ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > อึ้ง!! คะแนน "วิทยาศาสตร์" นร.ไทยต่ำกว่าทุกประเทศเอเชีย ยกเว้นอินโดฯ เกือบครึ่งไม่รู้วิทย์พื้นฐาน

อึ้ง!! คะแนน "วิทยาศาสตร์" นร.ไทยต่ำกว่าทุกประเทศเอเชีย ยกเว้นอินโดฯ เกือบครึ่งไม่รู้วิทย์พื้นฐาน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 3 ต.ค. 2560 เปิดอ่าน : 23,510 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

อึ้ง!! คะแนน "วิทยาศาสตร์" นร.ไทยต่ำกว่าทุกประเทศเอเชีย ยกเว้นอินโดฯ เกือบครึ่งไม่รู้วิทย์พื้นฐาน

Advertisement

ผลประเมิน PISA 2015 "วิชาวิทยาศาสตร์" นร.ไทยรั้งท้ายเอเชีย คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและต่ำกว่าทุกประเทศยกเว้นอินโดนีเซีย พบเกือบครึ่งหนึ่งยังรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ไม่ถึงระดับพื้นฐาน พบเป็นกลุ่ม ร.ร.สังกัดท้องถิ่น กทม. อาชีวะ ขณะที่กลุ่มท็อปฟอร์มมีเพียง 0.5% จาก ร.ร.เน้นสอนวิทย์ ด้าน ร.ร.สาธิตได้ระดับปานกลาง และ ร.ร.สพฐ.แค่ระดับพื้นฐาน

ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า สสวท.ได้จัดทำเว็บไซต์เกี่ยวกับโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (PISA) คือ PISA Thailand และได้มีการวิเคราะห์ประเด็นต่างๆ จากการประเมินผล PISA หรือ “FOCUS ประเด็นจาก PISA” โดยล่าสุดได้วิเคราะห์หัวข้อ "วิทยาศาสตร์ของนักเรียนไทยกับนักเรียนในภูมิภาคเอเชีย" พบว่า ใน PISA 2015 วิชาวิทยาศาสตร์มีค่าเฉลี่ย OECD เป็นคะแนนมาตรฐานที่ 493 คะแนน โดยกลุ่มที่มีคะแนนเฉลี่ยวิทยาศาสตร์สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ จีนไทเป มาเก๊า เวียดนาม ฮ่องกง และจีนสี่มณฑล ส่วนกลุ่มที่มีคะแนนเฉลี่ยวิทยาศาสตร์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ได้แก่ ไทย และอินโดนีเซีย โดยไทยมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าอินโดนีเซียทุกวิชา

"ประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่มีคะแนนเฉลี่ยวิทยาศาสตร์อยู่ในกลุ่มบนสุดสิบอันดับแรก (Top 10) ได้แก่ 1.สิงคโปร์ 556 คะแนน 2.ญี่ปุ่น 538 คะแนน 3.เอสโตเนีย 534 คะแนน 4.จีนไทเป 532 คะแนน 5.ฟินแลนด์ 531 คะแนน 6.มาเก๊า 529 คะแนน 7.แคนาดา 528 คะแนน 8.เวียดนาม 525 คะแนน 9.ฮ่องกง 523 คะแนน และ 10.จีนสี่มณฑล 518 คะแนน ซึ่งจะเห็นได้ว่าในบรรดากลุ่มบนสุดสิบอันดับแรกนี้ เป็นประเทศ/เขตเศรษฐกิจในเอเชียถึง 7 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจด้วยกัน" ดร.พรพรรณ กล่าว

ดร.พรพรรณ กล่าวว่า นอกจากประเมินด้วยคะแนนเฉลี่ย ยังขยายภาพให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ระบบการศึกษามากขึ้น เพื่อให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า นักเรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์มากน้อยต่างกันอย่างไร โดยรายงานเป็นระดับการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ แบ่งออกเป็น 6 ระดับ เริ่มจากระดับต่ำสุด คือ ระดับ 1 จนถึงระดับสูงสุด คือ ระดับ 6 โดยระดับ 2 ถือเป็นระดับพื้นฐานต่ำสุดที่นักเรียนวัย 15 ปี ควรจะต้องรู้และสามารถใช้ประโยชน์วิทยาศาสตร์ในชีวิตจริงได้ แต่ถ้าต่ำกว่าระดับ 2 ลงไป ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่นักเรียนแสดงว่ามีความสามารถไม่ถึงระดับพื้นฐาน โดยพบว่า นักเรียนไทยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2 (410-480 คะแนน) โดยมีจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งคือ 46.7% ที่มีผลการประเมินต่ำกว่าระดับพื้นฐาน หรือรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ไม่ถึงระดับพื้นฐาน ขณะที่ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีนไทเป มีนักเรียนจำนวนมากที่สุดมีคะแนนที่ระดับ 4 (คะแนน 559 - 633) โดยเฉพาะสิงคโปร์มีนักเรียนมากกว่าครึ่ง หรือ 51.9% ที่แสดงความสามารถตั้งแต่ระดับ 4 ขึ้นไป

"หากดูเฉพาะกลุ่มคะแนนบนสุดหรือระดับ 5 และระดับ 6 สิงคโปร์มีนักเรียนประมาณหนึ่งในสี่ หรือ 24.2% จีนไทเปและญี่ปุ่นมีนักเรียนเกือบหนึ่งในหก คือ 15.4% และ 15.3% ตามลำดับ จีนสี่มณฑล 13.6% เกาหลี 10.6% มาเก๊า 9.2% เวียดนาม 8.3% ฮ่องกง 7.4% ส่วนไทยมีนักเรียนกลุ่มบนสุดเพียง 0.5% ทั้งนี้ นักเรียนไทยกลุ่มที่มีคะแนนสูงสุด ได้แก่ กลุ่มโรงเรียนเน้นวิทยาศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 4 กลุ่มโรงเรียนสาธิตมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 3 กลุ่มโรงเรียน สพฐ. ในสังกัดกรมสามัญศึกษาเดิม (สพม.) มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2 กลุ่มโรงเรียนเอกชนสายสามัญมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่จุดตัดระหว่างระดับ 1a กับระดับ 2 ส่วนกลุ่มโรงเรียนที่เหลือมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 1a ได้แก่ โรงเรียน สพฐ. ที่มาจากโรงเรียนขยายโอกาสเดิม (สพป.) โรงเรียนในสังกัดกรมการปกครองท้องถิ่น (กศท.) โรงเรียนในสังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร (กทม.) และโรงเรียน/วิทยาลัยอาชีวศึกษาของเอกชนและของรัฐ (อศ.1 และ อศ.2)" ดร.พรพรรณ กล่าว


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก MGR Online วันที่ 3 ต.ค. 2560

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> อึ้ง!! คะแนน "วิทยาศาสตร์" นร.ไทยต่ำกว่าทุกประเทศเอเชีย ยกเว้นอินโดฯ เกือบครึ่งไม่รู้วิทย์พื้นฐาน , , อึ้ง!! , คะแนน , , วิทยาศาสตร์ , , นร.ไทยต่ำกว่าทุกประเทศเอเชีย , ยกเว้นอินโดฯ , เกือบครึ่งไม่รู้วิทย์พื้นฐาน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ส.บ.ม.ท.วอน ศธ.สั่งการให้งดหรือเลื่อนการประเมินใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน☕ 31 มี.ค. 2563
ส.บ.ม.ท.วอน ศธ.สั่งการให้งดหรือเลื่อนการประเมินใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน
เปิดอ่าน 5,708 ครั้ง
การเตรียมความพร้อมการฝึกอบรมครูประจำชั้นเพื่อเป็นนักจิตวิทยาประจำสถานศึกษา สังกัดสพฐ.☕ 30 มี.ค. 2563
การเตรียมความพร้อมการฝึกอบรมครูประจำชั้นเพื่อเป็นนักจิตวิทยาประจำสถานศึกษา สังกัดสพฐ.
เปิดอ่าน 12,005 ครั้ง
"เสมา 1" สั่งองค์กรหลักฯ เจียดงบลงทุน ลุยการศึกษาออนไลน์ ☕ 30 มี.ค. 2563
"เสมา 1" สั่งองค์กรหลักฯ เจียดงบลงทุน ลุยการศึกษาออนไลน์
เปิดอ่าน 1,654 ครั้ง
สพฐ.ถกความพร้อมเปิดศูนย์อิริคพ.ค.นี้☕ 30 มี.ค. 2563
สพฐ.ถกความพร้อมเปิดศูนย์อิริคพ.ค.นี้
เปิดอ่าน 1,597 ครั้ง
เล็งปรับรับนักเรียนปี 63 ผ่านออนไลน์☕ 30 มี.ค. 2563
เล็งปรับรับนักเรียนปี 63 ผ่านออนไลน์
เปิดอ่าน 4,188 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

จัดสิ่งแวดล้อมหน้าจอคอมพ์ ช่วยสุขภาพดี-ทำงาน มีสุข จัดสิ่งแวดล้อมหน้าจอคอมพ์ ช่วยสุขภาพดี-ทำงาน มีสุข
เปิดอ่าน 6,609 ครั้ง
จันทโครพจันทโครพ
เปิดอ่าน 26,549 ครั้ง
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนถนัดขวามีมากกว่าคนถนัดซ้ายอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนถนัดขวามีมากกว่าคนถนัดซ้าย
เปิดอ่าน 10,167 ครั้ง
9 เคล็ดกับการใช้เงิน สำหรับคนอายุเริ่มต้นด้วยเลข 29 เคล็ดกับการใช้เงิน สำหรับคนอายุเริ่มต้นด้วยเลข 2
เปิดอ่าน 4,955 ครั้ง
เทศกาลโคมไฟ...สีสันเมืองใต้เทศกาลโคมไฟ...สีสันเมืองใต้
เปิดอ่าน 6,662 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ