้อ่านหนังสือไม่ออกที่พบจากการสำรวจ เป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องจัดกระบวนการประเมินผลและประเมินหลักสูตรโดยนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนภาษา หรือนักสอนภาษาซึ่งขาดแคลนมากในประเทศไทย รวมทั้งเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านผลสำรวจเพื่อช่วยอธิบายผลสำรวจ นำผลสำรวจนี้ไปใช้และแก้ไขปัญหาต่อไป เพราะหากไม่สามารถอธิบายผลได้อย่างถูกต้อง อาจจะมีการนำผลนี้ไปขยายความใน Social Media ซึ่งอาจจะเกิดความสับสนขึ้นได้

  • รับทราบความก้าวหน้าตามนโยบายข้อ 2 การผลิตและพัฒนาครู

ที่ประชุมรับทราบการรายงานความก้าวหน้าตามนโยบาย ศธ.ข้อ 2 การผลิตและพัฒนาครู ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) ซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาหลักเกณฑ์และวิธีการในการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มุ่งเน้นและเชื่อมโยงกับผู้สัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ว 17/2552)  และการพัฒนาหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะ ตามกรอบแนวคิด TPK และ PA  ตลอดจนการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

  • รับทราบหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารงานบุคคลของสำนักงาน ก.ค.ศ

ที่ประชุมรับทราบหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารงานบุคคลของสำนักงาน ก.ค.ศ. มีสาระสำคัญ ได้แก่

- ให้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับข้าราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ.2557 ตามกำหนดการฯ ที่สำนักงาน ก.ค.ศ.กำหนด
- เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคล รวม
5 หลักเกณฑ์ ได้แก่ 1) หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 2) หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ 3) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกพนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานจ้างเหมาบริการ ครูอัตราจ้าง หรือลูกจ้างชั่วคราวฯ ครูสอนศาสนาอิสลาม หรือวิทยากรอิสลามศึกษา เพื่อบรรจุและแต่งตั้งฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้  4) หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันฯ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ 5) หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันฯ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้

  • เห็นชอบแนวทางการพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558

การศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ปัจจุบัน พบว่าประชากรมีการศึกษาเฉลี่ย 7.5 ปี มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่า 50% ทุกรายวิชา มีอัตราการขาดเรียน ร้อยละ 10-15 และอัตราการอ่านไม่ออก ร้อยละ 26.23 ปัญหาที่สำคัญคือ ขาดแคลนครู ครูสอนไม่ตรงวุฒิ และไม่มีประสบการณ์วิชาใหม่ๆ ตลอดจนหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อการเข้าใจในประวัติศาสตร์ และยังผู้เรียนยังขาดโอกาสและความทั่วถึงในกิจกรรมการพัฒนา

ดังนั้น ศธ.จึงได้จัดทำแผนการพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2557-2558 ตามนโยบายด้านการศึกษาข้อที่ 8 พัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านคุณภาพการศึกษา ลดอัตราการอ่านไม่ออกของนักเรียนระดับประถม พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านวิทยาการสมัยใหม่ และเพิ่มโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาแก่ผู้เรียน

โดยมีแผนการดำเนินงาน 7 แผนงานหลัก ได้แก่ 1) การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน  2) การส่งเสริมและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนเทคโนโลยี  3) การพัฒนาหลักสูตร  4) การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา  5) การจัดสรรทุนสนับสนุนการศึกษา  6) การเรียนรู้ด้านอาชีพและการมีงานทำ และ 7) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ

ที่ประชุมมีมติ ให้รวบรวมความเห็นจากฝ่ายปฏิบัติในพื้นที่และฝ่ายความมั่นคงเกี่ยวกับการจัดการศึกษา เพื่อนำความเห็นและข้อแนะนำต่างๆ มาปรับปรุงการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง รวมทั้งตอบโจทย์การจัดการศึกษาในพื้นที่ตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ชานแดนภาคใต้ด้วย

  • การเร่งรัดใช้จ่ายงบประมาณตามโครงการที่มีความสำคัญจำเป็น

รมว.ศธ.ได้ย้ำให้ที่ประชุมรับทราบด้วยว่า การดำเนินการโครงการต่างๆ ตามรายละเอียดที่ได้รับอนุมัติงบประมาณไว้แล้วนั้น คณะรัฐมนตรีได้ขอให้เร่งดำเนินการ เพราะบางกระทรวงคิดว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ทางการเมือง ก็ให้ชะลอการดำเนินการตามโครงการต่างๆ ออกไปก่อน ทั้งที่ความจริงโครงการใด หากเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความสำคัญจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ก็ขอให้เร่งดำเนินการต่อไป เช่น การปฏิรูปการศึกษา  ส่วนนโยบายหรือข้อสรุปใหม่ที่เกิดขึ้น ก็ขอให้พิจารณาวางแผนเตรียมดำเนินการตามโครงการต่างๆ  แต่จะใช้งบอย่างไรหรือเท่าใดนั้น อาจจะต้องมีการปรับแก้เป็นระยะตามสถานการณ์ แต่อย่างน้อยก็ขอให้มีความพร้อมที่จะใช้

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 3/2557 (4 มีนาคม 2557) , , ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ , , ครั้งที่ , 3 , 2557 , (4 , มีนาคม , 2557) << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559
เปิดอ่าน 133,347 ครั้ง
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)☕ คลิกอ่านเลย
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)
เปิดอ่าน 127,044 ครั้ง
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559
เปิดอ่าน 140,709 ครั้ง
มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา วันที่ 30 สิงหาคม 2559 ☕ คลิกอ่านเลย
มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา วันที่ 30 สิงหาคม 2559
เปิดอ่าน 157,559 ครั้ง
สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่☕ คลิกอ่านเลย
สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่
เปิดอ่าน 160,881 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ดอกไม้ประจำจังหวัดดอกไม้ประจำจังหวัด
เปิดอ่าน 36,033 ครั้ง
8 สิ่งต่อไปนี้ดีต่อผิวจริง ๆ8 สิ่งต่อไปนี้ดีต่อผิวจริง ๆ
เปิดอ่าน 7,583 ครั้ง
ทำไมจึงไม่ควรให้ผู้ไม่มีใบประกอบอาชีพครูมีสิทธิสอบครูได้ : โดย รศ.ดร.สมาน อัศวภูมิทำไมจึงไม่ควรให้ผู้ไม่มีใบประกอบอาชีพครูมีสิทธิสอบครูได้ : โดย รศ.ดร.สมาน อัศวภูมิ
เปิดอ่าน 63,799 ครั้ง
สูตรคูณสูตรคูณ
เปิดอ่าน 46,216 ครั้ง
10 อาชีพในอนาคต ที่มีโอกาสประสบความสำเร็จอย่างสูงในไทย10 อาชีพในอนาคต ที่มีโอกาสประสบความสำเร็จอย่างสูงในไทย
เปิดอ่าน 194,764 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ