ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ส.บ.ม.ท.เสนอแนวทางและยินดีช่วยเหลือโรงเรียน/ผอ.โรงเรียนที่ตกเป็นจำเลยคดีแอบอ้างได้รับการจัดสรรงบประมาณ

ส.บ.ม.ท.เสนอแนวทางและยินดีช่วยเหลือโรงเรียน/ผอ.โรงเรียนที่ตกเป็นจำเลยคดีแอบอ้างได้รับการจัดสรรงบประมาณ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 15 มิ.ย. 2563 เปิดอ่าน : 7,399 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ส.บ.ม.ท.เสนอแนวทางและยินดีช่วยเหลือโรงเรียน/ผอ.โรงเรียนที่ตกเป็นจำเลยคดีแอบอ้างได้รับการจัดสรรงบประมาณ

Advertisement

นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่า ตนได้รับการร้องขอจากผู้บริหารโรงเรียนทั้งสายประถมศึกษาและสายมัธยมศึกษา ในจังหวัดขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด ให้ไปช่วยหาทางเยียวยาแก้คดีเพราะถูกร้านค้าฟ้องและส่งหมายศาลให้โรงเรียนเป็นจำเลยที่ 1 และผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นจำเลย ที่ 2 เพื่อทวงถามให้โรงเรียนชดใช้หนี้อันเกิดจากการสั่งซื้อครุภัณฑ์ให้โรงเรียน โดยมีโรงเรียนในจังหวัดขอนแก่นโดนหมายศาลเกือบสองร้อยโรงเรียน โรงเรียนในจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมสองร้อยโรงเรียน และยังทราบเพิ่มเติมว่ายังมีโรงเรียนในจังหวัดอุดรธานี จังหวัดยโสธร จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดกาฬสินธ์ โดยในแต่ละจังหวัดดังกล่าวมีโรงเรียนได้รับหมายศาลจังหวัดละเกือบสองร้อยโรงเรียน ตนจึงเดินทางไปทั้งที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดร้อยเอ็ด ไปรับฟังปัญหาและเสนอแนวทางในการต่อสู้คดี จึงขอนำเสนอเรื่องแบบนี้เป็นอุทาหรณ์และข้อควรระวังสำหรับผู้บริหารโรงเรียน ดังนี้

1. มีบุคคลที่อ้างว่าได้ไปติดต่อร้านค้าต่างๆหลายร้านที่จำหน่าย หลอดไฟฟ้า LED /Smart TVขนาด 52 นิ้ว/เครื่องกรองน้ำ/ฯลฯ ว่าตนได้รับการประสานงานจากกระทรวงพลังงานบ้าง กระทรวงอื่นๆบ้างว่าจะจัดสรรงบประมาณให้โรงเรียน มากกว่าหนึ่งพันโรงเรียน เป็นงบประมาณโรงเรียนละ ร่วมห้าแสนบาทเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ที่เป็นการประหยัดพลังงานเพื่อจะนำไปทดแทนกับครุภัณฑ์ที่โรงเรียนมีอยู่เดิม โดยจะให้โรงเรียนทำใบสั่งซื้อ และเมื่อร้านค้าได้รับใบสั่งซื้อแล้วให้นำครุภัณฑ์ไปส่งมอบโรงเรียน แล้วให้ร้านค้านำใบสั่งซื้อไปเบิกเงินค่าสินค้าจากกระทรวงพลังงานหรือกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการให้งบประมาณได้เลย นายพลรายนี้มีการเรียกรับผลประโยชน์ล่วงหน้าจากร้านค้า

2. บุคคลดังกล่าวและบริษัทที่เป็นตัวแทนหรือบุคคลที่เป็นตัวแทนได้ติดต่อให้โรงเรียนมาประชุมและแจ้งโรงเรียนว่าโรงเรียนใดมีความประสงค์จะได้ครุภัณฑ์ตามข้อ 1 ให้ทำใบสั่งซื้อได้เลย โดยจัดสรรครุภัณฑ์ให้โรงเรียนประมาณเกือบห้าแสนบาท และในวันรับครุภัณฑ์ ให้โรงเรียนดำเนินการดังนี้

2.1 ตรวจรับและตรวจนับครุภัณฑ์ว่าครบถ้วนหรือไม่ แล้วนำไปใช้เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน

2.2ให้โรงเรียนทำใบสั่งซื้อและส่งมอบให้ร้านค้ารวมถึงทำหนังสือมอบอำนาจให้ร้านค้าทำเรื่องเบิกเงินจากส่วนราชการเจ้าของงบประมาณได้เลย โดยที่โรงเรียนไม่ต้องจ่ายเงิน

3. ร้านค้านำครุภัณฑ์ไปส่งให้โรงเรียนทุกโรงเรียนที่ร่วมโครงการ

4.ต่อมา ร้านค้าไม่สามารถนำใบสั่งซื้อไปเบิกจากกระทรวงใดๆได้เพราะถูกหลอก

5 ร้านค้ามีหนังสือทวงถามให้โรงเรียนชดใช้หนี้ค่าสินค้าท่ีซื้อ เกือบทุกโรงเรียนได้รับหนังสือทวงถามมานานเกินหนึ่งปีก็มิได้ชำระค่าสินค้าให้ร้านค้าเพราะเห็นว่าตามเงื่อนไขนั้นโรงเรียนไม่ต้องจ่ายเงิน

6. มีบริษัทนายหน้าที่ส่งบุคคลมาติดต่อโรงเรียนให้เข้าร่วมโครงการและอ้างว่าเป็นตัวแทนร้านค้าแจ้งด้วยวาจาและหนังสือไปที่โรงเรียนว่าโรงเรียนไม่ต้องจ่ายค่าสินค้าก็ได้แต่ให้โรงเรียนออกใบอนุโมทนาบัตรให้กับบริษัทนายหน้า โรงเรียนหลายโรงเรียนก็ออกใบอนุโมทนาบัตรให้บริษัทนายหน้า แต่หลังจากนั้นโรงเรียนก็ยังได้รับหนังสือบอกกล่าวทวงถามจากร้านค้า

การดำเนินการและแนวทางที่ตนเสนอแนะเพื่อต่อสู้คดีรวมถึงปัญหาที่พบ

1. ให้โรงเรียนรายงานเหตุการณ์ไปที่ ผอ.เขตพื้นท่ีการศึกษาและขอให้ ผอ.เขตพื้นท่ีการศึกษาประสานขอให้อัยการเป็นทนายความแก้ต่างคดีให้และควรเตรียมการหาทนายความในการต่อสู้คดีไว้ด้วยเพราะอาจไม่ทันการ

2 ให้โรงเรียนทำหนังสือถึงร้านค้าขอยกเลิกสัญญาซื้อขายนี้เพราะผู้ซื้อสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญของนิติกรรมการซื้อขายและขอให้ร้านค้ามารับสินค้าคืนไป (รับคืนไปตามสภาพ แม้จะนำไปใช้แล้วจนเสื่อมสภาพแล้วก็ตามก็คืนไปตามนั้น ตามหลักกฎหมายว่าด้วยลาภมิควรได้)

3. โรงเรียนที่ได้รับหมายศาลโดยมีผู้ลงนามรับหมายศาล ต้องให้ทนายความยื่นคำให้การต่อศาลภายใน 15 วัน มิฉะนั้นจะแพ้คดี

4. โรงเรียนที่ได้รับหมายศาลโดยที่ไม่ได้ลงนามรับหมายศาลนั้นและบนหน้าแรกของหมายศาลมีคำว่า “ปิดหมาย” สามารถยื่นคำให้การต่อสู้คดีภายในสามสิบวัน

5. ให้โรงเรียนไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนของโรงพักในท้องที่ของโรงเรียนและร้องทุกข์ไปที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้สืบสวนหาผู้กระทำผิดทางอาญาในเรื่องนี้แต่ไม่ต้องระบุว่าบริษัทใดเป็นผู้ฉ้อโกง ให้ตำรวจไปสืบหาเอาเอง

6. ปัญหาที่พบคือบางจังหวัดมีนักกฎหมายในจังหวัดแนะนำให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับร้านค้าในความผิดฐานฉ้อโกง แต่ตนเห็นต่างเพราะ

6.1 การกล่าวโทษร้านค้าอย่างนั้นอาจทำให้ร้านค้าฟ้องกลับข้อหาแจ้งความเท็จ/หมิ่นประมาท

6. 2 การกล่าวโทษร้านค้าอย่างนั้นเท่ากับเรายอมรับว่านิติกรรมการซื้อขายเป็นกลฉ้อฉล ซึ่งจะทำให้นิติกรรมนั้นตกเป็นโมฆียะกรรม ซึ่งมีอายุความต้องบอกล้างหรือยกเลิกภายในหนึ่งปีนับแต่รู้หรือควรรู้ว่ามีการฉ้อฉล การที่โรงเรียนได้รับหนังสือบอกกล่าวทวงถามจึงถือว่ารู้ถึงการฉ้อโกงแล้ว และเมื่อรับหนังสือบอกกล่าวทวงถามเกินหนึ่งปีคดีก็จะขาดอายุความในการต่อสู้ในประเด็นเรื่องโมฆียะกรรม

6.3 แนวทางต่อสู้คดีที่ตนเสนอแนะไปคือให้ต่อสู้คดีว่าสำคัญผิดในข้อเท็จจริงคือแหล่งเงินชำระ ซึ่งถือว่าเป็นการสำคัญผิดในข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญ การต่อสู้เช่นนี้จะทำให้นิติกรรมเป็นโมฆะกรรม ไม่มีอายุความจะบอกเลิกเมื่อใดก็ได้แม้ว่าจะรับหมายศาลแล้วก็ตามแต่หน้าที่ในการนำสืบเป็นหน้าท่ีของโรงเรียน

7 การที่บริษัทที่อ้างเป็นตัวแทนร้านค้าแจ้งโรงเรียนว่าถ้าโรงเรียนใดไม่ประสงค์ใช้หนี้ให้ร้านค้า ทางร้านค้าก็จะยกหนี้ให้โดยให้ถือว่าเป็นการบริจาคและให้โรงเรียนออกใบอนุโมทนาบัตรให้กับบริษัทที่อ้างเป็นตัวแทน การที่โรงเรียนออกใบอนุโมทนาบัตรเช่นนี้ไม่ได้ทำให้หนี้ระงับไป เพราะเจ้าหนี้คือร้านค้ามิได้เป็นคนแจ้งยกหนี้ให้ การออกใบอนุโมทนาบัตรให้ร้านค้าที่อ้างเป็นตัวแทนจึงทำให้บริษัทนั้นได้ประโยชน์ในการไปลดหย่อนภาษีได้อีก จึงถือว่ามีการหลอกลวงโรงเรียนซ้ำสอง ดังนั้นโรงเรียนต้องรีบไปแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทนั้นๆ มิฉะนั้นตัวผู้อำนวยการโรงเรียนเองจะถูกดำเนินคดีข้อหาปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบฯ (มาตรา 157)และฐานความผิดอื่นๆอีกหลายมาตรา

โรงเรียนใดในจังหวัดใดโดนเหตุการณ์แบบนี้ หากประสงค์ให้ตนไปช่วยแนะนำในการต่อสู้คดีขอให้รวมกลุ่มกันแล้วแจ้งให้ ส.บ.ม.ท. หรือตนทราบทางโทรศัพท์ ตนจะเดินทางไปหาถึงที่ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะ ส.บ.ม.ท. รัก/ห่วงใยและยืนเคียงข้างครูเสมอ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องชาวประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษาหรือสังกัดใดก็ตาม

รัชชัยย์ ศรสุวรรณ
นายก ส.บ.ม.ท.
โทร 083-2652693 

ขอบคุณข้อมูลจาก นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.)

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ส.บ.ม.ท.เสนอแนวทางและยินดีช่วยเหลือโรงเรียน/ผอ.โรงเรียนที่ตกเป็นจำเลยคดีแอบอ้างได้รับการจัดสรรงบประมาณ , , ส.บ.ม.ท.เสนอแนวทางและยินดีช่วยเหลือโรงเรียน , ผอ.โรงเรียนที่ตกเป็นจำเลยคดีแอบอ้างได้รับการจัดสรรงบประมาณ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
กระทรวงศึกษาธิการยกเครื่องหลักสูตรขั้นพื้นฐานใหม่ ให้มีความทันสมัย☕ 26 ต.ค. 2563
กระทรวงศึกษาธิการยกเครื่องหลักสูตรขั้นพื้นฐานใหม่ ให้มีความทันสมัย
เปิดอ่าน 478 ครั้ง
ความคืบหน้าการพิจารณาทบทวนมติ ก.ค.ศ.กรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ว 13/2556☕ 26 ต.ค. 2563
ความคืบหน้าการพิจารณาทบทวนมติ ก.ค.ศ.กรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ว 13/2556
เปิดอ่าน 504 ครั้ง
นักวิจัยธนาคารโลก ชี้ COVID-19 ทำเด็กไทยเสียโอกาสการเรียนรู้ เด็กชนบทขาดแคลนคอมพิวเตอร์ ซ้ำยังถูก bully ในโรงเรียน☕ 26 ต.ค. 2563
นักวิจัยธนาคารโลก ชี้ COVID-19 ทำเด็กไทยเสียโอกาสการเรียนรู้ เด็กชนบทขาดแคลนคอมพิวเตอร์ ซ้ำยังถูก bully ในโรงเรียน
เปิดอ่าน 186 ครั้ง
จี้แก้หนี้ครูทั้งระบบเพิ่มสวัสดิการ-พักชำระ 2 ปี☕ 22 ต.ค. 2563
จี้แก้หนี้ครูทั้งระบบเพิ่มสวัสดิการ-พักชำระ 2 ปี
เปิดอ่าน 6,215 ครั้ง
มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3☕ 22 ต.ค. 2563
มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3
เปิดอ่าน 564 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

พืชที่ใช้ทำเครื่องดนตรีพื้นบ้านพืชที่ใช้ทำเครื่องดนตรีพื้นบ้าน
เปิดอ่าน 23,851 ครั้ง
3 เรื่องที่ต้องรู้ "ตั้งเป้ารวยก่อนแก่"3 เรื่องที่ต้องรู้ "ตั้งเป้ารวยก่อนแก่"
เปิดอ่าน 10,291 ครั้ง
โปรแกรมฝึกอ่านอังกฤษออนไลน์ใครก็เรียนได้ไม่เสียสตางค์กวดวิชา โปรแกรมฝึกอ่านอังกฤษออนไลน์ใครก็เรียนได้ไม่เสียสตางค์กวดวิชา
เปิดอ่าน 37,353 ครั้ง
สุภาษิตอิศรญาณสุภาษิตอิศรญาณ
เปิดอ่าน 131,315 ครั้ง
ข้อเสนอเชิงนโยบายการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา (2553)ข้อเสนอเชิงนโยบายการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา (2553)
เปิดอ่าน 19,843 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ