ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ครม. เห็นชอบแนวทางจัดโครงการอาหารกลางวันและนมโรงเรียน รองรับช่วงโควิด-19

ครม. เห็นชอบแนวทางจัดโครงการอาหารกลางวันและนมโรงเรียน รองรับช่วงโควิด-19

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 20 พ.ค. 2563 เปิดอ่าน : 11,915 ครั้ง

Advertisement


☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ครม. เห็นชอบแนวทางจัดโครงการอาหารกลางวันและนมโรงเรียน รองรับช่วงโควิด-19

Advertisement

รองโฆษกรัฐบาล เผย ครม. เห็นชอบแนวทางการดำเนินโครงการนมโรงเรียน และให้โรงเรียนจ่ายเงินค่าอาหารกลางวันแก่ผู้ปกครอง เพื่อจัดหาอาหารให้นักเรียนทานที่บ้าน ตั้งแต่ 1 ก.ค. รองรับสถานการณ์โควิด-19

วันที่ 19 พ.ค. 2563 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแนวทางการดำเนินโครงการนมโรงเรียนและโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน รองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีแนวทางบริหารจัดการโครงการนมโรงเรียน ดังนี้

1. กรณีเปิดภาคเรียนที่ 1/2563 วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ให้นักเรียนบริโภคนมชนิดยูเอชที ตามโครงการนมโรงเรียน ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม-30 มิถุนายน 2563

2. กรณีที่ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนตามปกติในวันเปิดภาคเรียนที่ 1/2563 วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 หรือกรณีจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ หรือกรณีการสลับวันมาเรียน ให้นักเรียนบริโภคนมชนิดยูเอชที ตามโครงการนมโรงเรียน จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

สำหรับโครงการอาหารกลางวันโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนได้รับประทานอาหารกลางวัน จำนวน 200 วันต่อปีการศึกษา ตั้งแต่เด็กเล็ก ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีแนวทางบริหารจัดการ คือ

1. กรณีจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ หรือกรณีสลับวันมาเรียน ซึ่งไม่สามารถจัดอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนที่โรงเรียนได้ ให้โรงเรียนจ่ายเงินค่าอาหารกลางวันของนักเรียนแก่ผู้ปกครอง เพื่อนำไปจัดหาอาหารให้นักเรียนรับประทานที่บ้าน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ ให้รวมถึงอาหารมื้ออื่นๆ ที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐเคยจัดให้ด้วย

2. กรณีการจัดการเรียนการสอนชดเชย ให้โรงเรียนดำเนินการจัดอาหารกลางวันแก่นักเรียนที่โรงเรียนได้ตามปกติ


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก ไทยรัฐ วันที่ 19 พ.ค. 2563

สรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี 19 พฤษภาคม 2563
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งสรุปสาระสำคัญดังนี้

เรื่อง แนวทางการดำเนินโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนและการสนับสนุนอาหารกลางวันในโรงเรียนรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด 19)

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบแนวทางการดำเนินโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนและการสนับสนุนอาหารกลางวันในโรงเรียน รองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด 19) ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ
สาระสำคัญ

1. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเปิดเรียนของโรงเรียนในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 9 เมษายน 2563 ได้ประกาศให้โรงเรียนทั้งในและนอกระบบซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการเปิดเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด 19) ดังนี้

1.1 ปฏิทินการเปิดภาคเรียน ตามกรอบโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐานที่กำหนดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา จำนวน 200 วันต่อปีการศึกษา จำแนกเป็น 2 ภาคเรียน ดังนี้

- ภาคเรียนที่ 1/2563 กำหนดเปิดภาคเรียนระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม - 13 พฤศจิกายน 2563 รวมจำนวนวันเรียน 93 วัน และกำหนดปิดภาคเรียนระหว่างวันที่ 14-30 พฤศจิกายน 2563 รวมจำนวนวันปิดภาคเรียน 17 วัน

- ภาคเรียนที่ 2/2563 กำหนดเปิดภาคเรียนระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2563 - 9 เมษายน 2564 รวมจำนวนวันเรียน 88 วัน และกำหนดปิดภาคเรียนระหว่างวันที่ 10 เมษายน - 16 พฤษภาคม 2564 รวมจำนวนวันปิดภาคเรียน 37 วัน

- เวลาที่ขาดหายไป 19 วัน ให้โรงเรียนสอนชดเชยเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนครบตามหลักสูตร

2. รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) ได้เป็นประธานการประชุมหารือผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 เพื่อเร่งรัดติดตามการดำเนินโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนและโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลักจัดประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมายทุกคนได้รับสิทธิตามโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนและโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน ที่มีคุณภาพ ถูกหลักอนามัย อย่างต่อเนื่องและครบถ้วน

3. กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดประชุมหารือเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 โดยมีข้อสรุปแนวทางดำเนินการที่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด 19) และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียน ดังนี้

3.1 โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ดื่มนม จำนวน 260 วันต่อปีการศึกษา ตามประกาศของคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2563 ประกาศ ณ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563 และ (ฉบับที่ 2) ประกาศ ณ วันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2563 จึงมีแนวทางบริหารจัดการ ดังนี้

- กรณีภาคเรียนที่ 1/2563 เปิดภาคเรียนวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ให้นักเรียนบริโภคนมชนิด ยู เอช ที ตามโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563

- กรณีภาคเรียนที่ 1/2563 เปิดภาคเรียนหลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 หรือกรณีการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ หรือกรณีการสลับวันมาเรียน ให้นักเรียนบริโภคนมชนิด ยู เอช ที ตามโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

3.2 โครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนได้รับประทานอาหารกลางวัน จำนวน 200 วันต่อปีการศึกษา ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 ที่เห็นชอบให้นักเรียนตั้งแต่เด็กเล็ก และชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวันทุกคน จำนวน 200 วัน และเพิ่มเงินอุดหนุนจากอัตรา 10 บาทต่อคนต่อวัน เป็น 13 บาท ต่อคนต่อวัน และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2556 ที่ให้เพิ่มเงินอุดหนุนเป็นอัตรา 20 บาท ต่อคนต่อวัน จึงมีแนวทางบริหารจัดการ ดังนี้

- กรณีการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ หรือกรณีการสลับวันมาเรียน ทำให้โรงเรียนไม่สามารถจัดอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนที่โรงเรียนได้ จึงจำเป็นต้องจ่ายงบประมาณค่าอาหารกลางวันนักเรียนให้แก่ผู้ปกครองนักเรียนเพื่อนำไปจัดหาอาหารกลางวันให้นักเรียนรับประทานที่บ้าน ทั้งนี้ ให้รวมถึงอาหารมื้ออื่น ๆ ที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐเคยจัดให้ ตั้งแต่วันเปิดภาคเรียนวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

- กรณีการจัดการเรียนการสอนชดเชย ให้โรงเรียนดำเนินการจัดอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนที่โรงเรียนได้เช่นเดียวกับวันจัดการเรียนการสอนตามปกติ

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทยจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 ได้พิจารณาว่า สืบเนื่องจากการปรับการเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2563 จากวันที่ 16 พฤษภาคม 2563 เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ประกอบกับความประสงค์ให้นักเรียนได้รับสิทธิตามโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนและโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน ในช่วงการปิดภาคเรียนดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและครบถ้วน จึงมีมติมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดติดตามการดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อให้นักเรียนได้รับอาหารเสริม (นม) และอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ ถูกหลักอนามัย อย่างต่อเนื่องและครบถ้วน โดยให้พิจารณาแนวทางการบริหารจัดการให้ถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้นักเรียนที่ไม่ได้มาโรงเรียนได้รับอาหารเสริม (นม) และอาหารกลางวันด้วย กระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้เสนอแนวทางการบริหารจัดการให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมายทุกคนได้รับสิทธิตามโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนและโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนที่มีคุณภาพถูกหลักอนามัย อย่างต่อเนื่องและครบถ้วน โดยให้สอดคล้องกับปฏิทินการเปิดภาคเรียน

ที่มา สรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี 19 พฤษภาคม 2563

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ครม. เห็นชอบแนวทางจัดโครงการอาหารกลางวันและนมโรงเรียน รองรับช่วงโควิด-19 , , ครม. , เห็นชอบแนวทางจัดโครงการอาหารกลางวันและนมโรงเรียน , รองรับช่วงโควิด-19 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ยกเครื่องประเมินวิทยฐานะ"ครูตั้น" สร้างระบบประเมินกลาง ใช้ได้หลากหลายสายงาน☕ 17 ก.ย. 2563
ยกเครื่องประเมินวิทยฐานะ"ครูตั้น" สร้างระบบประเมินกลาง ใช้ได้หลากหลายสายงาน
เปิดอ่าน 2,160 ครั้ง
แนวทางการเปิดห้องเรียนพิเศษในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2564☕ 17 ก.ย. 2563
แนวทางการเปิดห้องเรียนพิเศษในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2564
เปิดอ่าน 2,662 ครั้ง
กรมบัญชีกลาง พร้อมจ่าย!! เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ 17 กันยายน 2563☕ 17 ก.ย. 2563
กรมบัญชีกลาง พร้อมจ่าย!! เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ 17 กันยายน 2563
เปิดอ่าน 534 ครั้ง
แนวปฏิบัติการขออนุมัตินำคุณวุฒิในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอกมาลดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ในการขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ☕ 17 ก.ย. 2563
แนวปฏิบัติการขออนุมัตินำคุณวุฒิในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอกมาลดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ในการขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ
เปิดอ่าน 1,854 ครั้ง
กลุ่มนร.การศึกษาเพื่อความไท ร้องรมว.ศธ. ถอนระเบียบทรงผมนร.-เปิดรับฟังความเห็นตรงไม่ผ่านตัวกลาง☕ 17 ก.ย. 2563
กลุ่มนร.การศึกษาเพื่อความไท ร้องรมว.ศธ. ถอนระเบียบทรงผมนร.-เปิดรับฟังความเห็นตรงไม่ผ่านตัวกลาง
เปิดอ่าน 1,000 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

แปรงสีฟันในท้องตลาด1ใน4ด้อยคุณภาพ แปรงสีฟันในท้องตลาด1ใน4ด้อยคุณภาพ
เปิดอ่าน 7,636 ครั้ง
ความเป็นมาของคำ "ธรรมกาย" โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปกความเป็นมาของคำ "ธรรมกาย" โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก
เปิดอ่าน 10,415 ครั้ง
12 เรื่องน่ารู้ การถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอล 12 เรื่องน่ารู้ การถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอล
เปิดอ่าน 7,288 ครั้ง
สมุนไพรใกล้บ้าน มารู้จัก "เจตมูลเพลิง" กันดีกว่าสมุนไพรใกล้บ้าน มารู้จัก "เจตมูลเพลิง" กันดีกว่า
เปิดอ่าน 25,660 ครั้ง
วิธีจัดห้องเพื่อพัฒนาสมองวิธีจัดห้องเพื่อพัฒนาสมอง
เปิดอ่าน 17,623 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ