ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > แกะรอยปฏิรูปการศึกษาส่งท้าย "ปีแพะ" 2558

แกะรอยปฏิรูปการศึกษาส่งท้าย "ปีแพะ" 2558

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 31 ธ.ค. 2558 เปิดอ่าน : 4,241 ครั้ง

Advertisement


☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
แกะรอยปฏิรูปการศึกษาส่งท้าย "ปีแพะ" 2558

Advertisement

เวลาล่วงเลยมา 1 ปี 4 เดือน ตั้งแต่รัฐบาล คสช. ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศและเดินหน้าประกาศ “ปฏิรูปประเทศไทย” ทั้ง 11 ด้าน เพื่อ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ตามสโลแกน

การปฏิรูปด้านการศึกษาเพื่อการพัฒนาคนอย่างยั่งยืน เป็น 1 ใน 11 ด้านที่ถูกกำหนดว่าต้องปฏิรูปอย่างเร่งด่วน เพราะเชื่อว่าการวางรากฐานทางการศึกษาที่ดีและมีคุณภาพย่อมส่งผลต่อการพัฒนาในทุกๆด้าน

“ทีมการศึกษา” ขอส่งท้ายปีแพะด้วยการแกะรอยการปฏิรูปการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ ที่ดูเสมือนจะเห็น “แสงไฟอยู่ปลายอุโมงค์” เมื่อทุกฝ่ายขานรับและตระหนักถึงความสำคัญ ส่งผลให้กระทรวงศึกษาธิการโดย คณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา ไม่ต้องทำงานอย่างโดดเดี่ยว เพราะมีหน่วยงานหลายฝ่ายเข้ามาร่วมขับเคลื่อน ทั้ง สภาปฏิรูปแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ รวมไปถึง ภาคประชาสังคม

และที่สำคัญซึ่งเป็นการยืนยันว่ารัฐบาลเอาจริงต่อการปฏิรูปการศึกษา คือการแต่งตั้ง คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา หรือ “ซุปเปอร์บอร์ดด้านการศึกษา” ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อเดือน มี.ค.2558 มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทั้งยังส่งเทียบเชิญ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ และ ดร.วิรไท สันติประภพ ที่ปรึกษาทีดีอาร์ไอมาเป็นกุนซือ

ทำหน้าที่เสนอแนะนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนา การยกระดับคุณภาพการศึกษา และการเรียนรู้ตามนโยบายรัฐบาล พร้อมเสนอแนะมาตรการและแนวทางการตัดสินใจเชิงรุก เพื่อให้การขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและแผนพัฒนาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ประเด็นหลักที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ “บิ๊กตู่” ผู้นำรัฐนาวาเน้นย้ำในการประชุมซุปเปอร์บอร์ดคือ ต้องทำให้การศึกษาไทยเป็นการศึกษาที่มีความสุข ทั้งนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ต้องลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี จบแล้วมีงานทำ แข่งขันในระดับนานาประเทศได้ โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

กว่า 7 เดือนนับตั้งแต่เปิดศักราชปีแพะ 2558 กระทรวงศึกษาธิการซึ่งกุมบังเหียนโดย พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย หรือ “บิ๊กเข้” ได้วางโรดแม็ปปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนอย่างยั่งยืนไว้ 3 ระยะคือ ระยะเร่งด่วนที่จะลุยในปี 2558 ระยะ กลางที่จะขับเคลื่อนในปี 2559-2564 และระยะยาวตั้งแต่ปี 2565-2569

แต่เราขอหยิบยกประเด็นสำคัญที่จะเดินหน้าปฏิรูปเร่งด่วน 6 ด้านคือ การปฏิรูปการเรียนรู้ การปฏิรูประบบทรัพยากรและการเงิน การปฏิรูประบบข้อมูลและสารสนเทศทางการศึกษา การปฏิรูประบบการกระจายอำนาจ การปฏิรูปกฎหมายการศึกษา และการปฏิรูประบบการผลิตและพัฒนาครู โดยตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนทั้ง 6 คณะ

พร้อมชงร่างวิสัยทัศน์และกรอบทิศทางการพัฒนาการศึกษา ระยะเวลา 5 ปี ต่อซุปเปอร์บอร์ด โดยตั้งเป้า ภายในปี 2563 ผลการจัดอันดับความสามารถด้านการศึกษาของไทยต้องดีขึ้นอย่างน้อย 5 อันดับ นักเรียนไทยต้องสามารถสื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา

Advertisement


ส่วนเรื่อง การปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ในช่วงนั้นแม้จะมีผู้เสนอเข้ามาเป็นระลอก แต่ “บิ๊กเข้” เจ้ากระทรวงคุณครูในสมัยนั้นได้ให้ชะลอไว้ก่อน โดยขอให้พุ่งเป้าไปที่ การปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนที่เห็นผลในห้องเรียน แม้ภายหลังจะ “เสียงอ่อน” ยอมรับว่ากระทรวงคุณครูมีความอุ้ยอ้าย แต่ก็ขอให้ผู้บริหารองค์กรหลักกลับไปหารือให้ตกผลึกเสียก่อน

แต่แล้วเมื่อวันที่ 19 ส.ค.2558 ก็มีการ เปลี่ยนม้ากลางศึก เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปรับ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย พ้นตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี แล้วส่ง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เข้ามากุมบังเหียนแทน

นโยบายแรกที่ประกาศออกมาคือ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โดยให้เลิกเรียนบ่ายสองโมง จากนั้นให้โรงเรียนจัดกิจกรรมพัฒนาความรู้ตามความสนใจของเด็ก ตรงเป๊ะตามนโยบายนายกฯที่อยากเห็นเด็ก ครูและผู้ปกครองมีความสุข ดีเดย์ตั้งแต่วันเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการ ศึกษา 2558 นำร่องในโรงเรียน 3,837 โรงทั่วประเทศ พร้อมตั้งเป้าขยายเป็น 14,500 โรง ในปี 2559 และเต็ม 100% ในปี 2560



ตามมาด้วย การปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ที่ดึงผู้เชี่ยวชาญจาก มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ มาวางระบบการจัดการเรียนการสอน พร้อมจัด “เทรนเนอร์ชั้นนำ” จากต่างประเทศ 50 ชีวิต มาอบรมครูเก่งที่เฟ้นมาจากทั่วประเทศร่วม 500 คน ในเดือน มี.ค.2559 ก่อนสั่งเดินเครื่องเต็มลูกสูบ เปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559

ลงลึกไปถึง การปฏิรูประบบการประเมินและการประกันคุณภาพการศึกษา ที่ปรับเปลี่ยนบนหลักการว่าตัวชี้วัดในการประเมินสถานศึกษาแต่ละแห่งไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน และไม่จำเป็นต้องเยอะ แต่ควรบ่งบอกได้ว่าการประเมินนั้นเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง

นั่นนำมาซึ่งสิ่งที่หลายภาคส่วนเริ่มจะเห็น “แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” และมองว่ากระทรวงศึกษาธิการกำลังเดินมาถูกทางแล้ว!!!

แต่จู่ๆช่วงเดือน ต.ค.ก็เกิดอาการ “สะดุด” ขาตัวเอง เมื่อมีการเปิดประเด็น การปรับโครงสร้างการบริหารใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรูปแบบที่เรียกว่า single command มีปลัดกระทรวงเป็นผู้สั่งการเพียงคนเดียว โดยยุบ 5 องค์กรหลักเปลี่ยนสถานะเป็นกรม ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กรมปฐมวัยและประถมศึกษา กรมมัธยมศึกษา กรมวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กรมการศึกษาพิเศษ กรมอาชีวศึกษา และกรมการศึกษานอกโรงเรียน โดยมีสำนักงานศึกษาธิการภาค 1-13 และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นส่วนเชื่อมโยงกับส่วนกลาง

“โยนหินถามทาง” จาก พล.อ.ดาว์พงษ์ หรือไม่??? คือสิ่งที่สังคมตั้งคำถาม พร้อมๆกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะการเสนอใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาปรับโครงสร้างกระทรวง ซึ่งแม้จะมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและคัดค้าน แต่เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วเสียงสวดยับกลับมีมากกว่า



เพราะต้องยอมรับด้วยจำนนต่อ “หลักฐาน” ว่าการปฏิรูปการศึกษา 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่ทศวรรษแรกเมื่อปี 2540-2550 และทศวรรษที่ 2 ตั้งแต่ปี 2552-2561 ซึ่งแม้รอบหลังจะล่วงเลยมาได้เพียงปี 2557 ก็โดนรัฐบาลทหารเข้ายึดอำนาจ แต่การศึกษาไทยก็เหมือนยังไม่ได้ปฏิรูป เพราะผลผลิตจากการศึกษายังคง “เต็มไปด้วยปัญหา” และ “ด้อยคุณภาพ”

ทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กไทยที่ยังตกต่ำ เรียนเยอะแต่ไร้ความรู้ มาตรฐานของสถานศึกษาที่ไม่เท่าเทียมกัน ขาดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ทั้งการคิด วิเคราะห์ และแสวงหาความรู้ ขาดคุณธรรม จริยธรรม ปัญหาครูขาดแคลน ไร้เงาคนเก่ง คนดีมาเป็นครู การกระจายอำนาจยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รวมทั้งขาดการมีส่วนร่วมในการบริหารและจัดการศึกษาจากทุกภาคส่วน ซึ่งดูแล้วเป็นปัญหาที่ย้อนกลับไปสู่ “วังวน” เดิมๆ

“ทีมการศึกษา” มองว่าสาเหตุที่กระทรวงศึกษาธิการถูกสังคมตราหน้าว่า “ปฏิรูปการศึกษาล้มเหลว” อย่างไม่เป็นท่า ประเด็นสำคัญประการหนึ่งมาจากการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาเรามัวแต่ให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างที่เป็นแค่ “เปลือก” จนละเลยหลงลืม “แก่น” ซึ่งถือเป็นหัวใจหลัก นั่นคือ “การพัฒนาคุณภาพคน”

เราไม่ได้บอกว่าการปรับโครงสร้างเป็นเรื่องไม่ดี ไม่สมควรทำ เพราะโครงสร้างการบริหารงานที่ดีย่อมนำไปสู่ความสำเร็จ แต่เรามองว่าในห้วงเวลาอันสำคัญของการปฏิรูปประเทศเช่นนี้ ควรพุ่งเป้าไปที่เรื่องของคุณภาพเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปหลักสูตร การปฏิรูปการเรียนการสอน การปฏิรูปครู และสารพัดโครงการที่คลอดออกมาเป็นของขวัญปีใหม่ ทั้งฟื้นคุรุทายาท คืนครูสู่ห้องเรียน เด็ก ป.1 อ่านออกเขียนได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ และขยายทวิภาคี

เพราะนั่นเป็นการปฏิรูปที่จะตอบโจทย์เรื่องของ “คุณภาพ” การศึกษาของเด็กไทยอย่างแท้จริง

ส่วนเรื่องโครงสร้างที่ใช้อยู่ หากในอนาคตพบว่าไม่สามารถตอบสนองการปฏิรูปการศึกษาได้จริง ก็ย่อมขอยกเป็นโจทย์ข้อต่อไปที่จะเดินหน้าปรับเปลี่ยนได้อย่างเต็มปากเต็มคำ



และก่อนย่างก้าวเข้าสู่ปีวอก 2559 “ทีมการศึกษา” ขอฝากความหวังไว้กับรัฐบาลที่มีสิทธิ์ขาดอำนาจในมือว่า ขอให้การปฏิรูปการศึกษาเป็นเพียงแค่การสะดุด เพื่อที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างมีความหวัง ไม่ใช่เดินเกมผิดจนประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

อย่าทำให้เด็กไทยเสียโอกาส เพราะผู้ใหญ่มัวเดินหลงทาง และความหวังที่จะ “ปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาประเทศ” ต้อง “ล่ม” ซ้ำซาก!!!

ทีมการศึกษา

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 30 ธันวาคม 2558 


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> แกะรอยปฏิรูปการศึกษาส่งท้าย "ปีแพะ" 2558 , , แกะรอยปฏิรูปการศึกษาส่งท้าย , , ปีแพะ , , 2558 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement


Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
กมว.เห็นชอบหลักการปรับปรุงหลักสูตรป.บัณฑิต ตัดปฎิบัติการสอน12หน่วยกิต☕ 22 ก.ย. 2563
กมว.เห็นชอบหลักการปรับปรุงหลักสูตรป.บัณฑิต ตัดปฎิบัติการสอน12หน่วยกิต
เปิดอ่าน 589 ครั้ง
"ณัฏฐพล"วางแผนรวมทุกงบฯใน ศธ.☕ 22 ก.ย. 2563
"ณัฏฐพล"วางแผนรวมทุกงบฯใน ศธ.
เปิดอ่าน 1,385 ครั้ง
"ณัฏฐพล"เผยผลโหวตสอบโอเน็ต 80%  ให้ยกเลิก ยันฟังความเห็นเด็กและเห็นด้วย ว่าต้องรื้อระบบการศึกษาแน่☕ 20 ก.ย. 2563
"ณัฏฐพล"เผยผลโหวตสอบโอเน็ต 80% ให้ยกเลิก ยันฟังความเห็นเด็กและเห็นด้วย ว่าต้องรื้อระบบการศึกษาแน่
เปิดอ่าน 2,182 ครั้ง
พ่อแม่เตรียมเฮ! สพฐ.มีมติห้ามสอบเข้า ป.1 ใช้วิธีการสอบสัมภาษณ์ผู้ปกครองแทน☕ 20 ก.ย. 2563
พ่อแม่เตรียมเฮ! สพฐ.มีมติห้ามสอบเข้า ป.1 ใช้วิธีการสอบสัมภาษณ์ผู้ปกครองแทน
เปิดอ่าน 990 ครั้ง
บัญชีรายละเอียดสถานศึกษาที่รองรับนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปีการศึกษา 2563☕ 20 ก.ย. 2563
บัญชีรายละเอียดสถานศึกษาที่รองรับนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปีการศึกษา 2563
เปิดอ่าน 2,431 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

หญิงไทยยังเมินเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทำไอคิวเด็กไทยต่ำหญิงไทยยังเมินเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทำไอคิวเด็กไทยต่ำ
เปิดอ่าน 7,469 ครั้ง
ปรบมือให้เลย แชร์ไอเดียเด็ดๆ ของเด็กไทย! เลคเชอร์วิชาประวัติศาสตร์ขั้นเทพของเด็กม.3ปรบมือให้เลย แชร์ไอเดียเด็ดๆ ของเด็กไทย! เลคเชอร์วิชาประวัติศาสตร์ขั้นเทพของเด็กม.3
เปิดอ่าน 12,749 ครั้ง
วิธีกำจัดคราบเหลืองใต้แขนเสื้อผ้าวิธีกำจัดคราบเหลืองใต้แขนเสื้อผ้า
เปิดอ่าน 18,551 ครั้ง
น้ำประปาแปลงร่าง กลายเป็นน้ำแข็งคนกลับชอบ!? น้ำประปาแปลงร่าง กลายเป็นน้ำแข็งคนกลับชอบ!?
เปิดอ่าน 6,198 ครั้ง
วีดิโอสอนวิธีการดูธนบัตรปลอมวีดิโอสอนวิธีการดูธนบัตรปลอม
เปิดอ่าน 7,910 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ