ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > นายกฯลั่นศธ.ต้องย้อนดูระบบผลิตคน

นายกฯลั่นศธ.ต้องย้อนดูระบบผลิตคน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 26 ก.ย. 2560 เปิดอ่าน : 7,452 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

นายกฯลั่นศธ.ต้องย้อนดูระบบผลิตคน

Advertisement

จวกมหา'ลัยทำหน้าที่แค่สอน/ไม่สนใจติดตามหลังจบ/พบตกงาน40%/ป.โท-เอกขึ้นทะเบียนคนจน/เด็กไร้จุดหมายชีวิต

"นายกฯ" จี้ ศธ.ต้องหันมามองระบบผลิตกำลังคน คำนึงถึงความต้องการของประเทศเป็นหลัก มหา'ลัยทำหน้าที่แค่สอนให้จบ แต่ไม่ได้ติดตามคุณภาพชีวิตหลังจากนั้น ทำให้มีคนตกงานถึง 40% ส่วนคนจบ ป.โท-เอกมาขอขึ้นทะเบียนคนจน เด็กเยาวชนไม่ชอบทำงานยาก เพราะกลัวความลำบาก ย้ำถ้าไม่แก้ไข ประเทศไปต่อไม่ได้แน่

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 25 ก.ย. ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวบรรยายพิเศษและเป็นประธานในพิธีปิดการประชุมสัมมนา “มิติการศึกษาพัฒนาพื้นที่พิเศษ เดินหน้าประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” จัดโดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนและจัดทำแผนบูรณาการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ รวมถึงคุณภาพศึกษา โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาคน รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนรอบประเทศ 10 พื้นที่ หรือพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ภาคการศึกษาต้องผลิตคนเพื่อรองรับตลาดแรงงานที่จะมุ่งเน้นไทยแลนด์ 4.0 และเศรษฐกิจดิจิทัล

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนพูดเล่นกับ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศธ. ว่ารัฐบาลมีนโยบายว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เดินหน้าไปด้วยกัน แต่ทั้งหมดทิ้งนายกรัฐมนตรีไว้คนเดียวหรือเปล่า เพราะหลายอย่างรุมเร้าอยู่ที่ตัวนายกรัฐมนตรีไว้คนเดียว หลายเรื่องเกิดจากความไม่เข้าใจ ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง หลายคนยังไม่รู้ว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปอย่างไร ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองก็ไปไม่ได้ ประเทศไทยก็อยู่ไม่ได้สุดท้าย ก็จะกลายเป็นประเทศที่ล้าหลัง วันนี้ระบบการศึกษาไทยยังมีปัญหาที่ยังมุ่งเน้นการเรียนให้จบ การได้รับปริญญา แต่ขณะเดียวกันคนที่จบปริญญาโทหรือปริญญาเอกกลับไปขึ้นทะเบียนคนจน ตนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย มันไม่น่าเป็นไปได้ อีกทั้งตนได้เจอกับเด็กหลายคนยังไม่มีเป้าหมายในชีวิต หลายคนตอบไม่ได้ว่าโตขึ้นจะเป็นอะไร บางคนชอบนายกฯ แต่บอกว่าอยากเป็นทหาร ไม่ขอเป็นนายกฯ เพราะนายกฯ ต้องทำงานหนัก โดนด่าทั้งวัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นพื้นที่พิเศษ เพราะเราต้องยอมรับว่าประสิทธิภาพที่มีอยู่ยังไม่เต็มที่และยังไม่เป็นที่พอใจ ซึ่งต้องร่วมมือกันทำอย่างไรให้ดีขึ้น เรามีบทเรียนเก่า และไม่ควรติดกับดักตัวเอง ทุกคนต้องปรับเปลี่ยนตัวเองทั้งหมด คิดใหม่และสร้างหลักคิดใหม่ๆ ในเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประเทศและสังคม ดังนั้น ศธ.จะต้องสร้างหลักคิดที่ถูกต้องให้กับเยาวชนทุกคนเพื่อเป็นพื้นฐานให้กับสังคม เพื่อสร้างความร่วมมือ ไม่ใช่สอนให้คนเกิดความขัดแย้ง วันนี้ถ้าคนไม่มีหลักคิด ไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงหรือเรียนรู้ ไม่เอาบทเรียนในอดีตมาศึกษา แล้วคาดหวังให้รัฐบาลหรือ ศธ.แก้ไขอย่างเดียว ยืนยันว่าไปไม่ได้แน่นอน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้ทุกมหาวิทยาลัยผลิตหลักสูตรจบเหมือนกัน แต่กลับมีงานทำไม่ถึงร้อยละ 40 เพราะไม่ได้คำนึงความต้องการของตลาด จึงต้องคิดเป้าหมายใหม่ อย่าคิดแต่สอนแล้วให้จบได้ปริญญา จึงต้องติดตามว่าหลังเรียนจบมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีหรือไม่ เพราะประเทศต้องเติบโตด้วยคน ครอบครัว และสังคม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้จะต้องพัฒนาด้านการศึกษา ถือเป็นพื้นที่สำคัญ เนื่องจากมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้วยสาเหตุหลายประการ ทั้งความขัดแย้ง ภาษา ศาสนา สิ่งเหล่านี้คือความท้าทายที่กระทรวงศึกษาธิการต้องทำให้ได้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการผลิตกำลังคนต้องรองรับความต้องการของประเทศด้วย ซึ่งในแนวคิดของตนที่แบ่งการพัฒนาออกเป็น 6 ภาค เพราะต้องการให้แต่ละภาคแข็งแรงด้วยตัวเอง ผู้ที่จบการศึกษามีโอกาสกลับไปพัฒนาจังหวัดและภาคของตัวเอง แต่หากทำแบบเดิมเราจะไม่ได้อะไรกลับมา และได้ผลไม่คุ้มค่า ดังนั้น ศธ.จะต้องกำหนดว่าจะทำอะไร ไม่ใช่มาทะเลาะเบาะแว้ง หรือฟ้องยื่นดำเนินคดีกันอยู่อย่างนี้ โดยเฉพาะการไม่ใช้หนี้กู้ยืมทุนการศึกษา เพียงเรื่องเดียวเสียเวลากันมากี่ปีแล้ว ซึ่งควรต้องป้องกันตั้งแต่ก่อนให้ทุน โดยผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดต้องสร้างกิจกรรม หาคนที่มือฝีมือทางด้านอาชีพมาฝึก โดยอาชีวะต้องเปิดหลักสูตรสั้นๆ 1 เดือน เมื่อจบแล้วให้ใบรับรองหรือวุฒิบัตร เพื่อสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน วันนี้อย่ามัวรอคนในระบบว่าต้องเรียน 4-6 ปี คนที่เรียนจบไปแล้วต้องเรียกกลับมาต่อยอดเป็นครูพิเศษ แต่อย่าให้กระทบกับครูที่สอน ทั้งหมดจะแก้ปัญหาด้วยการช่วยรัฐบาลไปในตัว

"ผมมีความตั้งใจดี ยืนยันเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่จะทำให้ระบบการศึกษาดีขึ้น ที่ผ่านมาปรับกันหลายอย่าง แต่ไม่มีใครเห็นชอบทั้งหมด แต่นี่คือหลักการประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่เห็นชอบก็ต้องเป็นไปตามนั้น แต่ต้องดูแลเสียงส่วนน้อยด้วย นี่คือการปกครองตามระบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่ทำตามเสียงส่วนน้อย หรือทำตามคะแนนเสียงที่เลือก ว่าจะไม่พูดการเมืองนะเนี่ย" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นนายกฯ ได้ชูหนังสือมิติการศึกษา พัฒนาพื้นที่พิเศษ เดินหน้าประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่ได้มีการแจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนา พร้อมกับกล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีตนมีหมด ตนอ่านของทุกกระทรวง และนี่ก็ของ ศธ. แผนการศึกษาแห่งชาติปี 60-78 ครบทุกอัน แผนสภาพัฒน์อ่านกันหรือยัง ทั้งหมดร้อยเรียง ถ้าไม่ทำแบบนี้ไปไม่ได้ เพื่อให้เกิดวิสัยทัศน์การบริหารราชการแผ่นดินได้ในอนาคตข้างหน้า.

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก ไทยโพสต์ วันที่ 26 กันยายน 2560

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> นายกฯลั่นศธ.ต้องย้อนดูระบบผลิตคน , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ก.ค.ศ.ประชุมเตรียมทดลองใช้ระบบประเมินวิทยฐานะใหม่ 177 โรงเรียน☕ 5 มี.ค. 2564
ก.ค.ศ.ประชุมเตรียมทดลองใช้ระบบประเมินวิทยฐานะใหม่ 177 โรงเรียน
เปิดอ่าน 3,936 ครั้ง
"คุณหญิงกัลยา"ชูนโยบายเรื่องโค้ดดิ้ง ยันไม่ทิ้ง"การศึกษาจังหวัด- โรงเรียนดีสี่มุมเมือง"☕ 5 มี.ค. 2564
"คุณหญิงกัลยา"ชูนโยบายเรื่องโค้ดดิ้ง ยันไม่ทิ้ง"การศึกษาจังหวัด- โรงเรียนดีสี่มุมเมือง"
เปิดอ่าน 1,585 ครั้ง
สพฐ. แจงเลื่อนสอบปลายภาค ให้โรงเรียนใช้ดุลยพินิจตามเหมาะสม☕ 5 มี.ค. 2564
สพฐ. แจงเลื่อนสอบปลายภาค ให้โรงเรียนใช้ดุลยพินิจตามเหมาะสม
เปิดอ่าน 7,785 ครั้ง
ชง"เสมา1"คนใหม่ปลดล็อกระเบียบทรงผม-เครื่องแบบนร.☕ 5 มี.ค. 2564
ชง"เสมา1"คนใหม่ปลดล็อกระเบียบทรงผม-เครื่องแบบนร.
เปิดอ่าน 4,325 ครั้ง
โพลหนุนคนนอกนั่งเก้าอี้รมว.ศึกษาธิการ☕ 5 มี.ค. 2564
โพลหนุนคนนอกนั่งเก้าอี้รมว.ศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 3,638 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ประโยชน์ของวิตามินบี...ที่ไม่ควรมองข้ามประโยชน์ของวิตามินบี...ที่ไม่ควรมองข้าม
เปิดอ่าน 9,921 ครั้ง
ตักขี้ควายขายรายได้เดือนละ 2 หมื่นตักขี้ควายขายรายได้เดือนละ 2 หมื่น
เปิดอ่าน 10,590 ครั้ง
 ฮวงจุ้ยในห้องนอน ฮวงจุ้ยในห้องนอน
เปิดอ่าน 16,638 ครั้ง
ตำแหน่ง "สิว" บอกสุขภาพตำแหน่ง "สิว" บอกสุขภาพ
เปิดอ่าน 14,024 ครั้ง
มวลอะตอม : เคมีมวลอะตอม : เคมี
เปิดอ่าน 16,120 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ