ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > นายกฯ ส.บ.ม.ท. ชี้การตั้งหน่วยงานราชการที่เคยถูกยุบไปแล้ว ส่อขัดรัฐธรรมนูญ!

นายกฯ ส.บ.ม.ท. ชี้การตั้งหน่วยงานราชการที่เคยถูกยุบไปแล้ว ส่อขัดรัฐธรรมนูญ!

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 8 ม.ค. 2563 เปิดอ่าน : 6,453 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

นายกฯ ส.บ.ม.ท. ชี้การตั้งหน่วยงานราชการที่เคยถูกยุบไปแล้ว ส่อขัดรัฐธรรมนูญ!

Advertisement

นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่าตามที่ รมว.ศธ. ได้ประกาศจะเดินหน้าให้เด็กไทยสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ภายใน ๓ ปีเนื่องจากเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากในโลกศตวรรษที่ ๒๑ และเป็นการพัฒนาประเทศในอนาคต นั้น บรรดาครูและผู้บริหารโรงเรียนต่างชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ รมว.ศธ. ดำเนินนโยบายนี้ให้เป็นผลสำเร็จ โดย ส.บ.ม.ท. เห็นว่าการที่ รมว.ศธ มีแนวคิดเช่นนี้เป็นการเดินมาอย่างถูกทางในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาเพราะแนวคิดเรื่องการปฏิรูปการศึกษานั้นต้องทำให้สถานศึกษา ครู นักเรียน เข้มแข็ง งบประมาณส่วนใหญ่จึงต้องทุ่มเทเพื่อการพัฒนาสถานศึกษา พัฒนาครู พัฒนานักเรียน ไม่ควรนำงบประมาณไปกำหนดโครงสร้าง กำหนดอัตรากำลังบุคคลากรนอกสถานศึกษาขึ้นใหม่ที่ไม่จำเป็น การตัดโอนอัตรากำลังครูไปเป็นอัตรากำลังบุคคลากรอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดการเรียนการสอนจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าทำเป็นอย่างยิ่งเพราะในภาพรวมแล้วโรงเรียนหลายพันโรงเรียนยังมีครูสอนไม่ครบชั้น หากมีการทำเช่นนี้ต้องถือว่าเป็นมิติร้ายทางการจัดการศึกษา

นอกจากนี้นายรัชชัยย์ฯยังเปิดเผยอีกว่าตามที่มีข้าราชการระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการมีความเห็นว่าโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการในอนาคตนั้นควรให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูทั้งประเทศ และจะมีการมอบหมายให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นตัวแทนกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ และเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนและประสานงานการจัดการศึกษาระดับจังหวัด ซึ่งต้องมีการกระจายอำนาจและมอบอำนาจด้านการบริหารงานบุคคลและงบประมาณให้จังหวัดเป็นผู้ดำเนินการซึ่งการของบประมาณในการจัดการศึกษาต้องเป็นภาพรวมของจังหวัดในทุกสังกัดในทุกระดับ นั้น เห็นว่าแนวคิดเช่นนี้ไม่สามารถเป็นที่ยอมรับได้เพราะ

๑. การเพิ่มหน่วยงานขึ้นอีกเป็นการสิ้นเปลืองเป็นการเพิ่มขั้นตอนในการปฏิบัติส่งผลกระทบต่อโรงเรียน ควรนำงบประมาณที่จะใช้ในการเพิ่มหน่วยงานไปสนับสนุนการพัฒนาสถานศึกษา ครู และนักเรียน ให้มากที่สุด

๒. การมีแนวคิดเช่นนี้เป็นเหมือนการกระจายอำนาจแต่แท้ที่จริงแล้วเป็นการรวบอำนาจโดยการดึงอำนาจจากส่วนกลางมาสู่อำนาจของตน

๓. ควรพิจารณาว่าการบริหารจัดการราชการของกระทรวงอื่นในส่วนภูมิภาคนั้นมีกระทรวงใดให้อำนาจตัวแทนของปลัดกระทรวงนั้นๆมาบริหารจัดการในระดับภูมิภาคหรือไม่

๔. การดำเนินการตามแนวคิดดังกล่าวต้องเพิ่มคน เพิ่มงบประมาณ เพิ่มสถานที่ หรือไม่ ขัดต่อแนวคิดของ คปร.หรือไม่และเด็กนักเรียนได้อะไร การอ้างว่าไม่เพิ่มคนแต่ใช้วิธีการเอาอัตรากำลังครูที่ควรจะจัดสรรให้โรงเรียนไปเป็นอัตราบุคคลากรของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด การอ้างว่าไม่เพิ่มงบประมาณแต่ใช้วิธีการตัดงบประมาณจากส่วนราชการที่มีสถานศึกษาในสังกัดไปเป็นงบประมาณของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนั้น เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้เพราะส่งผลกระทบต่อโรงเรียนและนักเรียนโดยตรง

๕. การที่จะให้งานด้านการนิเทศการศึกษา การตรวจสอบภายใน ฯลฯ ไปเป็นภาระงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนั้น คงต้องพิจารณาว่าสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดหรือสำนักงานปลัดกระทรวงมีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในการที่จะทำภารกิจดังกล่าวหรือไม่ บรรดาศึกษานิเทศก์และบรรดาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในนั้นมีความพึงพอใจในการย้ายสังกัดหรือไม่

๖. แนวคิดต่างๆดังกล่าวในเรื่องของการให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นตัวแทนกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ และเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนและประสานงานการจัดการศึกษาระดับจังหวัด นั้นผ่านการวิเคราะห์วิจัย การประชาพิจารณ์ และมีการตกผลึกในเรื่องความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียนแล้วหรือไม่

๗. แนวคิดเช่นนี้เป็นแนวคิดที่ให้ข้าราชการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการซึ่งถือว่าเป็นกรมๆหนึ่งในกระทรวงศึกษาธิการ มีอำนาจบังคับบัญชาข้าราชการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือข้าราชการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาฯลฯซึ่งล้วนแต่เป็นข้าราชการต่างกรมกันจะทำให้เกิดความแตกแยก ไม่ได้รับการยอมรับ และไม่เป็นสากลตามธรรมเนียมที่พึงปฏิบัติเพราะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้ในกระทรวงอื่นและจะไม่เกิดผลดีต่อการจัดการศึกษาเลย

๘. การที่กรรมาธิการการศึกษาของวุฒิสภามีความเห็นว่าไม่สมควรยกเลิกคำสั่ง คสช ที่ ๑๙ นั้น ไม่ปรากฏว่ามีเหตุผลใดที่สนับสนุนการคงอยู่ของคำสั่งดังกล่าวหรือเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวมีประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาอย่างไร

๙. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๖๐ มาตรา ๗๖ บัญญัติว่า “รัฐพึงพัฒนาระบบการบริหารราชการแผ่นดินทั้งราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นและงานของรัฐอย่างอื่น ให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี...” และมาตรา ๓๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖ บัญญัติไว้ว่า “ในกรณีที่มีการยุบเลิก โอน หรือรวมส่วนราชการใดทั้งหมดหรือบางส่วน ห้ามมิให้จัดตั้งส่วนราชการที่มีภารกิจหรืออำนาจหน้าที่ที่มีลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันกับส่วนราชการดังกล่าวขึ้นอีก เว้นแต่มีการเปลี่ยนแปลงแผนการบริหารราชการแผ่นดิน และมีเหตุผลจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐหรือเศรษฐกิจของประเทศ หรือรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน และโดยได้รับความเห็นชอบจาก ก.พ.ร.” จากข้อกฎหมายดังกล่าวเห็นว่าสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัดเป็นตำแหน่งที่ถูกยกเลิกไปแล้ว ดังนั้นการที่จะให้มีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและให้มีศึกษาธิการจังหวัดขึ้นอีกจึงเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๖๐ และขัดต่อมาตรา ๓๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖ ทั้งนี้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและศึกษาธิการจังหวัด ที่เกิดขึ้นโดยคำสั่ง คสช ฉบับที่ ๑๙ ซึ่งเป็นคำสั่งที่ขัดกับกฎหมายแต่มีผลบังคับใช้เพราะในขณะนั้นรัฏฐาธิปัตย์เป็นของคณะปฏิวัติ แต่เมื่อขณะนี้มีรัฐธรรมนูญใช้แล้วและคณะปฏิวัติก็สิ้นสภาพแล้ว ดังนั้นคำสั่งของคณะปฏิวัติฉบับใดที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือขัดต่อกฎหมายที่มีการบังคับใช้ในปัจจุบันจึงจะต้องดำเนินการให้มีการยกเลิกและปรับให้เข้ากับบริบทของกฎหมายของรัฐประชาธิปไตย

“กล่าวโดยสรุปเห็นว่าการดึงดันที่จะให้คำสั่ง คสช ที่ ๑๙ ยังคงอยู่และให้หน่วยงานที่มีบ่อเกิดมาจากคณะปฏิวัติยังคงอยู่ทั้งๆที่เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๖๐ นั้น นอกจากจะขาดไร้ซึ่งเหตุผลที่ทำให้การศึกษาดีขึ้นแล้ว การดึงดันดังกล่าวยังสุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคงของรัฐบาลปัจจุบัน เพราะหากพรรคการเมืองฝ่ายค้านหยิบยกเอาปัญหาข้อกฎหมายนี้มาอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่ารัฐบาลทำผิดกฎหมาย ก็อาจทำให้รัฐบาลล้มได้” นายรัชชัยย์ ฯกล่าวในที่สุด

ข้อมูลจาก นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.)

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> นายกฯ ส.บ.ม.ท. ชี้การตั้งหน่วยงานราชการที่เคยถูกยุบไปแล้ว ส่อขัดรัฐธรรมนูญ! , , นายกฯ , ส.บ.ม.ท. , ชี้การตั้งหน่วยงานราชการที่เคยถูกยุบไปแล้ว , ส่อขัดรัฐธรรมนูญ! << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ 16 ราย (8 ม.ค.2563)☕ 18 ม.ค. 2563
ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ 16 ราย (8 ม.ค.2563)
เปิดอ่าน 3,960 ครั้ง
สมศ. แนะครูยุคใหม่ให้ผันตัวเป็น "ไลฟ์โค้ช" พร้อมเผยทักษะ 4 ด้าน ที่ต้องเติมให้เด็ก☕ 16 ม.ค. 2563
สมศ. แนะครูยุคใหม่ให้ผันตัวเป็น "ไลฟ์โค้ช" พร้อมเผยทักษะ 4 ด้าน ที่ต้องเติมให้เด็ก
เปิดอ่าน 5,481 ครั้ง
แนะครูปรับตัวให้ทันลูกศิษย์ยุคเจเนอเรชั่นแซด☕ 16 ม.ค. 2563
แนะครูปรับตัวให้ทันลูกศิษย์ยุคเจเนอเรชั่นแซด
เปิดอ่าน 1,889 ครั้ง
สวนดุสิตโพล เผย ความเชื่อมั่น “ครูไทย” ปี 2562 ที่ผ่านมา☕ 16 ม.ค. 2563
สวนดุสิตโพล เผย ความเชื่อมั่น “ครูไทย” ปี 2562 ที่ผ่านมา
เปิดอ่าน 1,694 ครั้ง
รวมพลังศึกษานิเทศก์ แต่งชุดดำบุก ศธ. ค้านรวมไปอยู่สป.ศธ.☕ 16 ม.ค. 2563
รวมพลังศึกษานิเทศก์ แต่งชุดดำบุก ศธ. ค้านรวมไปอยู่สป.ศธ.
เปิดอ่าน 4,191 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ทำงานมาก็หลายปีแล้ว ควรจะมีเงินเก็บเท่าไหร่กัน? ลองคำนวณดูเลยทำงานมาก็หลายปีแล้ว ควรจะมีเงินเก็บเท่าไหร่กัน? ลองคำนวณดูเลย
เปิดอ่าน 9,997 ครั้ง
คลิปโฆษณาสร้างสรรค์สังคม ชุด "พี่โน๊ตขอออออ... ก่อนลงไปมีเรื่องกับใคร สูดหายใจลึกๆ"คลิปโฆษณาสร้างสรรค์สังคม ชุด "พี่โน๊ตขอออออ... ก่อนลงไปมีเรื่องกับใคร สูดหายใจลึกๆ"
เปิดอ่าน 11,968 ครั้ง
แนวโน้มนโยบายด้านการศึกษาของโดนัลด์ ทรัมพ์แนวโน้มนโยบายด้านการศึกษาของโดนัลด์ ทรัมพ์
เปิดอ่าน 25,433 ครั้ง
เทคนิคการนำเสนอเรื่องในที่ประชุมเทคนิคการนำเสนอเรื่องในที่ประชุม
เปิดอ่าน 8,816 ครั้ง
ขนบธรรมเนียม ประเพณีของชาวสยามขนบธรรมเนียม ประเพณีของชาวสยาม
เปิดอ่าน 16,444 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ