ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 4/2563 (20 พฤษภาคม 2563)

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 4/2563 (20 พฤษภาคม 2563)

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 21 พ.ค. 2563 เปิดอ่าน : 7,458 ครั้ง

Advertisement


☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 4/2563 (20 พฤษภาคม 2563)

Advertisement

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 4/2563 เมื่อวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2563 ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้

1. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย

ซึ่งร่างหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ก.ค.ศ. ในคราวประชุมครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2563 ได้มีมติเห็นชอบหลักการของหลักเกณฑ์ที่จะให้มีการปรับหลักสูตรให้มีการวัดทักษะด้านภาษา ทักษะด้านดิจิทัล และความสามารถด้านการสอน และการให้สถานศึกษามีส่วนร่วมในการคัดเลือกครู ซึ่งจะทำให้ได้ครูที่มีความสามารถในการสอน มีทักษะที่เหมาะสมในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา โดยได้ปรับหลักสูตรการสอบภาค ก ให้สอดคล้องกับการสอบภาค ก ของสำนักงาน กพ. การสอบภาค ข ใช้แนวการสอบเทียบเคียงการสอบตามมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา และการประเมิน ภาค ค ใช้วิธีการสอบสัมภาษณ์เพื่อ ประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง วิชาชีพ และการทดสอบการปฏิบัติการสอน และให้สำนักงาน ก.ค.ศ. เพิ่มเติมรายละเอียดและตรวจสอบความถูกต้องของหลักเกณฑ์และวิธีการฯ โดยรอบคอบ

ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ดำเนินการประชุมหารือกับส่วนราชการอีกครั้งหนึ่ง และพบว่าวิธีการประเมิน ภาค ค คือ การกำหนดให้มีการประเมินภาค ค ทุกครั้งเมื่อมีตำแหน่งว่าง อาจทำให้ไม่สามารถได้ครูมาปฏิบัติการสอนได้ทันตามความต้องการของสถานศึกษา ทั้งยังเป็นการเพิ่มขั้นตอนในการดำเนินการสอบ และต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก หากต้องมีการประเมินภาค ค ทุกครั้งที่มีตำแหน่งว่าง ที่ประชุมจึงเห็นชอบร่วมกันให้มีการปรับปรุงสาระสำคัญของหลักเกณฑ์ฯ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

1. ให้ผู้สมัครสอบแข่งขันแจ้งระดับการศึกษา และระดับชั้น ไว้ในใบสมัครสอบ เพื่อให้โอกาสในการเตรียมความพร้อมในการสอบสาธิตปฏิบัติการสอน

2. กำหนดให้ผู้ผ่านการสอบภาค ก และภาค ข ทุกคนเข้ารับการประเมินภาค ค ในคราวเดียวกัน

3. ให้มีการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้เป็นบัญชีของ กศจ. โดยให้บรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ เพื่อให้มีครูปฏิบัติการสอนทันทีเมื่อมีตำแหน่งว่าง

4. กำหนดให้ส่วนราชการเป็นผู้พิจารณากำหนดคุณวุฒิในประเภทวิชา หรือกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอก ที่มีความจำเป็นหรือขาดแคลนเป็นพิเศษได้ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและความจำเป็นของส่วนราชการ

โดยหลักการสำคัญของวิธีการประเมิน ภาค ค ใช้วิธีการประเมินจากคุณลักษณะส่วนบุคคล (สัมภาษณ์) การพัฒนาตนเองและวิชาชีพ (แฟ้มสะสมงาน เกี่ยวกับประวัติการศึกษา/ผลงานในวิชาเอกที่สำเร็จการศึกษา/การเข้าถึงชุมชนและมีจิตอาสา) และความสามารถด้านการสอนนั้น จะช่วยให้นิสิต นักศึกษาครู ได้เน้นการเรียนในภาคปฏิบัติมากกว่า เพื่อจะได้นำผลงานในภาคปฏิบัติมาใช้ในการสอบแข่งขันในตำแหน่งครูผู้ช่วยต่อไป

2. อนุมัติ การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการเกลี่ยอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ว 19/2555)

โดยปกติอัตรากำลังของโรงเรียนต่าง ๆ นั้น มีทั้งอัตราที่พอดี ขาด และเกิน ซึ่งเดิมหลักเกณฑ์นี้ (ว 19/2555) กำหนดวิธีการเกลี่ยอัตรากำลังเฉพาะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไว้ 2 กรณีแล้ว ซึ่งในครั้งนี้เป็นการเพิ่มเติมกรณีการตัดโอนตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ไปกำหนดตำแหน่งเดิม และในปีนี้ คปร. ได้กำหนดเงื่อนไขการจัดสรรคืนอัตราเกษียณ ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ให้เฉพาะสถานศึกษาที่มีจำนวนนักเรียน 120 คน ขึ้นไป ทำให้สถานศึกษาดังกล่าวประสบปัญหาในการจัดการศึกษาและส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของสถานศึกษา ประกอบกับ ตั้งแต่ปี 2559 กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายเร่งด่วนในการบริหารจัดการสถานศึกษาขนาดเล็กในการที่จะไม่บรรจุและแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานศึกษา ในสถานศึกษาที่มีจำนวนนักเรียน 40 คน ลงมา เพื่อให้สามารถบริหารจัดการยุบ เลิก หรือควบรวมสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ซึ่ง ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่า มีความจำเป็นที่จะต้องมีแนวทางในการการบริหารจัดการสถานศึกษาในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน โดยเห็นควรให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการเกลี่ยอัตรากำลังฯ (ว 19/2555) ในส่วนของการตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งสายงานบริหารสถานศึกษาไปกำหนดเป็นตำแหน่งสายงานบริหารสถานศึกษา โดยเห็นควรให้เพิ่มเติม กรณีการตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ไปกำหนดเป็นตำแหน่งเดิมในสถานศึกษาที่มีจำนวนนักเรียน 41 - 119 คน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับการบริหารจัดการ โดยกำหนดเงื่อนไข ดังนี้

1. ให้ตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา จากสถานศึกษาต่าง ๆ ดังนี้

1.1 สถานศึกษาที่ยุบ รวม หรือเลิกสถานศึกษา หรือ

1.2 สถานศึกษาที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คน

2. ให้ตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ผู้อำนวยการ สถานศึกษา ได้ทั้งตำแหน่งว่างและตำแหน่งที่มีผู้ดำรงตำแหน่ง

3. การตัดโอนให้ดำเนินการได้ภายในจังหวัดเดียวกันเท่านั้น

4. สถานศึกษาปลายทางที่รับการตัดโอน ต้องมีจำนวนนักเรียนในสถานศึกษามากกว่าสถานศึกษาต้นทาง

5. กรณีสถานศึกษาต้นทาง เป็นสถานศึกษาที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 40 คนลงมา ภายหลังตัดโอน ตำแหน่งและอัตราเงินเดือนแล้ว มิให้กำหนดตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาดังกล่าวขึ้นใหม่

3. อนุมัติ การปรับปรุงคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ดำรงตำแหน่ง ตามมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานบริหารสถานศึกษา สายงานบริหารการศึกษา และสายงานนิเทศการศึกษา

ซึ่งเดิม ก.ค.ศ. ได้กำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ว 17/2548) โดยในส่วนของสายงานบริหารสถานศึกษา ได้กำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ดำรงตำแหน่ง ว่าจะต้อง “ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ที่มีประสบการณ์การบริหารไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากลุ่มมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือดำรงตำแหน่งครูที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าครูชำนาญการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่า” ซึ่งการใช้คำว่า “ดำรงตำแหน่ง” ดังกล่าว หมายถึง การดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน มิได้นับรวมถึงประสบการณ์การดำรงตำแหน่ง ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการพิจารณาคุณสมบัติดังกล่าว

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นและเพื่อให้เกิดความชัดเจน ในการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ดำรงตำแหน่ง ให้มีความครอบคลุมถึงผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งตามที่กำหนดในมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานบริหารสถานศึกษา สายงานบริหารการศึกษาและสายงานนิเทศการศึกษา จึงเห็นชอบให้ปรับข้อความในส่วนของคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งของสายงานดังกล่าวในส่วนของข้อ 2 จาก “ดำรงตำแหน่ง” เป็น “ดำรงตำแหน่ง หรือ เคยดำรงตำแหน่ง อย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อไปนี้”

4. เห็นชอบ รายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน กศน.

เนื่องจากสำนักงาน กศน. ได้ขอให้ ก.ค.ศ. พิจารณาให้ความเห็นชอบรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา ซึ่ง ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ว 8 /2562 โดยข้อ 5 5.1 -5.8 ได้กำหนดให้ส่วนราชการเป็นผู้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการคัดเลือก โดยความเห็นชอบของ ก.ค.ศ. ซึ่งที่ประชุม ก.ค.ศ. พิจารณาเห็นว่าเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาในสังกัด กศน.และเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการให้ผู้บริหารสถานศึกษามีความรู้ ทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ สามารถพัฒนาสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษาในการบริหารกิจการของสถานศึกษา จึงเห็นชอบรายละเอียดการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน กศน. ตามที่สำนักงาน กศน. เสนอ โดยมีรายละเอียดองค์ประกอบในการคัดเลือกแบ่งออกเป็น 3 ภาค ดังนี้

1. ภาค ก. ความรู้และความสามารถในการบริหารงานในหน้าที่ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

2. ภาค ข. ประวัติ ประสบการณ์ และผลงาน (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

3. ภาค ค. ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

ทั้งนี้ให้มีการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการประเมินภาค ก และภาค ข เป็นบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ค เป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกโดยเรียงตามลำดับผู้ที่ได้คะแนนจากมากไปหาน้อย ส่วนการประเมิน ภาค ค ให้ประเมินจากการสอบสัมภาษณ์ พิจารณาจากวิสัยทัศน์และแนวคิดในการบริหารจัดการสถานศึกษาและผลงาน

5. เห็นชอบ การทดแทนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ให้กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

โดยที่ประชุม ก.ค.ศ. พิจารณาเห็นว่า เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 19 (2) แห่ง พ.ร.บ.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ. 2562 – 2565) ที่กำหนดให้ ก.ค.ศ. เป็นผู้พิจารณาจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ว่าด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตามที่ส่วนราชการเสนอ และพิจารณาเห็นว่าการกำหนดชื่อตำแหน่งพนักงานราชการ กลุ่มงาน และอัตราค่าตอบแทนของกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการเพิ่มเติม ตามที่ส่วนราชการเสนอมาแล้ว เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ (คพร.) จึงเห็นชอบการทดแทนอัตราว่าง จากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ด้วยการว่าจ้างรูปแบบอื่นให้กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 31 อัตรา

6. เห็นชอบ การแต่งตั้งอนุกรรมการ ใน อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แทนตำแหน่งที่ว่าง

เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีอนุกรรมการข้าราชการในสังกัดที่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ไม่ต่ำกว่าระดับต้น หรือประเภทอำนวยการ ระดับสูง หรือประเภทวิชาการ ไม่ต่ำกว่าระดับเชี่ยวชาญ ใน อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ซึ่งได้พ้นจากตำแหน่ง จำนวน 2 ราย คือ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และนายวุฒิศักดิ์ เหล็กคำ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้เสนอรายชื่อข้าราชการในสังกัดฯ เพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการ ใน อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ แทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นชอบให้แต่งตั้ง นายศักดา เรืองเดช ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ โรงเรียนพิษณุโลกปัญญานุกูล และนายนะรงษ์ ชาวเพ็ชร ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาวิทยฐานะผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี เป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. ดังกล่าวแทน

7. เห็นชอบ การแต่งตั้งอนุกรรมการ ใน อ.ก.ค.ศ. สำนักสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่าง

เนื่องจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการคัดเลือกมาบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ กศน. คือ นายทวีศักดิ์ เที่ยงธรรม จึงทำให้อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ใน อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ดำเนินการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด เพื่อเสนอเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นชอบแต่งตั้งนางสาวทรงศรี วิระรังษิยากรณ์ ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดนครราชสีมา วิทยฐานะผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. จังหวัดเชี่ยวชาญ เป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. ดังกล่าวแทน

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : ภาพ/ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor


ที่มา สำนักงาน ก.ค.ศ. 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 4/2563 (20 พฤษภาคม 2563) , , ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา , (ก.ค.ศ.) , ครั้งที่ , 4 , 2563 , (20 , พฤษภาคม , 2563) << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"ณัฏฐพล"เผยผลโหวตสอบโอเน็ต 80%  ให้ยกเลิก ยันฟังความเห็นเด็กและเห็นด้วย ว่าต้องรื้อระบบการศึกษาแน่☕ 20 ก.ย. 2563
"ณัฏฐพล"เผยผลโหวตสอบโอเน็ต 80% ให้ยกเลิก ยันฟังความเห็นเด็กและเห็นด้วย ว่าต้องรื้อระบบการศึกษาแน่
เปิดอ่าน 1,036 ครั้ง
พ่อแม่เตรียมเฮ! สพฐ.มีมติห้ามสอบเข้า ป.1 ใช้วิธีการสอบสัมภาษณ์ผู้ปกครองแทน☕ 20 ก.ย. 2563
พ่อแม่เตรียมเฮ! สพฐ.มีมติห้ามสอบเข้า ป.1 ใช้วิธีการสอบสัมภาษณ์ผู้ปกครองแทน
เปิดอ่าน 397 ครั้ง
บัญชีรายละเอียดสถานศึกษาที่รองรับนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปีการศึกษา 2563☕ 20 ก.ย. 2563
บัญชีรายละเอียดสถานศึกษาที่รองรับนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปีการศึกษา 2563
เปิดอ่าน 952 ครั้ง
ยกเครื่องประเมินวิทยฐานะ"ครูตั้น" สร้างระบบประเมินกลาง ใช้ได้หลากหลายสายงาน☕ 17 ก.ย. 2563
ยกเครื่องประเมินวิทยฐานะ"ครูตั้น" สร้างระบบประเมินกลาง ใช้ได้หลากหลายสายงาน
เปิดอ่าน 3,935 ครั้ง
แนวทางการเปิดห้องเรียนพิเศษในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2564☕ 17 ก.ย. 2563
แนวทางการเปิดห้องเรียนพิเศษในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2564
เปิดอ่าน 3,921 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ปลา สัตว์มงคลนำโชคลาภปลา สัตว์มงคลนำโชคลาภ
เปิดอ่าน 14,472 ครั้ง
แบบคำขอให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะแบบคำขอให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะ
เปิดอ่าน 58,088 ครั้ง
ปลาหมอไทยในบ่อเลี้ยงไม่ยาก ราคาดีปลาหมอไทยในบ่อเลี้ยงไม่ยาก ราคาดี
เปิดอ่าน 30,093 ครั้ง
มรดกโลกของไทย มรดกโลกของไทย
เปิดอ่าน 14,748 ครั้ง
จุฬาฯวิจัยเปลือกมังคุดพบคุณค่าอื้อ ต้านอักเสบ รักษาเซลล์มะเร็งจุฬาฯวิจัยเปลือกมังคุดพบคุณค่าอื้อ ต้านอักเสบ รักษาเซลล์มะเร็ง
เปิดอ่าน 10,564 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ