ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > การศึกษาแบบมีส่วนร่วม กุญแจสำคัญเปลี่ยนประเทศ

การศึกษาแบบมีส่วนร่วม กุญแจสำคัญเปลี่ยนประเทศ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 31 พ.ค. 2561 เปิดอ่าน : 6,715 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

การศึกษาแบบมีส่วนร่วม กุญแจสำคัญเปลี่ยนประเทศ

Advertisement

เพราะมีความเชื่อว่าระบบการศึกษาที่ดีต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกคนในสังคม จึงเกิดการรวมตัวกันขององค์กรภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และกลุ่มเด็กและเยาวชน ภายใต้ชื่อภาคีเพื่อการศึกษาไทย (Thailand Education Partnership-TEP) ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ TEP จัดการประชุมภาคีเพื่อการศึกษาไทย (Thailand Education Partnership Forum 2018) เพื่อระดมสมอง และค้นหาแนวทางที่จะนำไปสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงของการศึกษาไทย

ภายในงานมี “อานันท์ ปันยารชุน” ประธานเครือข่าย TEP กล่าวปาฐกถาเรื่อง “ถึงเวลาเปลี่ยนการศึกษาไทย” โดยเขามองว่าโรงเรียนรัฐของไทยนั้นมีการเปลี่ยนผู้บริหารทุก 2 ปี ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการพัฒนาการศึกษาซึ่งจากบทเรียนในหลายประเทศสะท้อนให้เห็นว่า การสร้างการศึกษาที่มีคุณภาพไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ได้สำเร็จได้ด้วยระยะเวลาอันสั้น แต่ต้องมีความต่อเนื่อง และต้องอาศัยทุกภาคส่วนของประเทศร่วมกันคิด และให้ความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษา

“ไม่มีใครเป็นเจ้าของการศึกษา รัฐไม่มีหน้าที่ควบคุม หรือสั่งการ แต่มีหน้าที่สนับสนุน เพราะการศึกษาเป็นเรื่องของทุกคน พ่อแม่มีบทบาทสำคัญที่ต้องเอาใจใส่การศึกษาของลูก ขณะที่ภาคสังคม ชุมชน และเอกชนก็เข้ามาร่วมได้ ดังนั้น ถ้าจะพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือปฏิรูปการศึกษา คนไทยต้องปรับแนวคิดใหม่ โดยต้องรู้บทบาทหน้าที่ตนเอง หากไม่ปรับเปลี่ยนแนวคิดแล้ว ต่อให้มีแผนงาน หรือมีพิมพ์เขียวที่ดีอย่างไรก็ไปไม่รอด”

“ในส่วนบทบาทของผู้เรียนคือต้องกระตือรือร้นในการเรียนรู้ และค้นหาตนเอง ทางด้านพ่อแม่ต้องสร้างโอกาส และสนับสนุนการเรียนรู้ตามศักยภาพของลูก สำหรับโรงเรียนต้องเป็นที่สร้างแรงบันดาลใจ และฝึกประสบการณ์ให้เด็ก ขณะที่ครูต้องเป็นผู้ค้นหา และส่งเสริมศักยภาพเด็ก และภาครัฐต้องอำนวยความสะดวก สนับสนุน พร้อมเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วมและรับผิดชอบ รวมถึงชุมชน/สังคมควรสร้างพื้นที่สำหรับการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่มีความปลอดภัย”


“อานันท์” กล่าวอีกว่า ขณะนี้โลกเข้าสู่ศตวรรษใหม่ที่ทุกอย่างเชื่อมโยงแบบไร้พรมแดน ซึ่งส่งผลต่อระบบการศึกษาที่จะต้องเสริมสร้างนวัตกรรมการสอน และการเรียนรู้บนแพลตฟอร์มใหม่ให้กับเด็ก ดังนั้น การเตรียมคนสำหรับโลกยุคใหม่ต้องร่วมกันออกแบบ และสร้างเป้าหมายร่วมกัน โดยเด็กจะต้องมี 6 คุณลักษณะสำคัญ ได้แก่ คุณธรรมจริยธรรม, รู้จักตนเอง, เป็นเจ้าของการเรียนรู้, ทำงานเป็นทีม, พลเมืองมีส่วนร่วม และเก่งทันเทคโนโลยี

พร้อมกันนี้ ต้องพัฒนาเด็กให้มีศักยภาพพร้อมเผชิญกับโลกที่ท้าทายและเปลี่ยนแปลง ด้วยการ 1.ให้เด็กรู้จักตนเอง ฝึกเข้ากับสังคม และพัฒนาตนเองต่อเนื่อง 2.ให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้ใหม่ ๆ และเผชิญโลกตามความจริง 3.ฝึกให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติ ได้คิดและทำให้เป็น และฝึกให้มีพฤติกรรมที่เหมาะกับโลกยุคใหม่ เช่น การจัดการตนเอง หรือการทำงานร่วมกับผู้อื่น และ 4.ฝึกทักษะและกระตุ้นให้เด็กสงสัย ตั้งคำถาม และค้นหาคำตอบอย่างเป็นระบบด้วยตัวเอง

“ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์” ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และเครือข่ายภาคีเพื่อการศึกษาไทย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ TEP ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของคนไทย1,142 คน ใน 15 จังหวัด ในประเด็นที่ว่า อีก 10 ปีข้างหน้าต้องการเห็นเด็กไทยมีคุณลักษณะใด

ผลการสำรวจพบว่า เก่งทันเทคโนโลยี 91% มีความสามารถในการเรียนรู้ 87% รู้จักตนเอง 86% สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี 86% เป็นพลเมืองที่ดี ร่วมสร้างสรรค์สังคม 84% และยึดมั่นในความถูกต้อง 82%

อย่างไรก็ตาม TEP ได้ระดมสมองเพื่อร่วมกันนำเสนอแนวคิดที่จะนำไปสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงของการศึกษาไทย 7 ด้าน ได้แก่ เด็กปฐมวัย, นักเรียน, ครู, โรงเรียน, พ่อแม่, พื้นที่ และพื้นที่นวัตกรรม โดยที่ประชุมมีข้อสรุปร่วมกัน ดังนี้

1.สนับสนุนให้พ่อแม่เข้าใจบทบาท และวิธีการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก เพราะพ่อแม่มีบทบาทในการยกระดับการเรียนรู้ของเด็กมากถึง 40% จึงเสนอว่าควรจะมีโรงเรียนสำหรับสอนพ่อแม่ให้รู้จักวิธีการเลี้ยงลูก การพัฒนาที่เหมาะสมตามศักยภาพ โดยมีการจัดทำหลักสูตรทั้งแบบปกติ และหลักสูตรออนไลน์ รวมถึงสนับสนุนการสร้างเครือข่ายพ่อแม่

2.ช่วยให้เด็กค้นพบตนเอง ขยายผลการทำกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กรู้จัก และค้นพบความถนัดตนเอง และใช้เทคโนโลยีช่วยเด็กค้นพบตนเอง พร้อมสร้างเครือข่ายครูแนะแนว

3.พัฒนาภาวะผู้นำของผู้อำนวยการ/ครูใหญ่ โดยร่วมมือกับภาครัฐในการพัฒนาหลักสูตร และใช้ระบบ HR สมัยใหม่มาช่วย

4.ยกระดับการผลิตครู เน้นการร่วมมือภาคีเครือข่าย และใช้ระบบ HR สมัยใหม่มาสนับสนุนการพัฒนาครู นอกจากนี้ จะต้องร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ปรับมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษาด้านครุศาสตร์ให้เน้นวิชาชีพ และร่วมกับคุรุสภาปรับมาตรฐานวิชาชีพให้อิงสมรรถนะ

5.สร้างพลังขับเคลื่อนในพื้นที่ โดยหา prime mover ขับเคลื่อน และช่วยสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ รวมทั้งถอดบทเรียนจังหวัดที่เข้มแข็งขยายผลไปสู่จังหวัดอื่น ๆ ซึ่งจังหวัดที่ประสบความสำเร็จเกิดจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้าใจและให้ความสำคัญ

6.ยกระดับการทำงานของโรงเรียน และเครือข่ายโรงเรียน ผ่านการขยายโรงเรียนนวัตกรรมที่เป็นโรงเรียนรูปแบบใหม่ เป็นฐานแห่งการเรียนรู้ให้กลายเป็นกระแสหลักในพื้นที่ โน้มน้าวรัฐให้อิสระการบริหารจัดการโรงเรียนมากขึ้น และ 7.ปรับระบบและการบริหารในเขตพื้นที่ สนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งสภาการศึกษากำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งในพื้นที่นำร่อง

“ทั้งหมดนี้เป็นโจทย์ที่ท้าทาย TEP และภาคีเครือข่าย ซึ่งก้าวต่อไปเราจะเดินหน้าทำงาน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนกิจกรรม ด้วยการสร้างความร่วมมือกับองค์กรสมาชิก อาสาสมัคร และระดมทรัพยากรจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อนำมาเป็นทุนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตลอดจนขยายผลความคิดไปสู่สังคม เช่น จัดเวที TEP Talk ในพื้นที่ต่าง ๆ หรือผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ และทำหน้าที่เสนอแนวทางนโยบายแก่สังคมโดยหวังว่าข้อเสนอเหล่านี้จะเป็นแนวทางที่รัฐบาลชุดต่อไปจะนำไปดำเนินการด้วย”

ขอบคุณที่มาเนื้อหาจาก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 28 พฤษภาคม 2561

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การศึกษาแบบมีส่วนร่วม กุญแจสำคัญเปลี่ยนประเทศ , , การศึกษาแบบมีส่วนร่วม , กุญแจสำคัญเปลี่ยนประเทศ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!

  • ≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
    กอปศ. เร่งจัดทำกรอบ ‘พัฒนาสมรรถนะครู-ความปลอดภัยในโรงเรียน’ ชงศธ.☕ 19 ก.ย. 2561
    กอปศ. เร่งจัดทำกรอบ ‘พัฒนาสมรรถนะครู-ความปลอดภัยในโรงเรียน’ ชงศธ.
    เปิดอ่าน 30 ครั้ง
    ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานการอาชีวศึกษา พ.ศ.2561☕ 18 ก.ย. 2561
    ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานการอาชีวศึกษา พ.ศ.2561
    เปิดอ่าน 2,456 ครั้ง
    สรุปยอดครูคืนถิ่นปี 61 ได้ 2,874คน☕ 18 ก.ย. 2561
    สรุปยอดครูคืนถิ่นปี 61 ได้ 2,874คน
    เปิดอ่าน 2,501 ครั้ง
    ยันทบทวน "ว13" เสร็จทัน 30 ก.ย. "พินิจศักดิ์" เผยเหลือตกค้างแค่ 4 ราย☕ 18 ก.ย. 2561
    ยันทบทวน "ว13" เสร็จทัน 30 ก.ย. "พินิจศักดิ์" เผยเหลือตกค้างแค่ 4 ราย
    เปิดอ่าน 2,865 ครั้ง
    "หมอธี" ยันอบรม Boot Camp ไม่ได้บังคับครู☕ 17 ก.ย. 2561
    "หมอธี" ยันอบรม Boot Camp ไม่ได้บังคับครู
    เปิดอ่าน 15,255 ครั้ง

    Advertisement
    Advertisment

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    14 วิธีการประยุกต์ใช้ลวดเสียบกระดาษ ที่คุณคาดไม่ถึง14 วิธีการประยุกต์ใช้ลวดเสียบกระดาษ ที่คุณคาดไม่ถึง
    เปิดอ่าน 13,186 ครั้ง
    จ้ำม่ำอย่างไร? ลูกถึงแข็งแรง จ้ำม่ำอย่างไร? ลูกถึงแข็งแรง
    เปิดอ่าน 7,171 ครั้ง
    ดีเอสไอเตือนชาวเน็ต!! ระวังติดอีเมล์ไวรัสเรียกค่าไถ่ดีเอสไอเตือนชาวเน็ต!! ระวังติดอีเมล์ไวรัสเรียกค่าไถ่
    เปิดอ่าน 3,255 ครั้ง
    เฉลยที่มาคำถาม ... "อยากให้พรุ่งนี้เป็นเมื่อวาน .. วันนี้จะได้เป็นวันศุกร์"เฉลยที่มาคำถาม ... "อยากให้พรุ่งนี้เป็นเมื่อวาน .. วันนี้จะได้เป็นวันศุกร์"
    เปิดอ่าน 11,771 ครั้ง
    อัตลักษณ์ของสถานศึกษา คืออะไร จำเป็นอย่างไรอัตลักษณ์ของสถานศึกษา คืออะไร จำเป็นอย่างไร
    เปิดอ่าน 25,800 ครั้ง

    เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
    สนามเด็กเล่น

    แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


    เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม