ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > การประชุมชี้แจง ผอ.สพท.การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

การประชุมชี้แจง ผอ.สพท.การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 23 มี.ค. 2559 เปิดอ่าน : 8,396 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
การประชุมชี้แจง ผอ.สพท.การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

Advertisement

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พ.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมประชุมชี้แจงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา/มัธยมศึกษา 225 เขตพื้นที่การศึกษา เกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2559 และ 11/2559 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2559 ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวในเรื่องดังกล่าว เมื่อวันอังคารที่ 22 มีนาคม 2559

 

รมว.ศึกษาธิการ ได้กล่าวย้ำว่า คำสั่งทั้ง 2 คำสั่งที่ออกมา ไม่ได้เป็นการยุบสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพราะได้กระจายการจัดการศึกษาไปยังพื้นที่ทุกจังหวัดทุกภูมิภาคของประเทศ ดังนั้นทุกคนจะต้องช่วยกันทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เขต 1 ของทุกจังหวัดที่ได้รับมอบหมายหน้าที่เพิ่มเติมในตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัดและเลขานุการของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ด้วย จึงต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจเพิ่มขึ้น และจะต้องเร่งสื่อสารให้ครูและบุคลากรในพื้นที่ตนเองมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด รวมทั้งสื่อสารกับผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างต่อเนื่องด้วย

ทั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่มีความท้าทายเป็นอย่างมาก เพราะมีเงื่อนไขเวลาในการดำเนินงานตาม Roadmap การปฏิรูปอีกเพียง 1 ปีครึ่งเป็นตัวกำหนด ประกอบกับการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับทัศนคติของผู้บริหารที่จะส่งผลต่อการปฏิบัติงานในแต่ละพื้นที่ หากทุกคนมองว่าเรื่องนี้มีความท้าทาย ก็จะต้องเดินหน้าสู้กับงานที่จะต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กันให้ได้

พ.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ชี้แจงสรุปถึงความจำเป็นในการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ตามคำสั่งดังกล่าวใน 5 ประเด็น ได้แก่ เหตุผลความจำเป็น, การใช้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการแต่งตั้งคณะกรรมการ, การใช้อำนาจของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค, แผนการดำเนินงาน และการขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนตามประเด็นปฏิรูปการศึกษา

 

ในส่วนของการขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนตามประเด็นปฏิรูปนั้น ได้กล่าวย้ำถึงโครงการสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม มีสาระสำคัญสรุปดังนี้

1) ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ทั้งในส่วนที่ดำเนินการแล้ว จะต้องมีการทบทวนว่าที่ผ่านมาดำเนินการกิจกรรมส่งเสริมผู้เรียนครบทั้ง 4H อย่างสมดุลหรือไม่ ต้องเพิ่มกิจกรรมใดบ้างในปีต่อไป พร้อมทั้งจะต้องจัดเตรียมโรงเรียนที่จะต้องขยายโครงการเพิ่มเติมด้วย

2) การคืนครูสู่ห้องเรียน หมายถึงการดำเนินการให้มีครูครบชั้น ครูตรงสาขา จำนวนนักเรียนต่อห้อง ให้มีความเหมาะสม ซึ่งรวมไปถึงการดำเนินการในโรงเรียนขนาดเล็กด้วย โดยกระทรวงศึกษาธิการเตรียมที่จะดำเนินโครงการคืนครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน เพื่อเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการในเรื่องนี้ ซึ่งผลที่ออกมาอาจจะเห็นผลช้าหรือเร็วก็แล้วบริบทของแต่ละพื้นที่ แต่ก็จะมีทิศทางและแนวทางการทำงานที่มีความชัดเจนมากขึ้น

3) การผลิตและพัฒนาครู กระทรวงศึกษาธิการดำเนินโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นรองรับในเรื่องนี้ไว้แล้ว จำนวน 4,000 คนต่อปี เพื่อให้ทุนเรียนครูและบรรจุในภูมิลำเนาของตนเอง โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะทำงานร่วมกันในเรื่องนี้ และขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภายังได้อนุมัติให้ผู้เรียนจบปริญญาตรีใน 3 สาขาขาดแคลน คือสาขาวิทยาศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์ และสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถเรียนครูหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) เพื่อมาเป็นครูได้

4) การจัดการเรียนการสอนสะเต็มในสถานศึกษา ขณะนี้ รมว.ศึกษาธิการได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วย 3 คณะ เพื่อทำหน้าที่กำหนดคำนิยามความหมายของสะเต็มศึกษาที่ตรงกัน มีการจัดระดับการเรียนการสอนสะเต็มในโรงเรียนที่ดำเนินการอยู่แล้ว มีแผนดำเนินงานในแต่ละระยะที่มีเป้าหมายและการประเมินผลที่ชัดเจน เพื่อให้การขับเคลื่อนในสถานศึกษามีความเป็นเอกภาพมากขึ้น ทั้งนี้ สพฐ.จะจัด Smart Trainer เข้าไปช่วยดำเนินการในแต่ละพื้นที่ด้วย

5) การยกระดับความรู้ภาษาอังกฤษ ขอให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาช่วยขยายผลโครงการและการดำเนินงานต่างๆ ด้วย เช่น การฝึกภาษาอังกฤษจากแอพพลิเคชั่น Echo English, การจัดเตรียมแผนรองรับการขยายผลของครูแกนนำ (แม่ไก่) ด้านการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ หลักสูตร Boot Camp ด้วยรูปแบบของค่ายพัฒนาครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน 350 คน ที่จะลงไปช่วยถ่ายทอดเนื้อหาจากการอบรมและเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษให้ครูในเขตพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งจัดหาครูที่จะเข้าร่วมการอบรมหลักสูตร Boot Camp ในรุ่นต่อไปด้วย

6) การอ่านออกเขียนได้ แม้ว่าตอนนี้นักเรียนชั้น ป.1 ที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้จะลดลงแล้ว แต่ต้องการให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาขยายเป้าหมายการดำเนินโครงการไปถึงนักเรียนช่วงชั้นที่ 1 ด้วย หมายความว่าต้องการให้ตั้งเป้าหมายใหม่ โดยให้นักเรียนที่ขึ้นไปเรียนชั้น ป.4 ทุกคนจะต้องอ่านออกเขียนได้ หากจะต้องเพิ่มเติมอัตราครูภาษาไทยก็จะต้องดำเนินการต่อไป นอกจากนี้จะต้องมีการพัฒนาในเรื่องของการอ่านเพิ่มเติม ที่มิใช่อ่านออกเขียนได้เท่านั้น แต่นักเรียนจะต้องอ่านเข้าใจด้วย เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องตั้งรับให้ดี

7) ทวิภาคี ทวิศึกษา

8) อาชีวศึกษาเป็นเลิศ กล่าวรวมในสองประเด็นข้างต้น เพื่อต้องการให้ช่วยเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาในแต่ละจังหวัด เพราะประเทศกำลังต้องการกำลังคนด้านอาชีวะจำนวนมาก ดังนั้น ขอฝาก ผอ.สพป.ในฐานะศึกษาธิการจังหวัด ช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กเลือกเรียนอาชีวะเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความสมดุลของผู้เรียนระหว่างสถานศึกษาของอาชีวะและโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายของรัฐ ที่จะไม่ทำให้เกิดการแย่งผู้เรียนกัน รวมทั้งจะต้องศึกษาข้อมูลรายละเอียดของโครงการอาชีวศึกษาเป็นเลิศให้มีความรู้ความเข้าใจว่ามีความเกี่ยวข้องในส่วนใด อย่างไร

9) มหาวิทยาลัยอุดมศึกษาพี่เลี้ยง เรื่องนี้มีความสำคัญมาก เพราะที่ผ่านมามีนโยบายจากส่วนกลางไปแล้ว แต่พบว่ามีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในบางจังหวัดเท่านั้น เช่น ขอนแก่น เชียงราย จึงขอให้ ผอ.สพป. ได้หารือในเรื่องนี้กับผู้แทนของอุดมศึกษาที่อยู่ใน กศจ.ด้วย โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการก็จะหารือกับ สกอ. เพื่อหาแนวทางในการดำเนินงานของที่จะไม่เป็นการข้ามเส้นหรือก้าวก่ายหน้าที่กัน

10) โครงการประชารัฐ ขอให้ ผอ.สพป.ติดตามการดำเนินงานของคณะทำงานประชารัฐในด้านการศึกษาพื้นฐานและพัฒนาผู้นำ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงด้วย

11) การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารในสถานศึกษา ซึ่งมีเสียงสะท้อนจากภาครัฐและภาคเอกชนถึงจุดหักเหในเรื่องของคุณภาพการศึกษาว่าอยู่ที่ผู้อำนวยการโรงเรียน จึงมีแนวคิดที่จะดำเนินการเพื่อพัฒนาการบริหารจัดการในสถานศึกษาให้ดีขึ้นหลายส่วน อาทิ มอบให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) จัดทำแนวทางการเข้าสู่ตำแหน่งของผู้อำนวยการสถานศึกษา, การนำผลการทดสอบ O-Net มาใช้พัฒนาปรับปรุงการเรียนการสอนในสถานศึกษาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการชี้ให้เห็นวิชาที่เป็นจุดอ่อนในแต่ละโรงเรียน, เด็กชั้นใดอ่อนวิชาอะไร, ผลการจัดการเรียนการสอนของครูแต่ละคน เป็นต้น


 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 23 มีนาคม 2559

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การประชุมชี้แจง ผอ.สพท.การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค , , การประชุมชี้แจง , ผอ.สพท.การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ครม.เห็นชอบการขอคืนอัตราว่างข้าราชการครูจากผลการเกษียณอายุราชการ☕ คลิกอ่านเลย
ครม.เห็นชอบการขอคืนอัตราว่างข้าราชการครูจากผลการเกษียณอายุราชการ
เปิดอ่าน 12,239 ครั้ง
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่☕ คลิกอ่านเลย
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่
เปิดอ่าน 13,029 ครั้ง
9 โครงการสำคัญที่ ศธ.จะขับเคลื่อนการทำงานในปี 2555☕ คลิกอ่านเลย
9 โครงการสำคัญที่ ศธ.จะขับเคลื่อนการทำงานในปี 2555
เปิดอ่าน 15,245 ครั้ง
มติ ครม. 29 พฤศจิกายน 2554☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม. 29 พฤศจิกายน 2554
เปิดอ่าน 13,593 ครั้ง
ครม.แต่งตั้งข้าราชการการเมือง☕ คลิกอ่านเลย
ครม.แต่งตั้งข้าราชการการเมือง
เปิดอ่าน 8,381 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

โรคฉี่หนู...เชื้อร้ายที่มาพร้อมหน้าฝนโรคฉี่หนู...เชื้อร้ายที่มาพร้อมหน้าฝน
เปิดอ่าน 15,155 ครั้ง
พบรอยเท้าไดโนเสาร์ อายุกว่า 200 ล้านปีพบรอยเท้าไดโนเสาร์ อายุกว่า 200 ล้านปี
เปิดอ่าน 8,329 ครั้ง
รู้ไหมว่า...ทำไมหัวใจเต้นผิดจังหวะ?รู้ไหมว่า...ทำไมหัวใจเต้นผิดจังหวะ?
เปิดอ่าน 12,897 ครั้ง
นานาไอเดีย แปลงยางรถยนต์เก่า มาใช้อย่างเก๋ไก๋ ทำไว้ใช้เองที่บ้าน/ที่โรงเรียน หรือทำขายเป็นอาชีพเสริมก็ได้นานาไอเดีย แปลงยางรถยนต์เก่า มาใช้อย่างเก๋ไก๋ ทำไว้ใช้เองที่บ้าน/ที่โรงเรียน หรือทำขายเป็นอาชีพเสริมก็ได้
เปิดอ่าน 16,988 ครั้ง
8 วิธีถนอมหลังห่างไกลอาการปวด8 วิธีถนอมหลังห่างไกลอาการปวด
เปิดอ่าน 11,480 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ