ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ผลวิจัยนักวิชาการไม่เห็นด้วย100 %เด็กสอบเข้าป.1

ผลวิจัยนักวิชาการไม่เห็นด้วย100 %เด็กสอบเข้าป.1

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 7 ก.ย. 2561 เปิดอ่าน : 5,014 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ผลวิจัยนักวิชาการไม่เห็นด้วย100 %เด็กสอบเข้าป.1

Advertisement

ครุศาสตร์ มสด.ร่วมกับสวนดุสิตโพล เปิดผลวิจัยสอบเข้าป.1 นักวิชาการไม่เห็นด้วย 100 %การสอบเข้า ชี้ส่งผลพัฒนาการเด็ก พบหลายโรงไม่ให้เด็กนอนกลางวันเอาเวลาไปติว กวดวิชาต่อปีเกิน1แสน แนะใช้วิธีหลากหลายคัดเด็กตามความเหมาะสม

วันนี้(6ก.ย.)ที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต(มสด.)ได้มีการแถลงข่าวการวิจัยเรื่อง ผลจากระบบการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อตัวเด็ก ครอบครัว และโรงเรียน รวมทั้งหาแนวทางในการคัดเลือกเด็กเพื่อเข้าศึกษาต่อระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยผศ.ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาการศึกษา มสด.ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยผลจากระบบการสอบคัดเลือกฯ กล่าวว่า สถาบันการวิจัยและพัฒนา สาขาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ และสวนดุสิตโพล ได้ศึกษาวิจัยเรื่องดังกล่าว โดยการสัมภาษณ์และแบบสอบถามในเชิงลึกและเชิงกว้าง กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักวิชการ ผู้บริหารโรงเรียน ครู ผู้ปกครองและเด็ก ผลวิจัยพบว่านักการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญไม่เห็นด้วย 100 % กับการให้เด็กสอบเข้าป.1 ผู้บริหารโรงเรียน ไม่เห็นด้วย 75 % เห็นด้วย 25% ครูอนุบาลไม่เห็นด้วย 58 % เห็นด้วย 42 % และผู้ปกครองไม่เห็นด้วย 48.23 % เห็นด้วย 51.11% เหตุผลที่เห็นด้วยกับการสอบ คือเด็กได้ฝึกทักษะทางวิชาการ เพื่อเตรียมตัวสอบ การสอบทำให้โรงเรียนประถมศึกษาสามารถจัดเด็กที่มีความสามารถใกล้เคียงกันไว้ห้องเดียวกัน เด็กทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันในการศึกษาต่อโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและสามารถตรวจสอบได้ ส่วนเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับการสอบคือ การสอบไม่สามารถประเมินความสามารถของเด็กได้ครอบคลุมทุกด้าน การสอบไม่สอดคล้องกับหลักการทางการศึกาปฐมวัย และการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย เด็กเกิดความกดดันและความเครียด และเด็กไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมตามวัย

ผศ.ดร.ชนะศึก กล่าวต่อไปว่า ส่วนระบบการสอบคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษาต่อป.1 มีผลต่อตัวเด็ก 4 ด้านคือ ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม-จิตใจ และสติปัญญา โดยนักวิชาการส่วนใหญ่เห็นว่าการสอบทำให้เด็กขาดโอกาสในการพัฒนาทางด้านร่างกาย และน่าตกใจโรงเรียนหลายแห่งไม่ให้เด็กนอนกลางวัน เพราะเอาเวลานอนไปติวให้แก่เด็ก เพื่อเตรียมตัวสอบเข้า ป.1 ส่วนผลต่อพัฒนาการด้านอารมณ์ คือเด็กเกิดความกดดัน เครียดสะสมบางคนถึงอาเจียน ทำให้ความสุขของเด็กลดลง กรณีที่เด็กสอบไม่ได้จะรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถทำให้ผู้ปกครองดีใจ เกิดความผิดหวังเพราะถูกตัดสิทธิ์ตามข้อตกลงกับผู้ปกครอง และนำไปสู่การทำลายความมั่นใจของเด็ก ส่วนพัฒนาการด้านสังคม ผลเชิงบวกเด็กมีโอกาสรู้จักกับเพื่อนใหม่ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แต่เกิดผลเชิงลบ เด็กขาดโอกาสในการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน เพราะมุ่งเน้นฝึกทำข้อสอบ ปลูกฝังลักษณะนิสัยชอบเอาชนะ ด้านพัฒนาการสติปัญญา ผลเชิงลบ เด็กเรียนรู้แต่การท่องจำและฝึกทักษะทางวิชาการ ทำให้สมองของเด็กไม่ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับวัยของเด็ก

ผศ.ดร.ชนะศึก กล่าวอีกว่า ส่วนผลกระทบการสอบที่มีต่อครอบครัวคือ การใช้เวลาร่วมกันของครอบครัวลดลง ครอบครัวต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากจ่ายค่าเรียนพิเศษ หรือการกวดวิชา บางครอบครัวเสียค่ากวดวิชา เพื่อเตรียมสอบเข้าเกิน 100,000 บาท ต่อปี ขณะที่ผลกระทบต่อโรงเรียนคือ โรงเรียนอนุบาล ต้องปรับรูปแบบการสอนโดยเพิ่มเนื้อหาวิชาการมากเกินไป โรงเรียนต้องเตรียมตัวเด็กโดยการจำลองสถานการณ์ในการสอบทำให้การทำกิจกรรมลดลง เพราะเป็นความต้องการของผู้ปกครอง ครูต้องเพิ่มหน้าที่ในการเตรียมตัวในการสอบให้กับเด็กทั้งในวันปกติและวันหยุด ส่วนโรงเรียนประถมศึกษาเด็กมีพฤติกรรมต่อต้านการเรียน เรียนรู้เพื่อทำข้อสอบ ไม่สามารถปรับประยุกต์ความรู้ที่เรียนเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

“สำหรับข้อเสนอและแนวทางในการคัดเลือกเด็กเข้าป.1 มีความหลากหลาย เช่น การประเมินพัฒนาการและสมรรถนะของเด็กตามวัย การรับเด็กในเขตพื้นที่บริการ/ใกล้บ้าน การจับฉลาก การสัมภาษณ์เด็ก การทดสอบ การสัมภาษณ์พ่อแม่ และผู้ปกครอง อย่างไรก็ตามในการคัดเลือกเด็กเข้าป.1นั้นยังไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุด โรงเรียนควรใช้วิธีที่หลากหลายในการคัดเลือกเด็กเข้าศึกษาต่อ และการใช้วิธีการทดสอบควรอยู่ในมาตรฐาน หรือเกณฑ์การพัฒนาตามความพร้อมในแต่ละช่วงวัย”ผศ.ดร.ชนะศึก กล่าว

ด้านรศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี อดีตผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การสอบเกิดผลกระทบชัดเจนกับเด็ก โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูก 2 คน คือ ลูก 1 คนสอบติด แต่ลูกอีกคนสอบไม่ติด และจากประสบการณ์พบเด็กน่าสงสารมาก อายุ 3 ปี แต่เล่นไม่เป็น เนื่องจากพ่อแม่ไม่มีเวลาในการทำกิจกรรมร่วมกับลูก ทำให้เด็กเวลาไปเล่นกับเด็กคนอื่นจะเล่นแรงมาก เพราะไม่รู้ว่าควรจะเล่นขนาดไหน สุดท้ายเด็กเป็นจำเลย.


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์ วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน 2561

 

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผลวิจัยนักวิชาการไม่เห็นด้วย100 %เด็กสอบเข้าป.1 , , ผลวิจัยนักวิชาการไม่เห็นด้วย100 , %เด็กสอบเข้าป.1 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!

  • ≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
    “สพฐ.”ประกาศผลตัดสินหนังสั้น “เพิ่มเวลารู้แบบ Active Learning”☕ 21 ก.ย. 2561
    “สพฐ.”ประกาศผลตัดสินหนังสั้น “เพิ่มเวลารู้แบบ Active Learning”
    เปิดอ่าน 4,359 ครั้ง
    การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 งบเงินอุดหนุน รายการค่าหนังสือเรียน ภาคเรียนที่ 1/2561 เพิ่มเติม☕ 20 ก.ย. 2561
    การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 งบเงินอุดหนุน รายการค่าหนังสือเรียน ภาคเรียนที่ 1/2561 เพิ่มเติม
    เปิดอ่าน 10,866 ครั้ง
    ส่งงบฯหนังสือเรียนปี 61 ถึงสถานศึกษาแล้ว☕ 20 ก.ย. 2561
    ส่งงบฯหนังสือเรียนปี 61 ถึงสถานศึกษาแล้ว
    เปิดอ่าน 4,394 ครั้ง
    การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการทุนการศึกษาด้านการสอนภาษาต่างประเทศที่สองเพื่อผลิตครูในสาขาวิชาที่ขาดแคลน รุ่นที่ 4 ประจำปี 2559☕ 20 ก.ย. 2561
    การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการทุนการศึกษาด้านการสอนภาษาต่างประเทศที่สองเพื่อผลิตครูในสาขาวิชาที่ขาดแคลน รุ่นที่ 4 ประจำปี 2559
    เปิดอ่าน 5,361 ครั้ง
    สอบครูผู้ช่วย 61 คนสอบได้ไม่ถึงครึ่ง☕ 19 ก.ย. 2561
    สอบครูผู้ช่วย 61 คนสอบได้ไม่ถึงครึ่ง
    เปิดอ่าน 18,704 ครั้ง

    Advertisement
    Advertisment

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    "มะละกอ" มีถิ่นกำเนิดจากที่ใด?"มะละกอ" มีถิ่นกำเนิดจากที่ใด?
    เปิดอ่าน 8,786 ครั้ง
    แนวปฏิบัติในการโอนบุคลากรด้านการศึกษาในสถานศึกษาไป อปท.แนวปฏิบัติในการโอนบุคลากรด้านการศึกษาในสถานศึกษาไป อปท.
    เปิดอ่าน 10,639 ครั้ง
    ระบบสุริยะจักรวาล  ระบบสุริยะจักรวาล
    เปิดอ่าน 20,518 ครั้ง
    อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์
    เปิดอ่าน 7,535 ครั้ง
    ประโยชน์ 5 ข้อของการรีไฟแนนซ์บ้านประโยชน์ 5 ข้อของการรีไฟแนนซ์บ้าน
    เปิดอ่าน 7,157 ครั้ง

    เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
    สนามเด็กเล่น

    แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


    เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม