ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > "ครูพันธุ์วิจัย" สร้างเด็กไทยคิดได้ทำเป็น

"ครูพันธุ์วิจัย" สร้างเด็กไทยคิดได้ทำเป็น

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 17 พ.ย. 2557 เปิดอ่าน : 5,061 ครั้ง

Advertisement


☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
"ครูพันธุ์วิจัย" สร้างเด็กไทยคิดได้ทำเป็น

Advertisement

การเรียนรู้ไม่ใช่แค่เรียนให้รู้และไม่ใช่แค่รู้ที่เรียน แต่ต้องเป็นการตกผลึกจากความเข้าใจภายใน

ยุคนี้หากต้องการหาข้อมูลอะไรสักอย่างหนึ่ง เราเริ่มจากตรงไหน? ถามพ่อแม่ ถามครู ถามเพื่อน ถามคนที่นั่งข้างๆ หรือถามผู้รู้? แล้วถ้าไม่มีใครให้ถาม...เราจะทำอย่างไร?

แหล่งข้อมูลอีกแหล่งหนึ่งสำหรับใครหลายๆ คนในยุคที่การค้นคว้าเกิดขึ้นได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส คงหนีไม่พ้น “Google” ข้อมูลมหาศาลหลั่งไหลมาให้เลือกภายในเสี้ยววินาที ว่าไปแล้วสำหรับผู้ที่เข้าถึงเทคโนโลยีการเรียนรู้ในห้องเรียนอาจกลายเป็นโลกแคบไปถนัดตา เมื่อเป็นเช่นนี้บทบาทของ “ครู” ที่เคยเป็นผู้ป้อนความรู้แค่ในตำราให้นักเรียนคงไม่เพียงพออีกต่อไป

รศ.ดร.สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ ผู้เชียวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพครู แบ่งปันมุมคิด “การเรียนรู้” ว่า การเรียนรู้ไม่ใช่แค่เรียนให้รู้และไม่ใช่แค่รู้ที่เรียน แต่ต้องเป็นการตกผลึกจากความเข้าใจภายในตัวของผู้เรียน ซึ่งการเรียนรู้ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อนักเรียนได้ลงมือปฏิบัติซ้ำแล้วซ้ำอีกด้วยตนเองจนเกิดปัญญา

“การเรียนไม่ใช่การท่องจำแบบอาขยานอีกต่อไป ครูเป็นผู้รู้ปลายทางของคำตอบอย่างกระจ่าง แต่ต้องไม่เป็นผู้บอกคำตอบ บทบาทของครูคือการเป็นผู้ตั้งคำถามให้เด็กคิดแล้วตอบคำถามไปเรื่อยๆ แล้วประเมินอย่างฉับพลันว่าเด็กรู้อะไรไม่รู้อะไรหรือเข้าใจอะไรผิด เปลี่ยนคำถามใหม่เพื่อพาเด็กไปสู่ปลายทาง โดยมีเป้าหมายให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองจากการคิด เรียกว่า การถามต้อนความคิด ซึ่งความคิดเชิงเหตุและผลสำคัญมาก หากแก้ความเชื่อเรื่องเหตุและผลแบบผิดๆ ไม่ได้ ครูจะไม่สามารถสร้างสรรค์กระบวนที่มีประสิทธิภาพเพื่อพัฒนานักเรียนได้”
เช่นเดียวกับ “ค่ายครูพันธุ์วิจัย ประกวดโครงงานวิจัยด้านพลังงาน” ที่จัดขึ้นโดย กลุ่ม ปตท. เมื่อวันที่ 22-25 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาอยากให้ “เด็กไทยคิดได้ ทำเป็น” กลุ่ม ปตท. จึงจัดกิจกรรมอบรบเชิงปฏิบัติการเทคนิคการทำวิจัยให้คณะครูกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์จาก 14 โรงเรียนในจังหวัดระยอง เพื่อพัฒนาศักยภาพของครูและนักเรียนด้วยกระบวนการวิจัย

เดชา บุญวรรณ์ ผู้จัดการส่วนสื่อสารและกิจการเพื่อสังคมพื้นที่ระยอง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เชื่อว่าเด็กจะมีความรู้ความเข้าใจและสามารถคิดอย่างเป็นระบบได้ต้องมี “ครู” คอยชี้แนะอย่างถูกวิธี

“โครงการครูพันธุ์วิจัยต้องการหนุนเสริมแนวทางการเรียนรู้ให้นักเรียน โดยพัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อกระบวนการวิจัย แล้วพัฒนาองค์ความรู้ กระบวนการสอนและประยุกต์เทคนิคการสอน เพื่อนำไปใช้

ประโยชน์ต่อการสอนโครงงานวิจัยด้านพลังงานให้นักเรียนได้อย่างบูรณาการและก่อให้เกิดประโยชน์ได้จริง กระบวนการทั้งหมดนอกจากจะช่วยส่งเสริมให้เด็กพัฒนาความคิดได้ด้วยตนเองแล้ว ยังกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงคุณค่าของพลังงานและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปได้ในอนาคต”

จุดเด่นของค่ายครูพันธุ์วิจัยฯ อยู่ที่การอบรมเพื่อเปลี่ยนทัศนคติครูจาก “ผู้บอก” หรือผู้ป้อนความรู้ให้เป็น “ผู้ถาม” เรียกว่า “ถามคือสอน” เพื่อชี้ชวนให้นักเรียนเกิดความสนใจ คิดตาม แล้วแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง จุดหมายปลายทางของโครงการต้องการให้ “ครู” ผู้เข้ารับการอบรมสวมบทบาทเป็น “โค้ช” (coach) ให้กับนักเรียน เพื่อรวมกลุ่มทำงานวิจัย แล้วเฟ้นหาสุดยอดโครงงานวิจัยด้านพลังงานที่เป็นไปได้และเป็นประโยชน์มากที่สุด

รศ.ดร.สุธีระ บอกหนึ่งในแนวทางพัฒนาเด็กให้เร็วขึ้นและไม่ต้องลงทุนอะไร ด้วยการให้เด็กรวมกลุ่มมีส่วนร่วมในการคิดและวิเคราะห์ร่วมกัน เช่นเดียวกับกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่ครูได้ลงมือทำในค่ายครูพันธุ์ใหม่ เมื่อทำจึงเกิดการเรียนรู้ เข้าใจไปถึงต้นทางของเหตุและผลที่แท้จริง จนเกิดปัญญา เมื่อนั้น ครูจะนำสิ่งที่เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ได้เอง เด็กก็เช่นเดียวกัน

“การทำการศึกษาเพื่อเปลี่ยนเด็ก โครงงานเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยทำให้เด็กเปลี่ยนแปลง เป้าหมายที่เราจะวัดคือความเปลี่ยนแปลงในกระบวนการคิดของเด็กแต่ละคน ไม่ใช่คะแนนสอบ ยิ่งเด็กที่มีพื้นฐานต่ำครูยิ่งสามารถช่วยหนุนเสริมขึ้นมาได้อย่างก้าวกระโดด แล้วคนแรกที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของเด็กคือผู้ปกครอง เมื่อผู้ปกครองเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางบวก ผู้ปกครองกับชุมชนจะเข้ามาให้ความร่วมมือกับโรงเรียนเอง”

รศ.ดร.สุธีระ ยังกล่าวอีกว่า ครูต้องทำความเข้าใจใหม่ว่าการศึกษาไม่ใช่การค้ามนุษย์ที่ครูคิดโครงงานทุกอย่างขึ้นมาเพื่อใช้แรงงานเด็กทำ ผลสุดท้ายผลงานไม่ได้ตกเป็นของเด็กเพราะเด็กไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย

ด้านครูผู้เข้าอบรม เอกราช นวศรีพงศ์ โรงเรียนระยองวิทยาคมนิคมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ค่ายครูพันธุ์วิจัยเปลี่ยนทัศนคติที่ตนมีต่อการจัดการเรียนรู้ จากเดิมคิดว่ากระบวนการสอนของตนฝึกให้นักเรียนรู้จักคิดมากพอสมควร แต่เมื่อได้เรียนรู้จากการอบรมทำให้พบว่าการสอนของตนยังไม่สามารถกระตุ้นกระบวนการคิดอย่างมีเหตุและผลของเด็กได้

“ความรู้และเทคนิคที่ได้รับจากการอบรมครั้งนี้สามารถนำไปปรับให้นักเรียนฝึกทักษะจากกระบวนการคิดมากขึ้น สามารถพัฒนาความรู้ความจำมาเป็นความเข้าใจและนำไปสู่การเกิดทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ได้ ส่วนครูต้องพัฒนาตัวเองให้เก่งกว่าเดิม เพื่อจะได้เป็นโค้ชที่ดีให้นักเรียนได้อีกทางหนึ่ง”

ส่วน คาวี สุนทรโอวาท โรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา เห็นด้วยว่า ที่ผ่านมากระบวนการศึกษาของไทยมีแค่ความรู้ แต่ยังขาดเครื่องมือที่จะสร้างให้เด็กมีกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง ดังนั้น การช่วยให้เด็กมีกระบวนการคิดเพื่อพัฒนาความรู้ได้ตัวเองจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเด็กโดยตรง

เช่นเดียวกับ สุปราณี กิตติวรเชษฏฐ์ โรงเรียนระยองวิทยาคมปากน้ำ สะท้อนว่า “ค่ายครูพันธุ์ใหม่” ทำให้เธอฉุกคิด “ครูควรจะเริ่มตั้งคำถามว่าสิ่งที่เด็กเรียนมาสามารถทำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง ซึ่งตรงนี้ถ้าครูไม่สามารถโค้ชเด็กได้ เด็กจะไม่สามารถนำความรู้ที่เรียนไปใช้ทำประโยชน์อะไรได้เลยแม้แต่การประกอบอาชีพ เพราะเด็กเรียนไปแล้วคิดไม่ได้ทำอะไรเป็น หากครูทุกคนช่วยกระตุ้นให้นักเรียนคิด สร้างสรรค์โครงงานด้านพลังงานที่เป็นไปได้ขึ้นมา ผลงานของนักเรียนเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ต่อการดูแลจัดการพลังงานในอนาคตได้”
การศึกษาแบบไร้รั้ว เปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิดและลงมือปฏิบัติเอง เป็นการสร้างการเรียนรู้ที่มีค่า เพราะผลลัพธ์ของการเรียนรู้นี้มีมากกว่าแค่การจดจำเพื่อนำไปตอบคำถามในห้องสอบ แต่เป็นการฝึกฝนทักษะชีวิตที่สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้แก่ตัวผู้เรียนเอง เพื่อให้นักเรียนสามารถออกไปเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกได้อย่างผู้มีปัญญาที่ “คิดได้ ทำเป็น”

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com  

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> "ครูพันธุ์วิจัย" สร้างเด็กไทยคิดได้ทำเป็น , , , ครูพันธุ์วิจัย , , สร้างเด็กไทยคิดได้ทำเป็น , , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ระบบการศึกษาไม่สมดุล (จบ)

ระบบการศึกษาไม่สมดุล (จบ)
เปิดอ่าน 5,519 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
“การพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ”☕ คลิกอ่านเลย
“การพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ”
เปิดอ่าน 19,717 ครั้ง
จดหมายถึงครู.... โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์☕ คลิกอ่านเลย
จดหมายถึงครู.... โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
เปิดอ่าน 38,691 ครั้ง
เดินหน้าปฏิรูป การวัดผลการศึกษา 59☕ คลิกอ่านเลย
เดินหน้าปฏิรูป การวัดผลการศึกษา 59
เปิดอ่าน 12,516 ครั้ง
แลหลัง ผ่าปมข้อสอบคัดเลือก ผอ.-รอง ผอ.เกิดความผิดพลาด☕ คลิกอ่านเลย
แลหลัง ผ่าปมข้อสอบคัดเลือก ผอ.-รอง ผอ.เกิดความผิดพลาด
เปิดอ่าน 24,292 ครั้ง
ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน☕ คลิกอ่านเลย
ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน
เปิดอ่าน 8,892 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

คลิปพายุถล่มรร.สตรีฯตราด กวาดทุกอย่างราบเป็นหน้ากลองคลิปพายุถล่มรร.สตรีฯตราด กวาดทุกอย่างราบเป็นหน้ากลอง
เปิดอ่าน 9,415 ครั้ง
ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือบน E-Learning ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือบน E-Learning
เปิดอ่าน 27,801 ครั้ง
แตงกวามีดีกว่าที่คุณคิดแตงกวามีดีกว่าที่คุณคิด
เปิดอ่าน 10,832 ครั้ง
ขจัดกลิ่นเท้าด้วยมะนาวขจัดกลิ่นเท้าด้วยมะนาว
เปิดอ่าน 8,023 ครั้ง
มโนทัศน์ของเทคโนโลยีการศึกษา มโนทัศน์ของเทคโนโลยีการศึกษา
เปิดอ่าน 15,515 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ