ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > จะยกคุณภาพ..การศึกษา ต้องพัฒนา “ครู”

จะยกคุณภาพ..การศึกษา ต้องพัฒนา “ครู”

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 14 เม.ย. 2561 เปิดอ่าน : 18,393 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

จะยกคุณภาพ..การศึกษา ต้องพัฒนา “ครู”

Advertisement

จะยกคุณภาพ..การศึกษา ต้องพัฒนา “ครู”

ผู้เขียน ดร.กมล รอดคล้าย

ในกระบวนการจัดการศึกษา เด็ก และ ครู ถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะเด็กเป็นผลผลิตของระบบการศึกษา ในขณะที่ครู คือบุคลากรซึ่งประกอบอาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอน และการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน เป็นบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการจัดการศึกษา เพราะเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดผู้เรียนมากที่สุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 54 ได้กำหนดจุดมุ่งหมายของการศึกษาไว้ว่า “การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดีมีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ” คนที่จะทำให้จุดมุ่งหมายดังกล่าวประสบผลสำเร็จ ก็น่าจะได้แก่ครู

อย่างไรก็ตาม วิกฤตของระบบการผลิตและพัฒนาครู ยังเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยในปัจจุบัน ทั้งในเชิงคุณภาพ และปริมาณ งบประมาณด้านการศึกษาของไทยซึ่งสูงกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี คิดเป็นร้อยละ 4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) กว่าร้อยละ 75 ก็เป็นเงินเดือนสำหรับครู ขณะที่มีงบพัฒนาอยู่ไม่มากนัก เรามีปัญหาคุณภาพครูที่ต่ำลงอันเกิดจากปัญหาหลายประการ ทั้งในด้านการผลิต และพัฒนาครู เช่น ระบบการผลิตครูขาดความต่อเนื่อง ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นในการใช้ครูที่แท้จริง ไม่มีเอกภาพเชิงนโยบาย และมาตรฐานของสถาบันผลิตครูที่ลดต่ำลง รัฐลงทุนด้านการผลิตครูต่ำ ขาดแคลนคณาจารย์ของสถาบันผลิตครู ขาดหน่วยงานรับผิดชอบในการดูแล กำกับ ติดตาม วางระบบการพัฒนาครูในภาพรวม ขาดฐานข้อมูลการพัฒนาครู ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนในการพัฒนาครู

การพัฒนาครูส่วนใหญ่เป็นการกำหนดกิจกรรมจากส่วนกลาง ซึ่งไม่มีการหาความจำเป็นที่ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของห้องเรียน รวมทั้ง เป็นการฝึกอบรมในห้องประชุมในโรงแรม ซึ่งเป็นการดึงครูออกจากห้องเรียน ระบบการบริหารงานบุคคลไม่สามารถสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครู ไม่สามารถใช้ครูปฏิบัติการสอนได้ตรงตามศักยภาพ ระบบการส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพ ค่าตอบแทน ยังไม่สะท้อนผลลัพธ์ด้านคุณภาพของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง

ในเชิงปริมาณ ปัจจุบันประเทศไทยมีครูประมาณ 736,000 คน เป็นครูภาครัฐ 578,000 คน ภาคเอกชน 158,000 คน มีสถาบันพัฒนาครู 113 สถาบัน เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 20 แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 7 แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏ 40 แห่ง มหาวิทยาลัยเอกชน 42 แห่ง มหาวิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่ง สถาบันการพลศึกษา 1 แห่ง และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 1 แห่ง โดยมีคณะ/ วิทยาเขต/ วิทยาลัย กระจายอยู่ทุกภาคทั่วประเทศ ปริมาณการผลิตรวมประมาณปีละ 63,000 คน ขณะที่ความต้องการครูทุกสังกัดเพื่อชดเชยครูเกษียณ เฉลี่ยประมาณปีละ 28,000 คน

สาขาของผู้สำเร็จการศึกษาช่วงปี 2561 – 2562 จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 10 อันดับแรก จากมากไปหาน้อย คือ ปฐมวัย พลศึกษา ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ศึกษา ประถมศึกษา และศิลปศึกษา ซึ่งควรจะต้องผลิตให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริง โดยพบว่ามีความสอดคล้องพอสมควร คือ สาขาที่ต้องการ 5 อันดับแรก ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย สังคมศึกษา และวิทยาศาสตร์ศึกษา

จากปัญหาทั้งในเชิงคุณภาพ และปริมาณดังกล่าว สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้มีการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579) และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนาครู พ.ศ.2558 – 2572 ขึ้น โดยมุ่งเน้นเสนอแนวทางการผลิตและพัฒนาครูเชิงระบบขึ้น โดยกำหนดไว้เป็น 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

1.การปฏิรูประบบและรูปแบบการผลิตครู ได้แก่ การจัดทำแผนการผลิตครูให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ครูของประเทศ สร้างความเข้มแข็งในสถาบันผลิตครู วางระบบจัดสรรทุนสำหรับนักศึกษาครู เช่น ครูครุทายาท ครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น การผลิตครูในระบบปิด คือ มีระบบทุนการศึกษาเพื่อเข้าเรียน มีการกำหนดสถานที่ทำงานไว้ให้ เมื่อเรียนจบสามารถบรรจุได้ทันที และมีการพัฒนาแบบเข้ม ปรับรูปแบบการผลิตการเตรียมครูให้ได้ครูดีมีคุณภาพ สามารถปฏิบัติงานในสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.การปฏิรูประบบ และรูปแบบการพัฒนาครู ได้แก่ การพัฒนาครูประจำการให้มีความเป็นเลิศด้านการเรียนการสอน การสร้างกิจกรรมพัฒนาครูแบบใหม่ๆ และการสร้างเครือข่ายพัฒนาครู

3.การปฏิรูประบบการใช้ครู และระบบบริหารงานบุคคลของครู ได้แก่ วางระบบการบรรจุแต่งตั้งที่ชัดเจนต่อเนื่อง มีการฝึกปฏิบัติงานในทุกระดับ ทั้งครูผู้ช่วย ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทุกตำแหน่ง รวมทั้ง จัดระบบโครงสร้างการบริหารงานบุคคลของครูทั้งระบบ เช่น การบรรจุ แต่งตั้ง การทดลองงาน ระบบเงินเดือนค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ ภาระงานสอนต่อสัปดาห์ให้สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของการทำงาน ส่งเสริมขวัญกำลังใจ และธำรงไว้ซึ่งระบบคุณธรรม

 

4.การปฏิรูปการวิจัยของสถาบันผลิตและพัฒนาครู ได้แก่ ศึกษาวิจัยหานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตครู การพัฒนาครู และการสร้างสิ่งแวดล้อมทางวิชาการที่นำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมจัดการเรียนรู้

5.การสร้างกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การผลิต และพัฒนาครู ได้แก่ การมีกลไก หรือหน่วยงานระดับนโยบายรับผิดชอบการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ มีศูนย์พัฒนาความเชี่ยวชาญด้านผู้นำการศึกษา และการทบทวนกฎหมาย หรือระเบียบปฏิบัติให้เอื้อต่อการผลิต และพัฒนาครู

ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับครู ดูจะเป็นปัญหาที่หนักหน่วง และสังคมให้ความสนใจ เมื่อมีข่าวทั้งทางบวกและลบเกิดขึ้นจากครูสังคมจะจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีข่าวทางลบสังคมยิ่งจะติดตาม และวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากครูจะใกล้ชิดกับเด็กซึ่งเป็นบุคลากรในครอบครัวของทุกคน ขณะที่การแก้ปัญหาปัจจุบันอาจจะเป็นไปแบบแยกส่วน ทำได้ดีในบางเรื่อง แต่อาจจจะมีผลกระทบ หรือยังไม่ได้ดำเนินการในบางเรื่อง อาจถึงเวลาที่ต้องทบทวน และดำเนินการอย่างจริงจังเสียที ซึ่งผู้เขียนขอเสนอเพียงบางประเด็น คือ

1.ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การผลิต และพัฒนาครูอย่างจริงจัง มีเป้าหมายชัดเจน ทิศทาง และวิธีดำเนินการถูกต้องเหมาะสมครบถ้วน

2.ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบไม่ปรับเปลี่ยนบ่อย จนไม่อาจประเมินความสำเร็จ หรือพบจุดอ่อนของปัญหา อันทำให้ไม่สามารถค้นหาวิธีผลิต และพัฒนาที่เหมาะสมได้

3.ควรให้การสนับสนุนงบประมาณเต็มรูปแบบ และเพียงพอ เนื่องจาก พบว่ารัฐยังลงทุนเพื่อการผลิตครูต่ำ งบประมาณเพื่อการพัฒนายังน้อย และไม่สอดคล้องกับความต้องการของตำแหน่งต่างๆ

4.สร้างพลังร่วมจากความร่วมมือของครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เข้ามามีส่วนในการผลิต พัฒนาครู หรือสร้างชุมชนทางวิชาการ (PLC : Professional Learning Community) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือจากครูทั้งประเทศให้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยเฉพาะด้านการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ

ความคาดหวังของสังคม คือต้องมีครูดีเพื่อสร้างเด็กดี วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง เราต้องการครูมืออาชีพ มิใช่แค่ผู้ประกอบอาชีพเป็นครู เป็นครูที่สร้างเด็กที่มีคุณภาพ ออกไปรับใช้สังคม และประเทศชาติ การยกระดับคุณภาพการศึกษาต้องเริ่มที่การพัฒนาครู การวางแผน และกำหนดทิศทางการผลิต และ พัฒนาครู ได้ถูกศึกษา และกำหนดไว้แล้ว เหลือเพียงแต่นำมาดำเนินการ

นี่จึงเป็นเรื่องของการจัดลำดับความสำคัญ หรือ Priority แรกๆ ที่ฝ่ายบริหารต้องนำมาปฏิบัติ และขับเคลื่อนอย่างจริงจัง

ขอบคุณที่มาเนื้อหาจาก มติชนออนไลน์ วันที่ 14 เมษายน 2561

 

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> จะยกคุณภาพ..การศึกษา ต้องพัฒนา “ครู” , , จะยกคุณภาพ..การศึกษา , ต้องพัฒนา , “ครู” << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!

  • ≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
    การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561) ☕ คลิกอ่านเลย
    การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561)
    เปิดอ่าน 6,017 ครั้ง
    ‘คุณค่าของครู’ ในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง☕ คลิกอ่านเลย
    ‘คุณค่าของครู’ ในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง
    เปิดอ่าน 13,206 ครั้ง
    การศึกษาไทย…ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง☕ คลิกอ่านเลย
    การศึกษาไทย…ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง
    เปิดอ่าน 18,169 ครั้ง
    การจัดการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อแสวงหาแนวทาง ‘ปฏิรูป’ ผู้เขียน ดร.พีระพงษ์ สิทธิอมร☕ คลิกอ่านเลย
    การจัดการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อแสวงหาแนวทาง ‘ปฏิรูป’ ผู้เขียน ดร.พีระพงษ์ สิทธิอมร
    เปิดอ่าน 15,857 ครั้ง
    ศึกสายเลือด ศธ. : เกมชิงอำนาจที่มีแต่ “ผู้แพ้”?? ผู้เขียน จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ☕ คลิกอ่านเลย
    ศึกสายเลือด ศธ. : เกมชิงอำนาจที่มีแต่ “ผู้แพ้”?? ผู้เขียน จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ
    เปิดอ่าน 21,128 ครั้ง

    Advertisement
    Advertisment

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    ทีฆายุโก - ฑีฆายุโกทีฆายุโก - ฑีฆายุโก
    เปิดอ่าน 41,586 ครั้ง
    ดาวน์โหลด! แบบรูปรายการก่อสร้างและหนังสือมาตรฐานประกอบแบบก่อสร้างดาวน์โหลด! แบบรูปรายการก่อสร้างและหนังสือมาตรฐานประกอบแบบก่อสร้าง
    เปิดอ่าน 13,420 ครั้ง
    ดูแลขั้นพื้นฐานสู่ผิวสุขภาพดี ดูแลขั้นพื้นฐานสู่ผิวสุขภาพดี
    เปิดอ่าน 15,730 ครั้ง
    ดื่มน้ำอัดลม 0 แคลอรี่ ช่วยลดน้ำหนักได้ จริงหรือ? / พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุลดื่มน้ำอัดลม 0 แคลอรี่ ช่วยลดน้ำหนักได้ จริงหรือ? / พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล
    เปิดอ่าน 4,956 ครั้ง
    การอ่านแบบ Scanningการอ่านแบบ Scanning
    เปิดอ่าน 41,771 ครั้ง

    เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
    สนามเด็กเล่น

    แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


    เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม