ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > "ดาว์พงษ์"วางโรดแมปแก้การศึกษา 6 ด้าน

"ดาว์พงษ์"วางโรดแมปแก้การศึกษา 6 ด้าน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 28 ก.ค. 2559 เปิดอ่าน : 26,309 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
"ดาว์พงษ์"วางโรดแมปแก้การศึกษา 6 ด้าน

Advertisement

"ดาว์พงษ์" เผยวางโรดแมปแก้ปัญหาการศึกษาในยุทธศาสตร์ 6 ด้าน สลายปัญหาครูให้ได้ภายใน 5 ปี เด็กต้องคิด วิเคราะห์ และพูดภาษาอังกฤษได้ภายใน 3 ปี วัดผลจังหวัดไหนโอเน็ตคะแนนดีใน 2 ปี ย้ำจัดการปัญหาทุจริตแน่ ไม่มีเกี้ยเซียะ

ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร จัดการประชุม มศว วิชาการ ภายใต้หัวข้อ "การผลิตครูเพื่อนปฏิรูปการเรียนรู้สู่อนาคตการศึกษาไทย" โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า ส่วนตัวตนมองว่าการเป็นครูจะต้องสามารถพูดให้คนเข้าใจง่าย ครูต้องมีเทคนิคที่จะหลอกเด็กให้เชื่อฟัง เข้าใจในสิ่งที่สอน และที่สำคัญคือ ต้องทำให้เด็กรู้สึกสนุกกับสิ่งเหล่านั้นด้วย แน่นอนความทุกสถาบันผลิตครูที่มีความรู้เหมือนกัน แต่ต่างกันที่ทักษะการสอน ซึ่งแน่นอนว่าในเรื่องของการศึกษาของไทยมีปัญหาติดขัดอยู่หลายด้าน โดยตนมีหน้าที่ทำให้สังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นว่าการศึกษาเรากำลังมีปัญหา รับรู้และตระหนักถึงปัญหาที่ตรงกัน เพื่อหาทางแก้ไข เปลี่ยนแปลง ซึ่งหากพูดถึงสถานการณ์ครูในปัจจุบัน จากที่ผลการสำรวจพบว่า สัดส่วนจำนวนครูต่อห้องเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในโรงเรียนขนาดเล็กนั้น มีครูอยู่ทั้งหมด 84,941 คนต่อห้องเรียน 120,632 ห้อง ซึ่งส่งผลให้ห้องเรียนอีก 35,691 ไม่มีครูประจำชั้น และสำหรับโรงเรียนขนาดกลางและใหญ่นั้นมีครูทั้งหมด 314,858 คนต่อห้องเรียน 224,067 ห้อง ซึ่งมีครูเกินอยู่ 90,790 คน และยังมีปัญหาเรื่องครูสอนไม่ตรงสาขาด้วย

นอกจากนี้ยังมีผลสำรวจของที่องค์การต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศที่นำเสนอให้เห็นถึงปัญหาของการศึกษาไทย เช่น ข้อมูลจากยูเนสโก ที่จัดอันดับชั่วโมงเรียนต่อปีของนักเรียนในระดับต่างๆ พบว่า นักเรียนชั้น ป.4 และ 5 ของไทย ใช้ชั่วโมงเรียนเป็นอันดับ 1 ของโลก คือ 1,200 ชั่วโมงต่อปี และยังมีการจัดอันดับความรู้ด้านภาษาอังกฤษที่ไทยอยู่อันดับที่ 5 จาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน เป็นต้น

พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาตนได้วางแนวทางว่า

1.ปัญหาเรื่องครูจะต้องแก้ไขให้ได้ภายใน 5 ปี โดยในระยะสั้นได้มีการจัดการในส่วนของการบริหารบุคคลระดับพื้นที่แล้ว และกำลังจะขับเคลื่อนในส่วนอื่นๆ ตามมา เช่น การประเมินวิทยฐานะ, การเข้าสู่ตำแหน่งของผู้บริหารสถานศึกษา, ซ่อมบ้านพักครู, แก้ปัญหาหนี้ครู เป็นต้น ส่วนของระยะยาวจะต้องมีการสำรวจอัตราความต้องการครู และจำนวนครูเกษียณอายุของทุกสังกัดใน ศธ. โดยแยกเป็นแต่ละวิชา ว่าวิชาไหนต้องการมากน้อยเพื่อนำไปสู่การผลิต และต้องมีการปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรผลิตครู และตนได้วางแนวทางว่า ในอนาคตการสอบบรรจุครูอาจจะดำเนินการโดยส่วนกลาง รวมไปถึงการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กและทบทวนโรงเรียนขยายโอกาสที่มีจำนวนถึง 7,157 โรง แต่กลับมีโรงเรียนขยายโอกาสที่ตั้งอยู่ใกล้โรงเรียนมัธยมไม่เกิน 6 กิโลเมตรถึง 85 โรง

2.การแก้ปัญหาเรื่องหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ ที่จะต้องทำให้เด็กเรียนท่องจำในสิ่งที่ควรจำและนำสิ่งที่จำไปฝึกคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และนำไปใช้ได้ภายใน 2 ปี โดยตนได้นำผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต แต่ละวิชาของทุกจังหวัด นำมาวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ให้เห็นภาพว่าจังหวัดไหนต้องดูแลมากน้อยอย่างไร อีกทั้งจะนำสะเต็มศึกษา การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เข้ามาเป็นส่วนในการช่วยยกระดับด้วย และต้องยกระดับภาษาอังกฤษให้นักเรียนสามารถใช้เพื่อสื่อสารได้ภายใน 3 ปี โดยการปรับหลักสูตร พัฒนาครู เพิ่มสื่อการเรียนการสอน อีกทั้งจะต้องมีการรื้อระบบการเรียนการสอนวิชาลูกเสือใหม่เพื่อให้เด็กกลับมาสนใจ และวิชาลูกเสือก็ถือเป็นวิชาที่สร้างให้เด็กมีวินัย จริยธรรม คุณธรรม

พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวอีกว่า

3.การแก้ปัญหาไอซีทีจะต้องเสร็จสิ้นภายใน 2560 องค์กรหลักของ ศธ.ต้องบูรณาการระบบสารสนเทศให้เชื่อมฐานข้อมูลและแชร์กันได้ รวมถึงการสร้างฐานข้อมูลกลางร่วมกับกระทรวงอื่นๆ ด้วย

4.การแก้ปัญหาการทดสอบ การประเมิน การประกันคุณภาพและการพัฒนามาตรฐานการศึกษา จะต้องทำให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 คือต้องปรับระบบการสอบวัดมาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับและสะท้อนถึงคุณภาพ

5.การแก้ปัญหาเรื่องผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศภายใน 10 ปี ซึ่งจะมีโครงการสนับสนุนอย่าง ทวิภาคี ทวิศึกษาและประชารัฐ และ

6.การแก้ปัญหาการบริหารจัดการทั้งหน่วยงานภายในและภายนอก ศธ.ที่จะต้องประสานกัน เช่น เรื่องปัญหาเด็กไม่เข้าสู่ระบบการศึกษาและเด็กตกหล่น ที่ทุกหน่วยงานต้องบริการจัดการข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อให้ทราบถึงจำนวนของเด็กที่แท้จริง และนำไปดำเนินการแก้ไขปัญหา เป็นต้น ซึ่งการจัดทำระบบเพื่อบูรณาปัญหาเด็กออกกลางคัน ตกหล่น จะต้องเสร็จภายใน 6 เดือน

"ผมเป็นคนที่เวลาจะทำอะไรต้องทะลุปัญหานั้นให้ได้ เข้าถึงให้ละเอียดลึกซึ้ง เพื่อที่จะก้าวไปสู่การแก้ปัญหานั้นๆ อย่างตรงจุด เช่น การใช้กฎหมายพิเศษในการแก้ปัญหาธรรมาภิบาลในสถานศึกษา ที่เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 39 นั้น ก็ต้องทำให้สังคมมองเห็นถึงปัญหาจริงๆ เพราะการทำอะไรกับมหาวิทยาลัยไม่สามารถทำได้ทันที เป็นต้น และเรื่องการแก้ปัญหาทุจริตของ ศธ. ผมทำแน่นอน ไม่มีเกี้ยเซียะ ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก ใช้กฎหมายเป็นหลัก เพราะผมไม่มีนอกมีใน ไม่มีฐานเสียงหรือผลประโยชน์ ก็จะต้องเดินหน้าเต็มที่" รมว.ศธ.กล่าว.


ที่มาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ไทยโพสต์ วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> "ดาว์พงษ์"วางโรดแมปแก้การศึกษา 6 ด้าน , , , ดาว์พงษ์ , วางโรดแมปแก้การศึกษา , 6 , ด้าน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
จี้แก้หนี้ครูทั้งระบบเพิ่มสวัสดิการ-พักชำระ 2 ปี☕ 22 ต.ค. 2563
จี้แก้หนี้ครูทั้งระบบเพิ่มสวัสดิการ-พักชำระ 2 ปี
เปิดอ่าน 5,259 ครั้ง
มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3☕ 22 ต.ค. 2563
มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3
เปิดอ่าน 444 ครั้ง
สพฐ. ปิ๊งไอเดียสร้างรร.ต้นแบบประจำตำบล  ทำให้เหมือนยก รร.เตรียมฯ มาไว้ที่ตำบล☕ 22 ต.ค. 2563
สพฐ. ปิ๊งไอเดียสร้างรร.ต้นแบบประจำตำบล ทำให้เหมือนยก รร.เตรียมฯ มาไว้ที่ตำบล
เปิดอ่าน 2,720 ครั้ง
ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กทม. ปี 2563 (ครั้งที่ 1/2562) เรียกบรรจุรอบแรก 585 อัตรา☕ 22 ต.ค. 2563
ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กทม. ปี 2563 (ครั้งที่ 1/2562) เรียกบรรจุรอบแรก 585 อัตรา
เปิดอ่าน 8,134 ครั้ง
ก.ค.ศ.ปลดล็อกย้ายผู้บริหารโรงเรียนขนาดกลางขึ้นขนาดใหญ่พิเศษ ได้☕ 21 ต.ค. 2563
ก.ค.ศ.ปลดล็อกย้ายผู้บริหารโรงเรียนขนาดกลางขึ้นขนาดใหญ่พิเศษ ได้
เปิดอ่าน 16,915 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

โปรแกรมฝึกอ่านอังกฤษออนไลน์ใครก็เรียนได้ไม่เสียสตางค์กวดวิชา โปรแกรมฝึกอ่านอังกฤษออนไลน์ใครก็เรียนได้ไม่เสียสตางค์กวดวิชา
เปิดอ่าน 37,350 ครั้ง
เทคนิคการคิดเลขเร็วเทคนิคการคิดเลขเร็ว
เปิดอ่าน 171,023 ครั้ง
ตำราดูไฝตำราดูไฝ
เปิดอ่าน 8,965 ครั้ง
สัตว์เลี้ยงมงคล เกื้อหนุนชะตา 12 ราศีสัตว์เลี้ยงมงคล เกื้อหนุนชะตา 12 ราศี
เปิดอ่าน 11,493 ครั้ง
เตือนคนไทยระวัง "โรคลมร้อน"เตือนคนไทยระวัง "โรคลมร้อน"
เปิดอ่าน 7,326 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ