ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > จดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับท่ี 2 : นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายก ส.บ.ม.ท.

จดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับท่ี 2 : นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายก ส.บ.ม.ท.

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 23 ส.ค. 2562 เปิดอ่าน : 6,358 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

จดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับท่ี 2 : นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายก ส.บ.ม.ท.

Advertisement

จดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ( นายณัฏพล ทีปสุวรรณ) ฉบับท่ี 2

เรื่อง นโยบายด้านการศึกษา

กราบเรียน ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ( นายณัฏพล ทีปสุวรรณ)

ตามที่ ฯพณฯ ได้กรุณาให้นโยบายด้านการศึกษาในหลายๆประเด็นเช่น

- จะขับเคลื่อนการศึกษาในโลกยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยี
- หลักสูตรต้องมีสาระ มีประโยชน์และวัดได้
- ต้องมีใบประกอบวิชาชีพครู ต้องเป็นวิชาชีพชั้นสูง
- ลดภาระครู ให้ครูอยู่กับเด็ก อยู่ห้องเรียน
- ต้องพัฒนาภาษาอังกฤษให้ครู ภายใน 3 ปี ครูต้องพูดภาษาอังกฤษ ได้
- ปัญหาการทับซ้อนของ "องค์กรภายในจังหวัด" ต้องแก้ปัญหาอย่างรีบด่วนเพราะจะกระทบต่อประสิทธิภาพ
- จะไม่ยึดเพียงตัวเลขมา "ควบรวม รร.ขนาดเล็ก" แต่จะทำอย่างไรให้ รร.มีประสิทธิภาพ ครูมีคุณภาพและประชาชนได้ประโยชน์ที่สุด
- การเพิ่ม สพม.ให้ครบทุกจังหวัด คงต้องปรึกษาผู้บริหารองค์กรหลักในการดำเนินการ

นอกจากนี้ยังมีประเด็นอื่นอีกหลายประเด็นนั้น

สมาคมฯขอเรียนว่าแนวคิดและนโยบายของ ฯพณฯ นั้นเป็นนโยบายที่บรรดานักการศึกษาต่างชื่นชมว่าท่านมีวิสัยทัศน์ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาของชาติบ้านเมือง อย่างไรก็ตามสมาคมมีประเด็นที่จะขอกราบเรียนเสนอเพื่อกรุณาทราบ ดังนี้

1. ตามที่ ฯพณฯ เห็นว่าปัญหาการทับซ้อนของ "องค์กรภายในจังหวัด" ต้องแก้ปัญหาอย่างรีบด่วนเพราะจะกระทบต่อประสิทธิภาพ โดยฯพณฯ เห็นว่าจะต้องให้มีการยุติความซ้ำซ้อนระหว่าง ศธภ/ศธจ และเขตพื้นที่การศึกษา นอกจากนี้ยังปรากฎเป็นข่าวอีกว่า "ศธภ. และ ศธจ. ที่เกิดขึ้นตามคำสั่ง คสช. เนื่องมาจากต้องการแก้ปัญหาการเล่นพรรคเล่นพวก การเรียกรับเงินกรณีโยกย้ายข้าราชการครู โดยก่อนหน้านี้เป็นอำนาจของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.ในพื้นที่) ซึ่งมีการกล่าวกันว่าอัตราค่าโยกย้ายครูที่ต้องการย้ายไปยังพื้นท่ีท่ีต้องการ คิดอัตราเป็นกิโลเมตร" นั้น ขอเรียนว่าปัญหาที่แท้จริงในการกำหนดให้มี ศธจ./ศธภ. นั้น มิใช่มีต้นเหตุมาจากการทุจริตของ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาแต่อย่างใด แต่การเปลี่ยนแปลงเกิดจากการที่ข้าราชการระดับสูงของของกระทรวงศึกษาธิการไม่มีอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการครูและผู้อำนวยการโรงเรียน เนื่องจากไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ ทั้งนี้อำนาจตามกฎหมายในการแต่งตั้งโยกย้ายครูและผู้บริหารโรงเรียนนั้นเป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งประธานและอนุกรรมการหลายท่านมิได้อยู่ในระบบราชการ ดังนั้นผู้บริหารระดับสูงจากส่วนกลางจึงไม่สามารถใช้อำนาจในการกดดันให้เป็นไปตามความต้องการได้ ในที่สุดจึงมีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งยุบ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา และปลดผู้แทนครูใน ก.ค.ศ. ทุกราย การอ้างว่ามีการทุจริตจึงต้องยุบ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา จึงเป็นเพียงเหตุผลที่สร้างความชอบธรรมในการยุบ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เท่านั้น การกำหนดให้มี กศจ. โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และคณะกรรมการหลายรายก็ส่งมาจากส่วนกลาง ก็เพื่อเอื้อต่อการใช้อำนาจที่เหนือกว่าสามารถสั่งการให้เป็นไปตามประสงค์ของผู้มีอำนาจได้ง่าย จริงอยู่ว่าอาจมีข้อมูลการเรียกรับผลประโยชน์ในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย โดย อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาอยู่บ้าง แต่ข้อมูลที่ปรากฎก็เป็นเพียงข่าวและเป็นส่วนน้อย และนับแต่รัฐบาล คสช. บริหารประเทศมาเป็นเวลา 5 ปี ก็ยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้สักรายทั้งๆที่รัฐบาลมีอำนาจล้นฟ้า การมี กศจ. ก็มิได้หมายความว่าปัญหาเรื่องทุจริตหมดไป เพราะมิได้แก้ปัญหาที่ระบบ การแก้ปัญหาเป็นเพียงเปลี่ยนตัวกลุ่มบุคคลเท่านั้น ส่วนการกล่าวอ้างว่า ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาทุจริตเรื่องย้าย จนต้องมีการตัดอำนาจการบริหารงานบุคคลไปเป็นอำนาจของ ศธจ./ศธภ. นั้น ก็เป็นการกล่าวอ้างที่เลื่อนลอยขาดเหตุผล เพราะ บทบาทของ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา นั้น ไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายแต่อย่างใด การตั้ง ศธจ./ศธภ. มาคุมครูในแต่ละจังหวัดก็เป็นรูปแบบการบริหารแบบ Single Command โดยที่ รมว.ศธ. สามารถสั่งการไปที่ปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวง สั่งการไปที่ ศธจ. และ ศธจ. ก็สามารถใช้อำนาจสั่งการไปที่ข้าราชการครู ในจังหวัดนั้นๆได้

2. กรณีที่ ฯพณฯ เห็นว่า "การเพิ่ม สพม.ให้ครบทุกจังหวัด คงต้องปรึกษาผู้บริหารองค์กรหลักในการดำเนินการ" นั้น ขอเรียนว่าการขอเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษาให้ครบทุกจังหวัดนั้นมาจากเหตุผลความจำเป็นกล่าวคือปัจจุบันมีเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาจำนวน 42 เขต ซึ่งแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาต้องดูแลรับผิดชอบจัดการศึกษาหลายจังหวัด สถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกันกับที่ตั้งสำนักงานเขตพื้นที่ย่อมได้รับความสะดวกในการติดต่อราชการและได้รับโอกาสทางการศึกษามากกว่าสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่มิได้เป็นที่ตั้งของสำนักงานเขตพื้นที่ เช่น นักเรียน/ครู/ผู้ปกครอง ที่อยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน หากประสงค์จะติดต่อราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ก็จะต้องเดินทางข้ามภูเขาไปที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น และมีเหตุการณ์เช่นนี้อีกหลายจังหวัด รวมถึงการให้บริการทางการศึกษาต่อสถานศึกษาที่อยู่คนละจังหวัดแต่อยู่ในเขตพื้นที่เดียวกัน ก็ได้รับบริการที่ต่างกันสาเหตุเนื่องจากระยะทางที่ต่างกัน ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม สมาคมฯได้เคยยื่นเรื่องถึง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ยื่นเรื่องถึง อดีต รมว.ศธ. (นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) เพื่อกรุณาทราบปัญหาและขอให้แก้ปัญหาด้วยการประกาศเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ให้ครบทุกจังหวัด รมว.ศธ. เห็นด้วยและได้สั่งการให้นำเรื่องเสนอสภาการศึกษาเพื่อพิจารณา ในที่สุดสภาการศึกษาเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษาเป็นเขตจังหวัดทุกจังหวัด ประกอบกับ สพฐ. ได้รายงานให้สภาการศึกษา ทราบว่าการเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเป็นเขตจังหวัดนั้นไม่กระทบเรื่อง คน งบประมาณ และสถานที่ เพราะมีการเตรียมการไว้แล้ว สภาการศึกษาจึงมีมติให้เพิ่มเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเป็นเขตจังหวัด แต่ปรากฎว่าผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกลับมิได้ดำเนินการเสนอเรื่องต่อ รมว.ศธ. เพื่อลงนาม ทั้งๆที่ตามกฎหมายแล้ว ต้องมีการประกาศเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเป็นเขตจังหวัดให้ครบทุกจังหวัด การไม่ดำเนินการตามมติของสภาการศึกษาที่ยังมีผลบังคับใช้และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือทบทวนมติ จึงเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฎิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบ ได้

จึงขอประทานกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ขอแสดงความนับถือ
นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ
นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.)

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> จดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับท่ี 2 : นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายก ส.บ.ม.ท. , , จดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ , ฉบับท่ี , 2 , : , นายรัชชัยย์ , ศรสุวรรณ , นายก , ส.บ.ม.ท. << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"ครูกัลยา" โชว์ผลงานนโยบายโค้ดดิ้งครบ 2 ปี สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจประเทศ☕ 15 พ.ค. 2564
"ครูกัลยา" โชว์ผลงานนโยบายโค้ดดิ้งครบ 2 ปี สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจประเทศ
เปิดอ่าน 677 ครั้ง
บอร์ดกพฐ.ถก มาตรการรับมือเปิดภาคเรียน☕ 14 พ.ค. 2564
บอร์ดกพฐ.ถก มาตรการรับมือเปิดภาคเรียน
เปิดอ่าน 2,335 ครั้ง
Timeline ของครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 เริ่มต้นขึ้นแล้ว!☕ 14 พ.ค. 2564
Timeline ของครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
เปิดอ่าน 1,462 ครั้ง
"ครูเหน่ง" ตั้งคณะทำงานเร่งขับเคลื่อน Quick Win 7ข้อ☕ 14 พ.ค. 2564
"ครูเหน่ง" ตั้งคณะทำงานเร่งขับเคลื่อน Quick Win 7ข้อ
เปิดอ่าน 5,219 ครั้ง
ว7/2564 หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ☕ 14 พ.ค. 2564
ว7/2564 หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 3,297 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เคล็ดลับการเลือกสีผมจากสีผิวเคล็ดลับการเลือกสีผมจากสีผิว
เปิดอ่าน 16,776 ครั้ง
‘หมอธี’ เดินหน้าล้างบาง ‘กระทรวงครู’ ขจัด ‘เหลือบริ้นไร’ วงการศึกษาไทย‘หมอธี’ เดินหน้าล้างบาง ‘กระทรวงครู’ ขจัด ‘เหลือบริ้นไร’ วงการศึกษาไทย
เปิดอ่าน 9,157 ครั้ง
7 วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายที่ทำได้จริง เหลือเงินเก็บแน่นกระเป๋า7 วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายที่ทำได้จริง เหลือเงินเก็บแน่นกระเป๋า
เปิดอ่าน 14,937 ครั้ง
คลิปสาธิตวิธีการทำแจกันหลอดไฟคลิปสาธิตวิธีการทำแจกันหลอดไฟ
เปิดอ่าน 10,076 ครั้ง
ยาคุมแบบฉีด ทำมวลกระดูกเสื่อมอย่างน้อย 5% ยาคุมแบบฉีด ทำมวลกระดูกเสื่อมอย่างน้อย 5%
เปิดอ่าน 12,944 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ