ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > นักวิจัยธนาคารโลก ชี้ COVID-19 ทำเด็กไทยเสียโอกาสการเรียนรู้ เด็กชนบทขาดแคลนคอมพิวเตอร์ ซ้ำยังถูก bully ในโรงเรียน

นักวิจัยธนาคารโลก ชี้ COVID-19 ทำเด็กไทยเสียโอกาสการเรียนรู้ เด็กชนบทขาดแคลนคอมพิวเตอร์ ซ้ำยังถูก bully ในโรงเรียน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 26 ต.ค. 2563 เปิดอ่าน : 1,443 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
นักวิจัยธนาคารโลก ชี้ COVID-19 ทำเด็กไทยเสียโอกาสการเรียนรู้ เด็กชนบทขาดแคลนคอมพิวเตอร์ ซ้ำยังถูก bully ในโรงเรียน

Advertisement

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดประชุมวิชาการนานาชาติ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3 จาก 11 ประเทศ ในอาเซียนและติมอร์-เลสเต ด้วยระบบออนไลน์ โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กองทุนเพื่อความเสมอภาคภาคทางการศึกษา (กสศ.) กรมประชาสัมพันธ์ และหน่วยภาครัฐและเอกชน

วันที่สองของการประชุม (23 ตุลาคม 2563) เริ่มต้นด้วยการอภิปรายในหัวข้อ ‘โควิด-19 กับโรงเรียนของฉัน’ (My School and COVID-19) ซึ่งเป็นเวทีสะท้อนความคิดเห็นของเยาวชนในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกี่ยวกับผลกระทบจากวิกฤติโรคระบาด ลำดับถัดมาเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การสอน โดยครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ปี 2562 จาก11 ประเทศ จากนั้นเป็นการอภิปรายพิเศษในหัวข้อ ‘เทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนครูในยุคโควิด-19’ (New Learning Technology) โดย นายผนวกเดช สุวรรณทัต นักวิจัย สถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

อีกหนึ่งหัวข่อที่น่าสนใจ ได้แก่ การอภิปรายพิเศษ เปิดผลวิจัย ‘ผลกระทบต่อการเรียนรู้ของนักเรียนไทยในยุคโควิค-19’ (Possible Impact of COVID-19 Pandemic on Thai Students’ Achievement) โดย ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์ด้านพัฒนามนุษย์ กลุ่มงานการศึกษา ประจำธนาคารโลก สำนักงานประเทศไทย

ดร.ดิลกะ เปิดเผยว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาจะเกิดขึ้นได้ย่อมมาจากหลายปัจจัย อาทิ ทรัพยากร คุณภาพครู คุณภาพโรงเรียน ซึ่งหากดูตัวเลขงบประมาณลงทุนด้านการศึกษาของประเทศไทยถือว่าไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศ OECD (Organization for Economic Cooperation and Development หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาของประเทศกลุ่มยุโรป)

ผลการวิจัยพบอีกว่า ค่าใช้จ่ายของเด็กนักเรียนในระดับชั้น ป.1- ม.3 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แต่กลับไม่ส่งผลให้การเรียนของเด็กดีขึ้นแต่อย่างใด โดยเฉพาะผลสอบ PISA ที่ตกต่ำอย่างมาก

นอกจากนี้ การจัดสรรและการกระจายทรัพยากรเพื่อแก้ไขปัญหาโรงเรียนขาดแคลนบุคลากรครู ยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังเท่าใดนัก อีกทั้งยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมระหว่างนักเรียนในเขตเมืองกับเขตชนบทค่อนข้างสูง  

“ความไม่เท่าเทียมนั้นมีอยู่ในทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าประเทศใดก็ตาม แต่ในประเทศไทยเราพบว่ามีความเหลื่อมล้ำในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียน” เขากล่าว

ดร.ดิลกะ กล่าวว่า เมื่อสำรวจความพร้อมของอุปกรณ์การเรียนและคอมพิวเตอร์ พบว่า เด็กในเขตเมืองส่วนใหญ่มีความพร้อมกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เด็กนักเรียนในเขตชนบทมีความพร้อมเพียง 45 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนได้ว่า ประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์
ประกอบกับการสำรวจผลกระทบการเรียนรู้ของเด็กไทยในช่วงโควิด-19 โดยใช้ดัชนีชี้วัด 3 ด้าน ได้แก่ การปรับตัวในการสอนของครู ระเบียบวินัยในห้องเรียน และคุณภาพการเรียนการสอน พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในกลุ่มโรงเรียนที่ด้อยโอกาสจะมีดัชนีชี้วัดทั้ง 3 ข้อนี้ ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน
ขณะเดียวกัน ดร.ดิลกะ ยังเผยผลการสำรวจพฤติกรรมการกลั่นแกล้งรังแก (bully) ในโรงเรียน โดยพบว่า เด็กนักเรียนไทยมีอัตราการถูกกลั่นแกล้งรังแกสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD ทำให้เด็กไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียน ไม่มีความสุขในการไปโรงเรียน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงความสามารถในการอ่านที่ลดต่ำลงตามไปด้วย

ดร.ดิลกะ กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า แม้ขณะนี้จะยังไม่มีการประเมินความเสียหายในภาพรวมจากผลกระทบของโรคโควิด-19 แต่สิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ ณ วันนี้คือ วิกฤติโรคระบาดทำให้เด็กไทยจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะเด็กในชนบทต้องสูญเสียเวลาเรียน ขาดโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านการศึกษาจำเป็นต้องเร่งหาทางช่วยเหลือและแก้ปัญหาต่อไป

“ในอนาคตข้างหน้า หากเกิดการระบาดของโควิด-19 ระลอกสอง ก็หวังว่าหน่วยงานภาครัฐจะสามารถหาแนวทางรับมือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อไม่ให้เด็กไทยต้องสูญเสียโอกาสในการเรียนมากไปกว่านี้” นักเศรษฐศาสตร์ด้านพัฒนามนุษย์ จากธนาคารโลก สำนักงานประเทศไทย กล่าว

ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กล่าวว่า เวทีครั้งนี้เราได้เห็นครูแต่ละที่พยายามที่จะบอกเล่าปัญหาและแนวทางในการแก้ปัญหายุคที่โควิด-19 ระบาดกระทบการศึกษา และไม่รู้ว่าโควิดจะอยู่อีกนานแค่ไหน หลังจากที่โรงเรียนถูกปิด เด็กเรียนหนังสือน้อยลง มันส่งผลต่อพัฒนาการและการศึกษาของเด็ก เป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ การไปโรงเรียนมันไม่ใช่แค่อ่านออกเขียนได้ แต่มันมีพัฒนาการทางสังคม สมอง เด็กต้องมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนเล่นกับเพื่อน ยิ่งเด็กกลุ่มเปราะบาง เด็กยากจนจะยิ่งกระทบอย่างมาก

“เวทีนี้จะบอกเล่าว่าแต่ละประเทศใช้มาตรการอะไรในช่วงโรงเรียนปิด บทเรียนของต่างประเทศเขาจัดการกับปัญหานี้อย่างไร ซึ่งพบว่า เขาเน้นเรื่องความปลอดภัย ใส่หน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง รักษาความสะอาดพื้นที่เรียน พื้นที่โรงอาหาร หลายประเทศจะใช้วิธีทำสื่อให้ผู้ปกครองมารับเพื่อไปสอนลูกที่บ้าน ทำสื่อออนไลน์ สอนออฟไลน์ที่บ้าน ใช้ทุกๆมาตรการเพื่อป้องกันปัญหา ในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีเอื้ออำนวย เราต้องทำให้การศึกษาอยู่ในภาพกว้าง ยึดหลักเอาการศึกษา เอาโรงเรียนไปหาเด็กไปหาพ่อแม่ ไปหาชุมชน ถ้าอยู่ในเมืองก็ใช้อินเทอร์เน็ต อยู่ต่างจังหวัดก็ใช้วิทยุโทรทัศน์ เพื่อให้เด็กได้รับการศึกษา” ดร.กฤษณพงศ์ กล่าว

ขณะที่ ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูนักศึกษา และสถานศึกษา กสศ. กล่าวว่า การประชุมวิชาการนานาชาติครั้งนี้ จัดขึ้นผ่านระบบออนไลน์ มีครูจากเครือข่ายทั่วโลกรับชมกว่าแสนคน ซึ่งมีความสำคัญกับการทำงานของ กสศ.อย่างมาก เช่น บทบาทครูต่อการเรียนการสอนในช่วงโควิด-19 เพราะไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียวที่ต้องเผชิญ เราได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายครู11 ประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ ประเทศที่มีเด็กจำนวนมาก เขาดูแลเด็กได้อย่างไร แนวคิดโมบายที่เขาใช้เข้าถึงตัวเด็กเป็นอย่างไร ถ้าเด็กมาโรงเรียนไม่ได้ต้องแก้ปัญหาให้การเรียนส่งถึงบ้านอย่างไร รวมถึงประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่ทันสมัย เขาดูแลเด็กพิเศษของเขาอย่างไร ซึ่งถือว่าเกิดประโยชน์กับครูไทยอย่างมาก เพราะมิติการแลกเปลี่ยนทั้ง11ประเทศ ทาง กสศ.จะได้นำไปถอดบทเรียนและต่อยอดการพัฒนาครู เพราะกสศ.เรามีแผนที่จะพัฒนาครู พัฒนาโรงเรียน พัฒนาเด็กนักเรียนในทุกมิติ และเวที2วันนี้เราจะได้เห็นว่า ครูพยายามหาทางออก ปรับรูปแบบการเรียนรู้ เกิดมุมมองใหม่ๆในแต่ละพื้นที่แต่ละโรงเรียน

“กสศ.มองว่าในอนาคต หากเราเตรียมพร้อมเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เราจะปรับตัวและรับมือกับมันได้ เทคโนโลยี ระบบออนแอร์ ระบบออนไซต์ ต้องทำควบคู่กันไป เพื่อให้เหมาะสมไม่ทำให้เกิดอันตราย

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี รุ่นที่4 ทั้ง10ประเทศ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและคณูปการต่อวงการการศึกษา และประเทศไทย กำลังเข้มข้มในการเฟ้นหาครูทั้ง77จังหวัด เพื่อให้ได้ผู้แทนของแต่ละจังหวัด ส่งเข้ามาส่วนกลาง คาดว่าในช่วงเดือนมีนาคม2564 จะทราบผลว่าทั้ง10ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ใครจะเป็นครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี รุ่นที่4 เพื่อรับพระราชทานรางวัลในเดือนตุลาคม2564 นี้ ซึ่งช่วงนี้ ท่านใดที่อยู่ในพื้นที่ของกระบวนการการคัดเลือกก็สามารถเสนอชื่อครูเข้ามาได้” ดร.อุดม กล่าว 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> นักวิจัยธนาคารโลก ชี้ COVID-19 ทำเด็กไทยเสียโอกาสการเรียนรู้ เด็กชนบทขาดแคลนคอมพิวเตอร์ ซ้ำยังถูก bully ในโรงเรียน , , นักวิจัยธนาคารโลก , ชี้ , COVID-19 , ทำเด็กไทยเสียโอกาสการเรียนรู้ , เด็กชนบทขาดแคลนคอมพิวเตอร์ , ซ้ำยังถูก , bully , ในโรงเรียน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ด่วนที่สุด การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ☕ 3 ธ.ค. 2563
ด่วนที่สุด การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
เปิดอ่าน 3,302 ครั้ง
สทศ.อ่อนข้อจ่อยกเลิกสอบโอเน็ต☕ 3 ธ.ค. 2563
สทศ.อ่อนข้อจ่อยกเลิกสอบโอเน็ต
เปิดอ่าน 2,843 ครั้ง
พิษโควิด รร.สังกัด สพฐ. ปิดแล้ว 63 แห่ง☕ 3 ธ.ค. 2563
พิษโควิด รร.สังกัด สพฐ. ปิดแล้ว 63 แห่ง
เปิดอ่าน 2,156 ครั้ง
ศธ. เปิดทางรร.ออกระเบียบลงโทษนักเรียนได้เอง กรอบภาพกว้าง ให้ยึดตามตามลักษณะกลุ่มพฤติกรรมของเด็ก☕ 3 ธ.ค. 2563
ศธ. เปิดทางรร.ออกระเบียบลงโทษนักเรียนได้เอง กรอบภาพกว้าง ให้ยึดตามตามลักษณะกลุ่มพฤติกรรมของเด็ก
เปิดอ่าน 1,056 ครั้ง
การบริหารกลุ่มพื้นที่การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำเขตตรวจราชการ สังกัด สพฐ. (ประกาศคลัสเตอร์/แต่งตั้งประธานคลัสเตอร์)☕ 1 ธ.ค. 2563
การบริหารกลุ่มพื้นที่การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำเขตตรวจราชการ สังกัด สพฐ. (ประกาศคลัสเตอร์/แต่งตั้งประธานคลัสเตอร์)
เปิดอ่าน 2,684 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เรื่องของเหรียญบาทเรื่องของเหรียญบาท
เปิดอ่าน 20,391 ครั้ง
ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจักรวาลที่มีลักษณะเหมือนโลกดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจักรวาลที่มีลักษณะเหมือนโลก
เปิดอ่าน 11,179 ครั้ง
เพลง   :   Jingle Bell เพลง : Jingle Bell
เปิดอ่าน 135,666 ครั้ง
ความลับ ทำไมคนญี่ปุ่นถึงอายุยืนที่สุดในโลกความลับ ทำไมคนญี่ปุ่นถึงอายุยืนที่สุดในโลก
เปิดอ่าน 7,130 ครั้ง
17 พฤติกรรมบ่งชี้ ออทิสติกในเด็ก17 พฤติกรรมบ่งชี้ ออทิสติกในเด็ก
เปิดอ่าน 7,326 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ