ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > เปิดรับลงทะเบียนเงินอุดหนุน "เด็กแรกเกิด" 31 พ.ค. คนเข้าเกณฑ์ใหม่ - เกิด 1 ต.ค. 61 รีบมาแจ้ง

เปิดรับลงทะเบียนเงินอุดหนุน "เด็กแรกเกิด" 31 พ.ค. คนเข้าเกณฑ์ใหม่ - เกิด 1 ต.ค. 61 รีบมาแจ้ง

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 18 พ.ค. 2562 เปิดอ่าน : 5,474 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

เปิดรับลงทะเบียนเงินอุดหนุน "เด็กแรกเกิด" 31 พ.ค. คนเข้าเกณฑ์ใหม่ - เกิด 1 ต.ค. 61 รีบมาแจ้ง

Advertisement

พม.เปิดรับลงทะเบียนเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด - 6 ปี 600 บาทต่อเดือน ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. - 31 ก.ค.นี้ หลังขยายฐานรายได้เป็นไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี คาดจะมีเด็กเข้าระบบถึง 1.5 ล้านคน จากเดิมที่มีอยู่ 6 แสนคน ชี้เด็กที่อยู่ในโครงการอยู่แล้ว จะรับต่อไป ส่วนคนที่เข้าเกณฑ์ใหม่ให้ลงทะเทียนที่้ท้องถิ่น และเด็กที่เกิดตั้งแต่ 1 ต.ค. 61 - 30 ก.ย. 62 ให้มาลงทะเบียนด้วย

วันนี้ (8 พ.ค.) นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และนายปิติภณ โพธิ์ใต้ ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ร่วมกันแถลงข่าว "โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด" ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2562 ให้สนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดตั้งแต่ 0 - 6 ปี จากฐานรายได้เดิม 36,000 บาท ขยายเป็นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคนต่อปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 ซึ่งจะเปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 31 พ.ค. 2562 เป็นต้นไป

นายปรเมธี กล่าวว่า การสนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดตั้งแต่ 0 - 6 ปี จำนวน 600 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งขยายฐานรายได้เป็นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 มีเด็กได้รับสิทธิแบ่งออกเป็น 3 กรณี ได้แก่

1. เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558 - 30 ก.ย. 2561 ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิรายเดิมจะได้รับเงินต่อเนื่องจนอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์

2. เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558 - 30 ก.ย. 2561 ที่มีคุณสมบัติครบ แต่ไม่เคยได้รับสิทธิมาก่อนให้ไปลงทะเบียนที่ท้องถิ่น และ

3. เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

กรณีมาลงทะเบียนในปีงบประมาณ 2562 จะได้รับสิทธินับจากวันที่เด็กเกิดจนถึงอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ แต่หากลงทะเบียนหลังจากวันที่ 30 ก.ย.2562 ไปแล้ว จะได้รับเงินนับจากวันที่ลงทะเบียนเป็นต้นไป จนถึงอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์

นายปรเมธี กล่าวว่า ดย.ได้ปรับปรุงระเบียบกรมกิจการเด็กและเยาวชน ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ให้สอดรับกับมติ ครม. พร้อมพัฒนาระบบฐานข้อมูลโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้รองรับกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2562 ซึ่งปัจจุบันมีผู้มีสิทธิจำนวน 600,000 คน และคาดว่า เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2562 จะมีเด็กได้รับสิทธิประมาณ 1,500,000 คน รวมทั้งพัฒนาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำเข้าข้อมูลแบบสมบูรณ์ เพื่อให้ อปท.สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ยื่นคำร้องขอรับเงินอุดหนุน การตรวจสอบสถานะของผู้มีสิทธิของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ในฐานะเจ้าของข้อมูล เพื่อติดตามความก้าวหน้าของกลุ่มเป้าหมาย และพัฒนาให้ผู้ยื่นคำร้องขอรับสิทธิสามารถตรวจสอบสิทธิได้ด้วยตนเอง

“พม. จะเปิดให้ผู้มีสิทธิได้ยื่นคำร้องขอรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. - 31 ก.ค. 2562 โดยผู้มีสิทธิที่อาศัยอยู่ใน กทม. สามารถลงทะเบียนยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานเขต และผู้ที่อาศัยอยู่ในส่วนภูมิภาค ให้ยื่นคำร้องได้ที่ อปท.ที่เด็กอาศัยอยู่ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โทร. 0-2255-5850-7 ต่อ 121,122,123 ,147 และ 0-2651-6534 โทรสาร 0-2253-9119 หรือติดตามที่ Facebook โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด” นายปรเมธี กล่าว

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า การพัฒนาเด็กให้เป็นคนดี เก่งและเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศไทย จะต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่ช่วงปฏิสนธิในครรภ์จนอายุ 6 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนาสูงสุดและยังเป็นรากฐานของการมีคุณภาพของคนๆ หนึ่งอย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิต โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จึงเป็นโครงการที่ตอบสนองต่อการสร้างต้นทุนชีวิตให้กับเด็กที่มั่นคง ที่ผ่านมา สธ.ได้ดำเนินงานด้านการดูแลและปกป้องสุขภาพมารดา และเด็กปฐมวัย โดยสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและวางแนวทางดำเนินงานตามโครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต เริ่มตั้งแต่แม่ก่อนการตั้งครรภ์ แม่จะได้รับวิตามินเสริมธาตุเหล็กและโฟลิก ก่อนการตั้งครรภ์ 3 เดือนฟรี เพื่อป้องกันความพิการแต่กำเนิดของลูก

"เมื่อตั้งครรภ์จะได้รับการตรวจครรภ์ทุกที่ ฟรีทุกสิทธิ์ ได้รับวิตามินเสริมธาตุเหล็ก ไอโอดีน โฟลิกฟรี จนถึง 6 เดือนหลังคลอด เมื่อทารกคลอดได้กินนมแม่ในห้องคลอด และสนับสนุนให้กินนมแม่ต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน ควบคู่อาหารตามวัยเด็กได้รับวัคซีนสร้างภูมิต้านทานโรค การประเมินภาวะโภชนาการและการเลือกเมนูอาหารตามวัยของลูกในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก การตรวจพัฒนาการตามวัย การตรวจสุขภาพและการรักษาพยาบาลเมื่อยามเจ็บป่วย" พญ.พรรณพิมล กล่าว

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า สธ.ได้ส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ การเจริญเติบโตและการส่งเสริมพัฒนาการเด็กในสถานบริการสาธารณสุข โดยมารดาช่วงตั้งครรภ์จะได้รับสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก เพื่อดูแลสุขภาพตนเองและลูกควบคู่กับการได้รับความรู้ ฝึกทักษะการเลี้ยงดูลูกตามกระบวนการโรงเรียนพ่อแม่ โดยให้ความรู้แก่แม่หรือผู้เลี้ยงดูให้ดูแลสุขภาพ โภชนาการ ดูแลสุขภาพช่องปากและส่งเสริมพัฒนาการตามกระบวนการ กิน กอด เล่นเล่า นอน เฝ้าดูฟัน และพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็กจะได้รับความรู้ตรงจากโปรแกรม ๙ ย่างเพื่อสร้างลูก เมื่อเด็กอายุ 3-5 ปี เป็นช่วงสมองส่วนบริหารพัฒนาสูงสุด ซึ่งเด็กส่วนใหญ่จะอยู่ในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยและโรงเรียนระดับชั้นอนุบาล กรมอนามัย จึงได้ผลิตคู่มือการเรียนการสอน ด้านสุขภาพตาม “คำสอนพ่อ” เพื่อให้คุณครูใช้เป็นคู่มือการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบ STEM EDUCATION โดยบูรณาการเนื้อหา สุขภาพ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ ให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองแบบ Project approach ด้วยการลงมือทำปฏิบัติจริง นำความรู้ สู่ความคิดสร้างสรรค์ คิดเชิงวิพากษ์ การสื่อสารและสร้างนวัตกรรม อีกทั้งผลิตคู่มือต้นแบบ “เลี้ยงลูกตามคำสอนของพ่อ” คุณธรรม 8 ประการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ครอบครัวได้ใช้ในการอบรม บ่มเพาะลูก

 

“นอกจากนี้ กรมอนามัยได้ขับเคลื่อนมาตรการทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ปกป้องให้เด็กรับนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนและกินนมแม่ควบคู่อาหารตามวัยจนลูกอายุ 2 ปี และมีการติดตามเด็กในโครงการฯ โดยใช้ โครงการฯ โดยใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก เพื่อตรวจสอบการเข้ารับบริการด้านสุขภาพ ดังนี้ 1) มารดาช่วงตั้งครรภ์ ฝากครรภ์ตามนัดหรือไม่ 2) มีการบันทึกน้ำหนัก ส่วนสูงและจุดกราฟโภชนาการและประเมินพัฒนาการลูกหรือไม่ 3) มีการพาลูกไปตรวจสุขภาพ ตรวจพัฒนาการ ฉีดวัคซินตามนัดหรือไม่ และ 4) ได้ใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กอ่านและบันทึก การดูแลสุขภาพของแม่และลูกตามแนวทางการเลี้ยงดูเด็กตามวัยอย่างเหมาะสมหรือไม่ เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่องและเติบโตเป็นเด็กไทยที่ดี เก่ง และเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 8 พ.ค. 2562

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เปิดรับลงทะเบียนเงินอุดหนุน "เด็กแรกเกิด" 31 พ.ค. คนเข้าเกณฑ์ใหม่ - เกิด 1 ต.ค. 61 รีบมาแจ้ง , ทารก , อาหารเด็กแรกเกิด , วิตามินเสริม , ตั้งครรภ์ , พัฒนาการเด็ก << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
จดหมายเปิดผนึกถึง รมว.ศธ. จาก สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย☕ 8 เม.ย. 2563
จดหมายเปิดผนึกถึง รมว.ศธ. จาก สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย
เปิดอ่าน 12,728 ครั้ง
"รมว.ศธ." เผยไม่มีปิดเทอม เดือน ต.ค.63 และ เม.ย.64 หลังเลื่อนเปิดเทอมปี 1/63 เป็น 1ก.ค.☕ 7 เม.ย. 2563
"รมว.ศธ." เผยไม่มีปิดเทอม เดือน ต.ค.63 และ เม.ย.64 หลังเลื่อนเปิดเทอมปี 1/63 เป็น 1ก.ค.
เปิดอ่าน 21,696 ครั้ง
"เสมา1"จ่อแจกแท็บเล็ตเด็กเรียนออนไลน์หลังเลื่อนเปิดเรียน 1 ก.ค. ย้ำ!ไม่มีการปิดเทอมเดือนต.ค.☕ 7 เม.ย. 2563
"เสมา1"จ่อแจกแท็บเล็ตเด็กเรียนออนไลน์หลังเลื่อนเปิดเรียน 1 ก.ค. ย้ำ!ไม่มีการปิดเทอมเดือนต.ค.
เปิดอ่าน 6,541 ครั้ง
ครม.รับทราบให้สถานศึกษาเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1/2563 จาก 16 พ.ค. เป็น 1 ก.ค.☕ 7 เม.ย. 2563
ครม.รับทราบให้สถานศึกษาเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1/2563 จาก 16 พ.ค. เป็น 1 ก.ค.
เปิดอ่าน 4,294 ครั้ง
นายกรัฐมนตรีห่วงการเรียนเด็ก สั่งศธ.ชงวางแผนสอนออนไลน์☕ 6 เม.ย. 2563
นายกรัฐมนตรีห่วงการเรียนเด็ก สั่งศธ.ชงวางแผนสอนออนไลน์
เปิดอ่าน 5,422 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ยก "ครู" เป็นอาชีพทรงเกียรติ เด็กจึงจะเรียนเก่ง ตอน1ยก "ครู" เป็นอาชีพทรงเกียรติ เด็กจึงจะเรียนเก่ง ตอน1
เปิดอ่าน 22,391 ครั้ง
มาร์ติน วิลเลอร์ ฝรั่งบรรยายเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ที่สนุกมากกว่าทอล์คโชว์ เว้าภาษาอีสานมาร์ติน วิลเลอร์ ฝรั่งบรรยายเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ที่สนุกมากกว่าทอล์คโชว์ เว้าภาษาอีสาน
เปิดอ่าน 11,397 ครั้ง
3G มาแล้ว พร้อมหรือยัง?3G มาแล้ว พร้อมหรือยัง?
เปิดอ่าน 11,935 ครั้ง
แนะพ่อแม่เลือกเฟ้น หลีกของเล่นอันตรายแนะพ่อแม่เลือกเฟ้น หลีกของเล่นอันตราย
เปิดอ่าน 5,480 ครั้ง
DIY วิธีทำหน้ากากอนามัยแบบมีช่องใส่แผ่นกรอง สามารถซักแล้วนำกลับมาใช้ได้ใหม่DIY วิธีทำหน้ากากอนามัยแบบมีช่องใส่แผ่นกรอง สามารถซักแล้วนำกลับมาใช้ได้ใหม่
เปิดอ่าน 14,312 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ