ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > จดหมายเปิดผนึกถึง กพฐ. ฉบับที่ 1 เรื่อง ไม่เห็นด้วยกับการยุบโรงเรียนและการตัดอัตรากำลังครูสำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน

จดหมายเปิดผนึกถึง กพฐ. ฉบับที่ 1 เรื่อง ไม่เห็นด้วยกับการยุบโรงเรียนและการตัดอัตรากำลังครูสำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 17 ส.ค. 2562 เปิดอ่าน : 12,249 ครั้ง

Advertisement


☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
จดหมายเปิดผนึกถึง กพฐ. ฉบับที่ 1  เรื่อง ไม่เห็นด้วยกับการยุบโรงเรียนและการตัดอัตรากำลังครูสำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน

Advertisement

 
จดหมายเปิดผนึกถึง คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ฉบับที่ 1

เรื่อง ไม่เห็นด้วยกับการยุบโรงเรียนและการตัดอัตรากำลังครูสำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน 

เรียน ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ตามที่ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ) แจ้งว่าเมื่อเร็วๆนี้ที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้หารือถึงการควบรวมสถานศึกษาโดยนำเด็กนักเรียนไปเรียนโรงเรียนอื่น 100 % แล้วสองปี มั่นใจว่าไม่มีปัญหาแล้วให้ทำเรื่องเลิกสถานศึกษาซึ่งน่าจะเป็นขั้นบันไดในการเลิกสถานศึกษาที่ดีและขณะนี้ได้แจ้งให้ สพฐ ได้ไปดูระเบียบ แนวปฏิบัติ ประกาศ ของสพฐเกี่ยวกับการควบรวมสถานศึกษา เลิกสถานศึกษา และเสนอแนะให้ยกเลิกของเก่าทั้งหมด แล้วออกเป็น ประกาศใหม่ฉบับเดียวเพื่อไม่ให้คำสั่งที่มีอยู่ขัดแย้งกัน นอกจากนี้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.)ไม่อนุมัติอัตราครูและผู้บริหารสถานศึกษาให้โรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน หากมีครูเกษียณก็จะไม่มีการเติมครูและผู้บริหารให้ บางโรงเรียนที่ไม่มีนักเรียนก็ยังยุบเลิกไม่ได้เพราะต้องเป็นความยินยอมของชุมชนดังนั้นถ้าไม่ทุบโต๊ะและปล่อยให้ชุมชนคิด คงไม่มีวันสำเร็จ นั้น เห็นว่า

1. การยุบหรือควบรวมสถานศึกษาโดยอาศัยช่องทางทางกฎหมายอย่างเดียวแต่เพียงฝ่ายเดียวหากไม่มีการทำประชาพิจารณ์หรือไม่ให้โอกาสชุมชนผู้มีส่วนได้เสียได้เสนอแนะแสดงความคิดเห็นนั้นย่อมไม่สามารถทำได้เพราะเป็นการกระทำที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ซึ่งบัญญัติไว้มีสาระสำคัญว่ารัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ การออกกฎหมายที่จะยุบและควบรวมโรงเรียนโดยที่ไม่มีการรับฟังชุมชนผู้มีส่วนได้เสียจึงเป็นการริดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ และยังขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 58 ซึ่งบัญญัติไว้มีสาระสำคัญว่าการดำเนินการใดของรัฐ ถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตหรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใดของประชาชน รัฐต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อประชาชน

2. การที่ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.)ไม่อนุมัติอัตราครูและผู้บริหารสถานศึกษาให้โรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน หากมีครูเกษียณก็จะไม่มีการเติมครูและผู้บริหารให้ นั้นก็จะเห็นได้ว่าเป็นการดำเนินการที่นอกจากจะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 77 และ มาตรา 58 แล้วก็ยังขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 54 ที่บัญญัติไว้เป็นสาระสำคัญว่ารัฐต้องให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี อย่างไม่มีค่าใช้จ่าย การที่รัฐไม่อนุมัติอัตราครูหรือไม่อนุมัติอัตราผู้บริหารโรงเรียน จึงเป็นการดำเนินการที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา54

3. สิทธิตามกฎหมายของนักเรียนนั้นคือการได้รับการศึกษาใกล้บ้าน ได้รับการสนับสนุนทางด้านการศึกษาจากชุมชนใกล้บ้าน มีความสะดวกในการเดินทาง มีความสะดวกของผู้ปกครองในการนำอาหารกลางวันมาส่งให้บุตรหลานที่โรงเรียนหรือความสะดวกของนักเรียนในการกลับไปรับประทานอาหารกลางวันที่บ้าน ความสะดวกในการกลับถึงบ้านเร็วเพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองอันเป็นวิถีชีวิตของชุมชนในชนบท การที่จำนวนนักเรียนลดลงโดยไม่ใช่ความผิดของนักเรียนหรือความผิดของชุมชน แต่รัฐกลับแก้ปัญหาโดยการจะยุบโรงเรียน และใช้วิธีการการตัดอัตรากำลังครูไม่ให้ไปสอน ตัดอัตรากำลังโดยไม่ส่งผู้บริหารโรงเรียนไปทำหน้าที่ จึงเป็นการแก้ปัญหาที่บ่งบอกถึงการดำเนินการที่นอกจากจะขัดรัฐธรรมนูญแล้วยังเป็นการสวนทางกับการประกาศนโยบายของรัฐในเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นอกจากนี้ที่มีการประกาศในเรื่องการยุบโรงเรียนว่า “ถ้าไม่ทุบโต๊ะและปล่อยให้ชุมชนคิดคงไม่ประสบความสำเร็จนั้น” เป็นแนวคิดที่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เข้าใจในเรื่องของหลักการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา มีมุมมองว่าการตัดสินใจของชุมชนทั้งหลายไม่มีมาตรฐาน ซึ่งเป็นแนวคิดที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและมีรากเหง้ามาจากความเป็นเผด็จการอย่างยิ่ง

ผมเชื่อว่าบรรดาคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีความคิดให้ยุบโรงเรียนแล้วให้นักเรียนไปเรียนท่ีอื่นนอกชุมชนของตนเองนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่ไม่ได้เคยสัมผัสชีวิตในสังคมชนบทมาก่อน จึงไม่เข้าใจจิตใจและรับรู้ความเดือดร้อนของบุคคลที่มีวิถีชีวิตเช่นนั้น การคิดในเรื่องการจัดการศึกษาที่อาศัยเพียงหลักเศรษฐศาตร์อย่างเดียวโดยพิจารณาในเรื่องกำไรขาดทุนที่เป็นตัวเงินนั้นไม่สามารถนำมาใช้กับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้ ผมอยากให้ กพฐ ดูตัวอย่างที่ประเทศญี่ปุ่นกล่าวคือที่สถานีรถไฟคิวชิราทากิ บนเกาะฮอกไกโดของประเทศญี่ปุ่นซึ่งเดิมจะปิดสถานีเพราะผู้โดยสารน้อยและได้สร้างสถานีรถไฟแห่งใหม่ในย่านชุมชนที่อยู่ห่างออกไปแล้ว แต่การรถไฟประเทศญี่ปุ่นได้ เปลี่ยนใจยอมเดินรถเพื่อรับ-ส่ง เด็กหญิงฮาราดะ คานะ นักเรียนหญิงที่เป็นผู้โดยสารคนเดียวตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน จนถึงทุกวันนี้ โดยรถไฟจะจอดที่สถานีนี้วันละ 2 ครั้ง ตามเวลาไปกลับโรงเรียนของเด็กคนนี้ จนกว่าจะจบการศึกษาในปีนี้ ตัวอย่างเช่นนี้ย่อมแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของคุณค่าทางด้านการศึกษาของมนุษย์ที่แม้เพียงคนเดียวก็มีค่ามากมายเกินกว่าที่จะมาคิดเรื่องกำไรขาดทุนได้ ผมอยากให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานคิดในเรื่องที่ สพฐ ปรึกษาหารือ มากกว่าจะคิดในแง่มุมเชิงอำนาจ หรืออาจคิดในเรื่องของการให้ข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ในเรื่องการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มากกว่านี้เช่นการเสนอแนะให้มีการวิเคราะห์หลักสูตรว่าเหมาะสมกับโลกยุคปัจจุบันหรือไม่ เป็นต้น และหลายๆเรื่องก็ควรปล่อยให้ส่วนราชการต้นสังกัดได้มีโอกาสคิดและตัดสินใจเองบ้าง การคิดที่จะยุบ ควบรวมโรงเรียนหรือการไม่จัดสรรอัตรากำลังให้โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คนโดยไม่มีแผนรองรับที่เหมาะสมและยอมรับได้ของชุมชน นั้น สุ่มเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องให้ยกเลิกเพิกถอนและจะสร้างความเสียหายให้กับรัฐมาก เรื่องการไม่จัดสรรอัตรากำลังให้โรงเรียนทีมีนักเรียนต่ำกว่า 120 คนนั้น ผมจะเสนอเรื่องให้ฝ่ายการเมืองพิจารณาและแก้ไขปัญหาในเร็ววันนี้

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้


ขอแสดงความนับถือ

นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ

นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> จดหมายเปิดผนึกถึง กพฐ. ฉบับที่ 1 เรื่อง ไม่เห็นด้วยกับการยุบโรงเรียนและการตัดอัตรากำลังครูสำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน , , จดหมายเปิดผนึกถึง , กพฐ. , ฉบับที่ , 1 , , เรื่อง , ไม่เห็นด้วยกับการยุบโรงเรียนและการตัดอัตรากำลังครูสำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า , 120 , คน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"ณัฏฐพล"ไขข้อข้องใจเรื่องงบฯ แจงรวมทุกองค์กรเฉพาะการจัดสอบเท่านั้น☕ 23 ก.ย. 2563
"ณัฏฐพล"ไขข้อข้องใจเรื่องงบฯ แจงรวมทุกองค์กรเฉพาะการจัดสอบเท่านั้น
เปิดอ่าน 123 ครั้ง
การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการเพชรในตมเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย รุ่นที่ 30☕ 23 ก.ย. 2563
การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการเพชรในตมเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย รุ่นที่ 30
เปิดอ่าน 240 ครั้ง
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย☕ 23 ก.ย. 2563
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย
เปิดอ่าน 2,396 ครั้ง
แต่งตั้งซี 10 ศธ.เจอโรคเลื่อน ปัดเกลี่ยตำแหน่งไม่ลงตัว☕ 23 ก.ย. 2563
แต่งตั้งซี 10 ศธ.เจอโรคเลื่อน ปัดเกลี่ยตำแหน่งไม่ลงตัว
เปิดอ่าน 1,569 ครั้ง
การสำรวจข้อมูลผู้มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอน และอยู่ระหว่างปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา☕ 22 ก.ย. 2563
การสำรวจข้อมูลผู้มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอน และอยู่ระหว่างปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา
เปิดอ่าน 1,199 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เคยเห็นมั๊ย? มดมหัศจรรย์พันธุ์ เก็บน้ำหวานจนท้องกลมป่อง เป็นเสบียงให้ฝูงเคยเห็นมั๊ย? มดมหัศจรรย์พันธุ์ เก็บน้ำหวานจนท้องกลมป่อง เป็นเสบียงให้ฝูง
เปิดอ่าน 8,938 ครั้ง
"จิ้งหรีด" เลี้ยงเล่นๆ รายได้เดือนเกือบหมื่น"จิ้งหรีด" เลี้ยงเล่นๆ รายได้เดือนเกือบหมื่น
เปิดอ่าน 70,553 ครั้ง
ตุ๊กตา "เฟอร์บี้" คืออะไร ทำไมมีราคาแพงและเป็นที่นิยมนักตุ๊กตา "เฟอร์บี้" คืออะไร ทำไมมีราคาแพงและเป็นที่นิยมนัก
เปิดอ่าน 111,918 ครั้ง
เพลงค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการเพลงค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการ
เปิดอ่าน 68,544 ครั้ง
ประวัติเครื่องหมายหาร  (÷) ประวัติเครื่องหมายหาร (÷)
เปิดอ่าน 146,540 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ