ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญ

คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 12 ก.ย. 2561 เปิดอ่าน : 7,705 ครั้ง

Advertisement


☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญ

Advertisement

คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา เห็นชอบโครงการขยายระยะเวลา การเพิ่มการผลิตและพัฒนาการจัดการศึกษา สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ ผลิตพยาบาลเพิ่ม 5,268 คนในปีการศึกษา 2561-2562 

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา ครั้งที่ 1/61 เห็นชอบโครงการขยายระยะเวลาการเพิ่มการผลิตและพัฒนาการจัดการศึกษา สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ ให้ดำเนินการปีการศึกษา 2561-2562 เพื่อผลิตพยาบาลเพิ่ม 5,268 คน

วันนี้ (10 ก.ย.61) เวลา 13.30 น. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา ครั้งที่ 1/2561 โดยมี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม สรุปสาระสำคัญดังนี้


นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายแนวทางการพัฒนาการศึกษาควรน้อมนำพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 และต้องมุ่งผลลัพธ์ของผู้เรียน ทั้งนี้ ควรกำหนดจุดเน้นในการพัฒนาผู้เรียนในแต่ละช่วงวัยและระดับการศึกษาที่ชัดเจน อาทิ ระดับอนุบาล ประถมศึกษา ควรเน้นพัฒนาการ ทักษะความรู้ที่เหมาะสม ระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา เน้นการพัฒนาทักษะความรู้ ทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และทิศทางการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ การขับเคลื่อนการพัฒนาจะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับภาคีการพัฒนาทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับพื้นที่เพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษา อาทิ การพัฒนาโรงเรียนร่วมพัฒนา การพัฒนาโรงเรียน/ห้องเรียนกีฬา การพัฒนานวัตกรรมการศึกษา โดยควรมีการขยายผลให้ครอบคลุมทุกกลุ่มจังหวัด รวมทั้งต้องให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้นักเรียน/ประชาชนค้นคว้าหาความรู้ผ่านห้องสมุด เพื่อให้นำความรู้มาถกแถลงและต่อยอดองค์ความรู้ให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรมีการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนถึงประโยชน์ของการพัฒนาการศึกษาทั้งในมิติของนักเรียน ครู และสถานศึกษาให้ชัดเจน และที่สำคัญในการจัดทำแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ควรจัดทำแผนแม่บทที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาให้ชัดเจนด้วย

ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นและมีมติใน 2 เรื่อง ดังนี้

1. โครงการขยายระยะเวลาการเพิ่มการผลิตและพัฒนาการจัดการศึกษา สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ (ปีการศึกษา 2561 – 2565) เพื่อพัฒนาสุขภาวะของประชาชนและตอบสนองยุทธศาสตร์ประเทศ ระยะที่ 1 (ปีการศึกษา 2561–2562) ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อผลิตพยาบาลวิชาชีพในระดับปริญญาตรีรองรับการขยายศักยภาพการให้บริการด้านสาธารณสุข โดยเห็นชอบให้ดำเนินการในปีการศึกษา 2561-2562 เพื่อผลิตพยาบาลเพิ่มจำนวน 5,268 คน ทั้งนี้ เห็นควรพิจารณากำหนดเงื่อนไข/มาตรการให้ผู้สำเร็จการศึกษาอยู่กับภาครัฐได้ยาวนานขึ้น และหาแนวทางในการร่วมผลิตกับภาคเอกชน

2. โครงการพัฒนาระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มการศึกษาแห่งชาติเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลระหว่างกระทรวง/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นควรให้นำโครงการดังกล่าวไปหารือร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) เพื่อจัดทำโครงการในลักษณะภาพรวมของประเทศ ให้มีความครอบคลุมทั้งเรื่องทักษะความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) นโยบาย (Policy) วิธีการสอน (Pedagogy) และโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) รวมทั้งคำนึงถึงการออกแบบและการบริหารจัดการข้อมูลโดยควรมีนักการศึกษาที่เชี่ยวชาญด้าน Big data ร่วมด้วย

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญใน 2 ส่วน กล่าวคือ (1) การดำเนินการในลักษณะของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ (Disruption reform) อาทิ การประกันคุณภาพการศึกษารูปแบบใหม่ การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของครู การเปิดให้ต่างชาติเข้ามาจัดการศึกษาในไทย การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และ (2) การเพิ่มประสิทธิภาพในระบบจัดการศึกษา อาทิ โรงเรียนร่วมพัฒนา พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา การบริหารศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา การผลิตอาชีวะพันธุ์ใหม่และบัณฑิตพันธุ์ใหม่ โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้

  • การประกันคุณภาพการศึกษารูปแบบใหม่ เพื่อปรับปรุงระบบประเมินให้ชัดเจน ไม่เป็นภาระแก่ครูและนักเรียน เป็นการประกันคุณภาพเพื่อการพัฒนา และให้หน่วยงานทำหน้าที่สอดคล้องและไม่ซ้ำซ้อนกัน โดยจะเริ่มการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกรอบที่ 4ในเดือนนี้
  • Boot Camp for English Teachers การเปลี่ยนวิธีฝึกครูให้มีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีขึ้น โดยการอบรมแบบมีประสิทธิภาพสูงครบวงจร ตั้งแต่เนื้อหา และการสอนนักเรียน ทั้งนี้จะให้มหาวิทยาลัยราชภัฏจำนวน 15 แห่งรับเป็น Bootcamp center โดยมี British Council ทำหน้าที่ประเมินผลต่อไป
  • การเปิดให้ต่างชาติเข้ามาจัดการศึกษาในไทย ได้แก่ (1) มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon พัฒนาหลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในสาขาหุ่นยนต์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (2) Pearson พัฒนาหลักสูตรฺ BTEC ระดับ TVET สาขา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (3) มหาวิทยาลัยอมตะร่วมกับ National Taiwanese University ในการจัดหลักสูตรระดับปริญญาโทสาขา Intelligent Manufacturing System
  • การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยจัดให้โรงเรียนมี high-speed internet และพัฒนาระบบ PISA Online เพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบ PISA ให้กับนักเรียน รวมถึงพัฒนาการประเมินทักษะภาษาอังกฤษ (English Assessment) ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ British Council โดยใช้ AI ในการวัดทักษะการพูดและการเขียน
  • โรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆในการบริหารจัดการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา โดยให้มีความอิสระในการออกแบบหลักสูตรเอง ที่เชื่อมโยงและร่วมแก้ปัญหาของชุมชน อิสระการออกแบบจัดการเรียนการสอนเอง ที่เน้นการเรียนจากประสบการณ์จริงเพิ่มขึ้น และอิสระในการบริหารจัดการเอง ให้มีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และมุ่งผลสัมฤทธิ์เป็นสำคัญ ทั้งนี้ มีการดำเนินการแล้ว 34 จังหวัด จำนวน 50 แห่ง และมีแผนจะเปิดในภาคเรียนที่ 2 เพิ่มอีก 24 แห่ง
  • เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อให้มีนวัตกรรมออกแบบการเรียนการสอนและการจัดหลักสูตรที่มีความคล่องตัวในการทำงาน โดยมีการขับเคลื่อนประกาศจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาใน 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ศรีสะเกษ และสตูล มีโครงสร้างการบริหารในระดับพื้นที่ คือ คณะกรรมการบริหารเขตพื้นที่ มีอำนาจในการวางหลักเกณฑ์การกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนของสถานศึกษานำร่อง โดยมีข้อเสนอแนะให้ขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั้ง 18 กลุ่มจังหวัด
  • การบริหารศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา มีการจัดทำฐานข้อมูลกลางความต้องการกำลังคนอาชีวะจำแนกรายสาขาที่เป็นที่นิยมและที่ขาดการเปิดหลักสูตร S-Curve และหลักสูตรพัฒนาครู ทั้งนี้ มีศูนย์ครบทุกภูมิภาคแล้ว
  • โครงการผลิตอาชีวะพันธุ์ใหม่และบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง เน้นกระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบ Work Integrated Learning (WIL) แบบเข้มข้น มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะฝีมือควบคู่กับการทํางาน เพื่อให้มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ รวมถึงการฝึกทักษะระยะสั้น (6 เดือน – 1 ปี) มีสถานศึกษาอาชีวศึกษานำร่อง 27 แห่ง ใน 6 สาขาวิชา และสถาบันอุดมศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ จํานวน 23 แห่ง ใน 99 หลักสูตร
  • โครงการคูปองพัฒนาครู เป็นการกำหนดกรอบวงเงินให้ครูรายบุคคล เพื่อใช้เป็นทุนในการพัฒนาตนเองรายละ 10,000 บาท/ปี โดยเป็นการลงทะเบียนออนไลน์ในหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจากสถาบันคุรุพัฒนา ผลจากการดำเนินโครงการ พบว่า ทำให้การใช้งบประมาณในการพัฒนาครูลดลงจากเก้าพันล้านบาทเหลือสองพันล้านบาท
  • การก่อตั้งสถาบันการศึกษารูปแบบโคเซ็น (KOSEN) ในประเทศไทย เพื่อผลิตนวัตกรให้กับประเทศ โดยมี 2 วิทยาเขตที่ญี่ปุ่นให้การรับรองเป็นสถาบัน KOSEN ได้แก่ KOSEN KMITL (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) และ KOSEN KMUTT (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี)

-------------------------------

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก
(ข้อมูลจากฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา)

ที่มาภาพและข่าวจาก เว็บไซต์รัฐบาลไทย วันที่ 10 กันยายน 2561

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญ , , คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา , รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ยกเครื่องประเมินวิทยฐานะ"ครูตั้น" สร้างระบบประเมินกลาง ใช้ได้หลากหลายสายงาน☕ 17 ก.ย. 2563
ยกเครื่องประเมินวิทยฐานะ"ครูตั้น" สร้างระบบประเมินกลาง ใช้ได้หลากหลายสายงาน
เปิดอ่าน 3,540 ครั้ง
แนวทางการเปิดห้องเรียนพิเศษในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2564☕ 17 ก.ย. 2563
แนวทางการเปิดห้องเรียนพิเศษในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2564
เปิดอ่าน 3,601 ครั้ง
กรมบัญชีกลาง พร้อมจ่าย!! เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ 17 กันยายน 2563☕ 17 ก.ย. 2563
กรมบัญชีกลาง พร้อมจ่าย!! เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ 17 กันยายน 2563
เปิดอ่าน 660 ครั้ง
แนวปฏิบัติการขออนุมัตินำคุณวุฒิในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอกมาลดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ในการขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ☕ 17 ก.ย. 2563
แนวปฏิบัติการขออนุมัตินำคุณวุฒิในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอกมาลดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ในการขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ
เปิดอ่าน 2,595 ครั้ง
กลุ่มนร.การศึกษาเพื่อความไท ร้องรมว.ศธ. ถอนระเบียบทรงผมนร.-เปิดรับฟังความเห็นตรงไม่ผ่านตัวกลาง☕ 17 ก.ย. 2563
กลุ่มนร.การศึกษาเพื่อความไท ร้องรมว.ศธ. ถอนระเบียบทรงผมนร.-เปิดรับฟังความเห็นตรงไม่ผ่านตัวกลาง
เปิดอ่าน 1,250 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ประวัติของทุเรียนในประเทศไทยประวัติของทุเรียนในประเทศไทย
เปิดอ่าน 14,538 ครั้ง
เลขท้ายทะเบียนบ้านใด "มีเสนห์ - มีคนช่วยเหลือ"เลขท้ายทะเบียนบ้านใด "มีเสนห์ - มีคนช่วยเหลือ"
เปิดอ่าน 9,878 ครั้ง
เอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์ เอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์
เปิดอ่าน 7,841 ครั้ง
ถอดรหัสลับบิ๊ก "แอปเปิล" 6 สูตรสำเร็จที่ใคร ๆ อยากรู้ ?ถอดรหัสลับบิ๊ก "แอปเปิล" 6 สูตรสำเร็จที่ใคร ๆ อยากรู้ ?
เปิดอ่าน 6,995 ครั้ง
คณิตศาสตร์เกิดขึ้นได้อย่างไรคณิตศาสตร์เกิดขึ้นได้อย่างไร
เปิดอ่าน 18,610 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ