ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > เด็กไทยเขียนเรซูเม่ไม่เป็นหรือตลาดแรงงานไม่มีตำแหน่งว่าง

เด็กไทยเขียนเรซูเม่ไม่เป็นหรือตลาดแรงงานไม่มีตำแหน่งว่าง

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 12 มิ.ย. 2560 เปิดอ่าน : 23,232 ครั้ง

Advertisement


☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

เด็กไทยเขียนเรซูเม่ไม่เป็นหรือตลาดแรงงานไม่มีตำแหน่งว่าง

Advertisement

เด็กไทยเขียนเรซูเม่ไม่เป็นหรือตลาดแรงงานไม่มีตำแหน่งว่าง
ปัญหาการตกงานที่ต้องแก้ไข
 
หนึ่งปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขของประเทศไทยที่ดำเนินมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คงจะหนีไม่พ้นปัญหาการตกงาน ซึ่งอัตราคนตกงานในปีพ.ศ. 2560 อยู่ที่ 1.2% ของประชากรไทย ซึ่งถือว่ามีจำนวนผู้ตกงานมากกว่า 8 แสนคนทั่วประเทศ
 
บ่ายวันหนึ่งขณะที่ผมกำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานที่บริษัท iPrice ในเมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย คุณปราวีณา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายบุคคลของบริษัทได้วิ่งเข้ามาถามผมด้วยคำถามที่ผมฟังแล้วก็รู้สึกงงงวย เขาถามว่า“ทำไมเรซูเม่ของนักศึกษาไทยมันง่ายจัง?”ผมยังไม่เข้าใจที่ฝ่ายบุคคลถาม ฝ่ายบุคคลจึงเปิดเรซูเม่ของนักศึกษาที่สมัครเข้ามาทำงานที่บริษัท iPrice ให้ผมดู พวกมันล้วนแล้วแต่เป็นเรซูเม่ที่ไม่มีเนื้อหาใด ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจรับเข้าทำงานได้เลย และที่น่าตกใจก็คือมีใบสมัครเพียง 1.5% ที่มีเนื้อหาครบถ้วนสำหรับการพิจารณาของฝ่ายบุคคล สิ่งที่น่าตกใจไปมากกว่านั้นก็คือนักศึกษาที่ส่งใบสมัครเข้ามาส่วนหนึ่ง พวกเขาเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย
 
คุณปราวีณากล่าวว่า “นักศึกษาไทยให้ความสำคัญเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป เช่น ชื่อ, ที่อยู่,งานอดิเรก ข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่ข้อมูลสำคัญที่จะถูกนำมาพิจารณา สิ่งที่บริษัทของเราให้ความสำคัญ คือ ทักษะ, ความสามารถ และความรู้ต่างหาก ”
 
ข้อสังเกตหนึ่งที่น่าสนใจ คือ บริษัท Startup ต่างชาติอย่างบริษัท iPrice ซึ่งมีตำแหน่งว่างกว่า 20 ตำแหน่ง แต่ตำแหน่งเหล่านี้ไม่ได้รับการว่าจ้าง ถ้าหากคิดถึงบริษัทที่เป็นองค์กรใหญ่กว่านี้ ตำแหน่งที่รับเข้าทำงานคงมีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน หนึ่งเหตุผลที่สามารถอธิบายข้อสันนิษฐานได้เป็นอย่างดี คือ นักศึกษาจบใหม่ที่ส่งใบสมัครเข้าทำงานนั้นไม่สามารถนำเสนอตัวตนและศักยภาพของพวกเขาผ่านทางกระดาษหนึ่งแผ่นได้เลย หรือพวกเขาไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะเข้ามาทำงานในตำแหน่งนั้น ๆ
 
“เรซูเม่ที่นักศึกษาไทยส่งมาเมื่อเทียบกับเรซูเม่ของนักศึกษาจากประเทศอื่น ๆ ในแถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นเรซูเม่ของนักศึกษาไทยถือเป็นเรซูเม่ที่ง่ายเกินไป กล่าวคือมีเพียงชื่อของกิจกรรมที่เคยทำเท่านั้น เมื่อเทียบกับนักศึกษาในประเทศอื่น ๆ ซึ่งพวกเขานำเสนอกิจกรรมที่พวกเขาเคยทำได้อย่างน่าสนใจ มีรายละเอียดของกิจกรรมที่เคยทำครบถ้วน และมีการพูดถึงทักษะที่พวกเขาได้รับ”ปราวีณากล่าว
 
จากประสบการณ์การอ่านเรซูเม่ของผู้สมัครจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราจึงขอแนะนำเคล็ดลับให้กับนักศึกษาไทยที่กำลังจะสมัครงานให้พัฒนาใบสมัครของพวกเขาและวิธีการสมัครดังต่อไปนี้
 
 
 
เขียนเนื้อหาให้ครบถ้วน
รูปแบบการเขียนเรซูเม่ของนักศึกษาไทยที่ไม่สามารถใช้ประกอบการตัดสินใจได้เลย นั่นคือการเขียนประวัติแบบคร่าว ๆ ซึ่งอาจจะเป็นแบบย่อเกินไปจนไม่สามารถที่จะใช้ข้อมูลในการตัดสินใจอะไรได้เลย
 
ตัวอย่างเช่น ในการนำเสนอความสามารถและทักษะต่าง ๆ นั้น นักศึกษาไทยนิยมเขียนโปรแกรมที่นักศึกษาสามารถใช้ได้ แต่บริษัทไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าโปรแกรมที่พวกเขาสามารถใช้ได้นั้นมีความละเอียดมากน้อยเพียงใด เช่น
ทักษะ: Excel, Word, Powerpoint
ภาษา: อังกฤษ, ไทย
 
จากข้อมูลข้างต้น ทักษะประเภท Excel, Word และ Powerpoint นั้นควรเป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี ไม่จำเป็นต้องใส่ในเรซูเม่ก็ได้ แต่ถ้าหากคุณมีทักษะขั้นสูงสำหรับ Excel นั่นคือสิ่งที่คุณควรจะใส่ลงไป หรือถ้าหากคุณเรียนรู้โปรแกรมเฉพาะที่พิเศษกว่าคนอื่น ๆ เช่น Google Analytics สิ่งนี้จะช่วยให้เรซูเม่ของคุณโดดเด่นกว่าผู้สมัครคนอื่น
 
นอกจากนี้การเขียนกิจกรรมในมหาวิทยาลัยที่พวกเขาได้เข้าร่วมนั้นมีเพียงชื่อของกิจกรรม แต่ฝ่ายบุคคลไม่สามารถรู้ได้เลยว่ากิจกรรมเหล่านั้นพัฒนาศักยภาพของผู้สมัครไปในทิศทางใด ถึงแม้จะมีกิจกรรมเจ๋ง ๆ มากมายบนใบสมัครของคุณ แต่ถ้าหากมันไม่สามารถบอกถึงความสามารถที่คุณมี ใบสมัครก็คงไม่ได้รับการพิจารณาอย่างแน่นอน
 
ทางบริษัทเข้าใจข้อจำกัดของนักศึกษาไทยคือภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาหลักในการสื่อสาร สิ่งที่นักศึกษาจะต้องทำก็คือการเพิ่มข้อมูลประวัติและกิจกรรมของคุณให้ครบ อย่าวิตกว่าจะใช้ภาษาอังกฤษถูกต้องหรือไม่ อย่าใส่แต่หัวข้อ เช่น ถ้าหากคุณพูดถึงกิจกรรมที่คุณเคยทำในมหาวิทยาลัย คุณจะต้องบอกว่าสิ่งที่คุณทำนั้นพัฒนาทักษะใดของคุณเช่น

·      Gold Award Winner of Marketing Research Competition 2016

o   Created a marketing research proposal for X company to understand consumer behavior and trends.

o   Proposed strategies to improve consumer’s quality of life through a new mobile application channel: shopping-on-the-go.

 
จากตัวอย่างข้างต้นนี้ บริษัทเห็นว่ากิจกรรมที่คุณทำนั้นทำให้คุณสามารถทำวิจัยการตลาดและเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ที่สำคัญคุณสามารถนำเสนอไอเดียและกลยุทธ์ใหม่ ๆ จากข้อมูลที่คุณวิเคราะห์ไปข้างต้นได้
 
“นักศึกษาไทย 7 คนจาก 10 คนนิยมส่งเรซูเม่ที่แนบรูปภาพที่ไม่เป็นทางการ อย่างเช่นรูปเซลฟี่หรือรูปขณะไปท่องเที่ยว ซึ่งถ้าหากไม่มีรูปภาพที่เป็นทางการแล้ว นักศึกษาก็ไม่ควรใส่รูปภาพเลยด้วยซ้ำ”นี่เป็นอีกหนึ่งข้อผิดพลาดที่นักศึกษาควรนำไปปรับปรุงเพื่อทำให้เนื้อหาของเรซูเม่ดีขึ้น
 
 
การส่งอีเมลที่เหมาะสม
การส่งใบสมัครผ่านทางอีเมลโดยตรงหรือผ่านทางเว็บไซต์สมัครงานจะต้องเขียนเกริ่นนำที่มีความเหมาะสม นักศึกษาไทยจำนวนมากเขียนอีเมลโดยเพียงบอกแต่ว่า “สมัครงานค่ะ ฝากพิจารณาด้วยนะคะ”หรือ “ผมสนใจในตำแหน่งการตลาดครับ ฝากพิจารณาใบสมัครด้วยนะครับ”
 
การเริ่มต้นอีเมลในรูปแบบนี้คงไม่ดีนัก สิ่งที่ทางบริษัทอยากจะแนะนำกับนักศึกษาคือต้องรู้จักการเขียนอีเมลที่เตะตากรรมการและเป็นมิตรต่อผู้อ่าน อีเมลที่มีเนื้อหาที่เหมาะสมประกอบไปด้วยการบอกจุดประสงค์ของอีเมลและการแนะนำตัว เช่น
 
หัวข้ออีเมล : สมัครงานตำแหน่งการตลาดออนไลน์
สวัสดีครับ(ชื่อผู้รับสมัครหรือบริษัทที่เปิดรับสมัคร)
สวัสดีครับผมชื่อนาย. เรียนอยู่ที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผมทราบว่าบริษัทของคุณได้เปิดรับสมัครตำแหน่งการตลาดออนไลน์จำนวนหนึ่งตำแหน่งเนื่องจากผมศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 เมเจอร์การตลาดผมจึงมีความสนใจอย่างมากที่จะเข้าร่วมทำงานและเป็นส่วนหนึ่งของทีมครับ (ในส่วนนี้ให้บ่งบอกถึงความสนใจในตัวงาน)
ผมแนบใบสมัคร,เรซูเม่ และCV ของผมมาพร้อมอีเมลฉบับนี้
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผมจะได้รับการพิจารณาและได้รับโอกาสได้เข้าพูดคุยกับคุณในโอกาสต่อไป
ขอบพระคุณอย่างสูง
นาย.
 
เพียงการเขียนอีเมลแนะนำตัวเองง่าย ๆ เท่านี้ ก็จะทำให้บริษัทเห็นว่าคุณสามารถแนะนำตัวเองให้บริษัทจดจำได้ และที่สำคัญบริษัทก็พร้อมที่จะเปิดเรซูเม่ของคุณขึ้นมาพิจารณาอย่างแน่นอน
 
CV ต้องมีแต่อย่าหว่าน
CV คือหนึ่งสิ่งที่นักศึกษาไทยมักไม่ให้ความสนใจ พวกเขามักคิดว่าเพียงเรซูเม่น่าจะพอสำหรับการใช้ตัดสินใจ เราได้กล่าวไปข้างต้นแล้วว่าเรซูเม่ที่นักศึกษาส่งเข้ามานั้น มีเพียงไม่ถึง 2% ที่จะได้รับการพิจารณาเนื่องจากมีเนื้อหาที่ไม่เพียงพอ ดังนั้น CV จึงเข้ามามีบทบาทในการช่วยตัดสินใจได้มากขึ้น
 
จุดประสงค์หลักของ CVคือการบอกเล่าเรื่องราวของผู้สมัครและจุดประสงค์ในการเข้าทำงานในตำแหน่งนั้น ๆ ซึ่งนักศึกษาต้องจำไว้เลยว่า CV ต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้มีเนื้อหาที่สอดคล้องกับตำแหน่งที่คุณสมัคร ข้อมูลที่สำคัญที่คุณควรจะใส่ใน CV มีดังต่อไปนี้
 
ย่อหน้าแรกควรบอกเล่าถึงตัวของคุณ เช่น ชื่อ, สถานศึกษา, ตำแหน่งที่สนใจ
ย่อหน้าที่สองต้องเปลี่ยนเนื้อหาให้มีความเหมาะสมกับบริษัทหรือตำแหน่งที่สมัคร ถ้าหากคุณสมัครเข้ามาทำงานในตำแหน่ง Content Marketing คุณจะต้องบอกเล่าประสบการณ์การทำงานในด้านการตลาดที่ผ่านมา และที่สำคัญคือประสบการณ์เหล่านั้นจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทที่คุณสมัครได้อย่างไร
ย่อหน้าสุดท้ายคือการขอบคุณสำหรับเวลาที่บริษัทได้พิจารณาประวัติของคุณ และคุณสามารถลงท้ายด้วยการขอให้พวกเขาพิจารณาอย่างเต็มที่
เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าหากนักศึกษาไทยสามารถปรับปรุงการเขียนเรซูเม่, CV และอีเมลให้มีเนื้อหาที่เหมาะสมแล้วนั้น โอกาสในการได้รับเข้าสัมภาษณ์งานย่อมเพิ่มขึ้นสูงขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากความสามารถและศักยภาพของนักศึกษาไทยนั้นไม่ด้อยไปกว่านักศึกษาในประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลย

 

กันต์พจน์ สุริวงศ์ Senior Content Marketing Executive บริษัท iPrice

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เด็กไทยเขียนเรซูเม่ไม่เป็นหรือตลาดแรงงานไม่มีตำแหน่งว่าง , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ป้องกันแสงแดดให้ได้ผล

ป้องกันแสงแดดให้ได้ผล
เปิดอ่าน 9,290 ครั้ง
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
แสงสว่างของหิ่งห้อยมาจากไหน☕ คลิกอ่านเลย
แสงสว่างของหิ่งห้อยมาจากไหน
เปิดอ่าน 7,817 ครั้ง
5 เทคนิคการเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี และประสบความสำเร็จ☕ คลิกอ่านเลย
5 เทคนิคการเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี และประสบความสำเร็จ
เปิดอ่าน 24,623 ครั้ง
หาที่ฝึกงานยังไงให้โดนและมีโอกาสได้ทำงานต่อ☕ คลิกอ่านเลย
หาที่ฝึกงานยังไงให้โดนและมีโอกาสได้ทำงานต่อ
เปิดอ่าน 22,161 ครั้ง
ชู☕ คลิกอ่านเลย
ชู'กรุงเก่า'นำร่อง ย่อโลกก.ท่องเที่ยวไทย
เปิดอ่าน 5,785 ครั้ง
ทำไมบริษัทห้างร้านบางแห่งจึงมีรูปครุฑอยู่ที่หน้าอาคาร☕ คลิกอ่านเลย
ทำไมบริษัทห้างร้านบางแห่งจึงมีรูปครุฑอยู่ที่หน้าอาคาร
เปิดอ่าน 9,997 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

PISA ที่ผ่านมาบอกอะไรให้เราทราบบ้างPISA ที่ผ่านมาบอกอะไรให้เราทราบบ้าง
เปิดอ่าน 7,824 ครั้ง
"ชงโค"..ไม้ประดับที่มีสรรพคุณรักษาโรค"ชงโค"..ไม้ประดับที่มีสรรพคุณรักษาโรค
เปิดอ่าน 13,636 ครั้ง
8 วิธี การบริหารสมอง ให้สดชื่น8 วิธี การบริหารสมอง ให้สดชื่น
เปิดอ่าน 16,201 ครั้ง
ปรุง...ต้านมะเร็ง ด้วยเมนูโฮมเมดปรุง...ต้านมะเร็ง ด้วยเมนูโฮมเมด
เปิดอ่าน 11,185 ครั้ง
แค่กินน้อย ๆ แต่ไม่ออกกำลัง แล้วน้ำหนักจะลดได้ไหมนะ?แค่กินน้อย ๆ แต่ไม่ออกกำลัง แล้วน้ำหนักจะลดได้ไหมนะ?
เปิดอ่าน 10,517 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ