ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > สธ. ประเมินความพร้อมโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 3.3 หมื่นแห่ง ตั้งจิตอาสา “ผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน” จังหวัดละ 2 คน พร้อมเปิดเรียน 1 ก.ค.นี้

สธ. ประเมินความพร้อมโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 3.3 หมื่นแห่ง ตั้งจิตอาสา “ผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน” จังหวัดละ 2 คน พร้อมเปิดเรียน 1 ก.ค.นี้

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 30 มิ.ย. 2563 เปิดอ่าน : 2,128 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
สธ. ประเมินความพร้อมโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 3.3 หมื่นแห่ง ตั้งจิตอาสา “ผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน” จังหวัดละ 2 คน พร้อมเปิดเรียน 1 ก.ค.นี้

Advertisement

กระทรวงสาธารณสุข ประเมินความพร้อมโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 3.3 หมื่นแห่ง พร้อมเปิดเรียน 1 กรกฎาคมนี้อย่างปลอดภัย พร้อมตั้งจิตอาสา “ผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน” จังหวัดละ 2 คน ร่วมเกาะติดเฝ้าระวังจุดเสี่ยงโควิด 19 ในโรงเรียน พร้อมประเมินและรายงานผลให้ สธ. - ศธ. รับทราบ

วันนี้ (30 มิถุนายน 2563) ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม และผู้อำนวยการโรงเรียนพิบูลเวศม์ แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมโรงเรียนก่อนเปิดเทอม โดยแพทย์หญิงพรรณพิมลกล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีว่าโรงเรียนทั่วประเทศ ทั้งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสังกัดหน่วยงานอื่นได้ร่วมประเมินตนเองของสถานศึกษาผ่านระบบ Thai Stop COVID เพื่อสำรวจความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมประเมินทั้งหมด 33,637 แห่งจาก 38,450 แห่ง โดยเป็นโรงเรียนสังกัด สพฐ. 28,836 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 85.7 ของโรงเรียนทั้งหมด ซึ่งผ่านเกณฑ์ประเมินครบทุกข้อ (44 ข้อ) ร้อยละ 94.19 และโรงเรียนในสังกัดอื่นส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์การประเมินตนเอง มีความพร้อมที่จะเปิดการเรียนการสอนในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

สำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนของสถานศึกษา (Reopening) ได้เน้นย้ำใน 6 แนวทางสำคัญ ประกอบด้วย

1.คัดกรองอาการเสี่ยงและวัดไข้
2.สวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่ในโรงเรียน
3.จัดจุดล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลให้เพียงพอ
4.จัดให้มีการเว้นระยะห่าง
5.หมั่นทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส และ
6.ลดแออัด ไม่จัดกิจกรรมที่ต้องสัมผัสร่วมกัน

นอกจากนี้แต่ละโรงเรียนจะมีการเตรียมพื้นที่สำหรับรองรับเด็กที่มีอาการเสี่ยงหรือมีไข้สูง พร้อมมีแนวทางการประสานส่งตัวรักษาและแจ้งผู้ปกครองทราบ และหากพบว่ามีนักเรียนป่วยหรือไม่สบายเป็นกลุ่มตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จะดำเนินการสอบสวนโรค หากพบว่ามีการติดเชื้อโควิด 19 จะมีมาตรการปิดโรงเรียนเพื่อควบคุมโรคตามลำดับต่อไป

“กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข มีกลไกการประเมินและติดตามในแต่ละโรงเรียนตามพื้นที่เขตการศึกษา และมีผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียนซึ่งเป็นจิตอาสาเข้ามาร่วมติดตามการปฏิบัติตามมาตรการและให้คำปรึกษาด้านต่างๆ จังหวัดละ 2 คน ซึ่งจะรายงานผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องกลับมายังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้การดำเนินงานควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดและมีความปลอดภัยอย่างสูงสุด” อธิบดีกรมอนามัยกล่าว

ด้าน ดร.พีรานุช ไชยพิเดช ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลพิบูลเวศม์ กล่าวว่า สำหรับโรงเรียนที่ดูแลนักเรียนวัยเด็กเล็ก จะเน้นการเรียนการสอนแบบผสมผสานทั้งในโรงเรียนและออนไลน์ เน้นการเว้นระยะห่างเพื่อลดการสัมผัสใกล้ชิดในทุกกิจกรรม ทั้งการเรียน เล่น รับประทานอาหาร และนอนกลางวัน เป็นต้น รวมทั้งเน้นย้ำเรื่องการสอนการล้างมืออย่างถูกสุขลักษณะ 7 ขั้นตอน เพื่อให้เด็กเล็กได้ปฏิบัติตาม ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และโรงเรียนได้ผ่านการประเมินตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดแล้ว

ส่วน ดร.จรุญ จารุสาร ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม จ.นนทบุรี กล่าวว่า โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษมีนักเรียนเป็นจำนวนมาก ก่อนเปิดภาคเรียนทางโรงเรียนผ่านการประเมินทั้ง 44 ข้อแล้ว ได้จัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน และยึดแนวทาง 6 มาตรการป้องกันตั้งแต่การเข้าโรงเรียนจนถึงนักเรียนกลับบ้าน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด รวมทั้งจัดให้มีครูหรือบุคลากรเป็นเวรตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการภายในโรงเรียนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้นักเรียนทุกคนมีความปลอดภัยอย่างสูงสุดเช่นกัน


ที่มา เว็บไซต์รัฐบาลไทย วันที่ 30 มิถุนายน 2563

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> สธ. ประเมินความพร้อมโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 3.3 หมื่นแห่ง ตั้งจิตอาสา “ผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน” จังหวัดละ 2 คน พร้อมเปิดเรียน 1 ก.ค.นี้ , , สธ. , ประเมินความพร้อมโรงเรียนทั่วประเทศกว่า , 3.3 , หมื่นแห่ง , ตั้งจิตอาสา , “ผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน” , จังหวัดละ , 2 , คน , พร้อมเปิดเรียน , 1 , ก.ค.นี้ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ด่วนที่สุด! สพฐ.มีคำสั่งย้ายและแต่งตั้ง ผอ.เขต - รองผอ.เขต ทั่วประเทศ☕ 29 ต.ค. 2563
ด่วนที่สุด! สพฐ.มีคำสั่งย้ายและแต่งตั้ง ผอ.เขต - รองผอ.เขต ทั่วประเทศ
เปิดอ่าน 7,905 ครั้ง
“ณัฎฐพล”สั่ง สพฐ.ควบรวมรร.ขนาดเล็กให้ได้ไม่ต้องกลัวใครขวาง พร้อมลดไซส์ รร.ขนาดใหญ่ ผุดมัธยมสี่มุมเมือง☕ 29 ต.ค. 2563
“ณัฎฐพล”สั่ง สพฐ.ควบรวมรร.ขนาดเล็กให้ได้ไม่ต้องกลัวใครขวาง พร้อมลดไซส์ รร.ขนาดใหญ่ ผุดมัธยมสี่มุมเมือง
เปิดอ่าน 8,984 ครั้ง
นักวิชาการไม่เห็นด้วย ศธ.อัพเดทหลักสูตรเก่าเป็นของใหม่☕ 29 ต.ค. 2563
นักวิชาการไม่เห็นด้วย ศธ.อัพเดทหลักสูตรเก่าเป็นของใหม่
เปิดอ่าน 1,096 ครั้ง
ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2563☕ 29 ต.ค. 2563
ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2563
เปิดอ่าน 2,483 ครั้ง
การปรับราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืนตามกฎหมาย☕ 27 ต.ค. 2563
การปรับราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืนตามกฎหมาย
เปิดอ่าน 4,223 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ไมเคิลแองเจลโล (มีเกลันเจโล บัวนาร์โรตี)ไมเคิลแองเจลโล (มีเกลันเจโล บัวนาร์โรตี)
เปิดอ่าน 35,848 ครั้ง
กุญแจไขโจทย์คุณภาพการศึกษาไทยกุญแจไขโจทย์คุณภาพการศึกษาไทย
เปิดอ่าน 6,964 ครั้ง
ภาวะหมดไฟในการทำงาน (burnout syndrome)ภาวะหมดไฟในการทำงาน (burnout syndrome)
เปิดอ่าน 10,528 ครั้ง
แนะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้คุณ "หมดไฟ" ในการทำงานแนะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้คุณ "หมดไฟ" ในการทำงาน
เปิดอ่าน 14,567 ครั้ง
คาร์ล เบนซ์ เป็นผู้ให้กำเนิดรถยนตร์คันแรกของโลกคาร์ล เบนซ์ เป็นผู้ให้กำเนิดรถยนตร์คันแรกของโลก
เปิดอ่าน 12,358 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ