ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > สพฐ.ตั้งเป้า ลดภาระงานครู ทั้งระบบ!

สพฐ.ตั้งเป้า ลดภาระงานครู ทั้งระบบ!

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 20 ม.ค. 2564 เปิดอ่าน : 10,062 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
สพฐ.ตั้งเป้า ลดภาระงานครู ทั้งระบบ!

Advertisement

สพฐ.เตรียมพร้อมเปิดเรียน 1 ก.พ.นี้ ย้ำโรงเรียนระวังความเหลื่อมล้ำการออกข้อสอบ

วันที่ 20 มกราคม 2564 เวลา 09.00 น. นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( เลขาธิการ กพฐ. ) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ว่า เป็นการประชุมเพื่อขับเคลื่อนและเร่งรัดงาน และการจัดทำคำของบประมาณ ปี 2565 เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งต้องการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพชุมชน โรงเรียนดีสี่มุมเมือง และโรงเรียนสแตนอโลน โดยให้ปรับงบประมาณ ปี 2565 ให้สัมพันธ์กับนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงเรื่องเร่งรัดการดำเนินการเบิกจ่าย และการดำเนินงานตามแผนงานปี 2564 ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวว่า ในฐานะที่ สพฐ.เป็นกน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบโดยตรงในการพัฒนาโรงเรียนสแตนอโลน โรงเรียนดีสี่มุมเมือง และโรงเรียนคุณภาพชุมชน สพฐ.จึงแบ่งงานและมอบหมายภาระกิจให้กับผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญที่จะจัดส่งบุคลากรลงไปช่วยขับเคลื่อนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับจังหวัด เพื่อก่อนที่คณะทำงานของรัฐมนตรีว่าการ ศธ.จะลงไปติดตามความเป็นไปได้และความเหมาะสมของโรงเรียนทั้ง 3 แบบ สพฐ.จึงจะส่งบุคลากรลงไปช่วยเหลือติดตามเบื้องต้นก่อน

นายอัมพร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ได้หารือจากปัญหาที่คุณครูมีภาระงานอื่นที่ไม่ใช่งานสอนอยู่จำนวนมากนั้น ดังนั้น เพื่อลดภาระของคุณครู สพฐ.จึงได้จัดทำรูปแบบการพัฒนางาน หรือการปรับปรุงงานเร่งด่วน เพื่อจะลดภาระงานครูทั้งระบบ ตั้งแต่ลดภาระงานของเขตพื้นที่การศึกษา ลดภาระงานโรงเรียน และลดภาระงานของคุณครู โดยมีเป้าหมายเพื่อให้คุณครูมีเวลาจัดการเรียนการสอนได้มากขึ้น

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวถึงการเตรียมการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 ก.พ.นี้ กับเรื่องการเตรียมการสอบของนักเรียนระดับต่าง ๆ ส่วนเรื่องการเปิดภาคเรียนนั้น หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 มีแน้วโน้มที่ดีขึ้น และทางศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)มีมติเห็นชอบว่าให้โรงเรียนเปิดการเรียนการสอนได้ สพฐ.ก็พร้อมเปิดเรียนในวันที่ 1 ก.พ.นี้

“วันนี้ ผมก็สื่อสารไปถึงโรงเรียนทุกแห่งแล้วว่าให้เตรียมการทำความสะอาดโรงเรียน หรือออกแบบมาตรการรองรับในการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1. ก.พ.นี้ ส่วนรูปแบบการเปิด สพฐ.ก็ให้ทางเลือกโรงเรียนไว้หลายทาง เช่น 1. กรณีโรงเรียนที่สอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึง ม.6 แต่ถ้าเปิดไม่ได้ทั้งหมด ก็อยากให้โรงเรียนเปิดสำหรับเด็กเล็กก่อน เพราะเด็กเล็กยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ต้องอาศัยครูดูแล เพื่อแบ่งเบาภาระให้ผู้ปกครองไปทำงาน แต่ถ้าเปิดได้ทุกระดับชั้น ก็ให้เปิดเรียนได้ในวันที่ 1 ก.พ. โดยให้คำนึงถึงประกาศของ ศบค.แต่ละจังหวัดเป็นฐานในการตัดสินใจ สำหรับในส่วนของครูมีความพร้อมแล้ว เว้นแต่จังหวัดหรือพื้นที่ใด ศบค.ยังห้ามอยู่ก็ขอให้โรงเรียนถือปฏิบัติตาม ศบค.ต่อไป”

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า เนื่องจากผู้ปกครองมีความห่วงใยเรื่องการสอบต่าง ๆของผู้เรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จะมีการจัดสอบอย่างไร นั้น ขอชี้แจงว่า สพฐ.ได้เตรียมการจัดสอบในปีนี้ออกเป็น 2 ส่วน คือการทดสอบ ซึ่งเป็นอำนาจของโรงเรียน หรือเรียกว่าการทดสอนระดับสถานศึกษา เช่น สอบกลางภาค และสอบปลายภาค เพื่อเลื่อนชั้น โดยการสอบปลายภาคนั้น โรงเรียน คุณครูจะเป็นผู้กำหนดเองว่าจะสอบวันไหน และเครื่องมือวัดก็ไม่ได้ใช้แบบทดสอบ อาจจะใช้เป็นใบงานเพื่อมอบหมายงานให้ทำส่งชิ้นงาน ก็สามารถทำได้ แต่ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานตัวชี้วัดแต่ละวิชา ส่วนการสอบปลายภาค และการสอบเลื่อนชั้นนั้น ปีนี้ สพฐ.ออกประกาศว่าไม่เอาคะแนนทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ (O-NET)
มาตัดสินผลการเรียนแล้ว และให้นักเรียน ป.6 และ ม.3 สอบโอเน็ตตามความสมัครใจ โดยให้ถือเป็นสิทธิส่วนตัวโดยเฉพาะของนักเรียน ดังนั้นโรงเรียนสามารถกำหนดการสอบปลายภาคได้เอง ว่าจะใช้การทดสอบแบบไหน อาจจะใช้แบบทดสอบ ที่ สพฐ.ทำไว้ส่วนกลาง หรือโรงเรียนจะออกแบบทดสอบเอง หรือจะประเมินด้วยวิธีอื่นก็ได้

"มีหลายคนถามว่า ให้นักเรียนเลื่อนชั้นเลยโดยไม่ต้อประเมินได้หรือไม่นั้น สพฐ.ตอบตรงๆเลยว่าให้นักเรียนเลื่อนชั้นได้ แต่ต้องมีการประเมิน แต่วิธีการประเมินไม่ต้องใช้แบบทดสอบเสมอไป อาจจะใช้วิธีประเมินหลายๆอย่างในการวัดและประเมิผล และผู้ปกครองก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกไม่ได้เรียนแล้วลูกจะไม่ได้เลื่อนชั้น

เพราะการประเมินนักเรียนต้องประเมินตามศักยภาพ ของนักเรียนแต่ละคนเป็นสำคัญ โดยไม่ต้องยึดมาตรฐานกลาง เพราะวันนี้ยึดมาตรฐานกลางไม่ได้ เนื่องจากนักเรียนไม่ได้เรียนเท่ากัน และเครื่องมือที่ใช้เรียนก็ไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ดังนั้น จึงให้โรงเรียนดูที่พัฒนาการของนักเรียนเป็นรายบุคคลเป็นหลัก" นายอัมพร กล่าว

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ส่วนการสอบโอเน็ตของนักเรียนชั้น ม.6 ที่กำหนดให้นักเรียน ม.6 เข้าสอบทุกคน โดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กำหนดจัดสอบ ในวันที่ 27-28 มีนาคม นี้ ซึ่งตนคาดว่าในช่วงเวลานั้นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเบาบางลงแล้วและสามารถจัดสอบได้ เว้นแต่จะมีวิกฤต และมีการเปลี่ยงแปลงเกิดขึ้น ทุกหน่วยงานก็จะหารือกันอีกครั้ง ส่วนนักเรียน ป.6 และ ม.3 ที่สมัครใจจะทำการทดสอบโอเน็ต เพื่อให้ทราบว่าตนเองมีองค์ความรู้อยู่ระดับใดนั้น ก็ต้องให้โอกาสนักเรียน โดย สทศ.กำหนดให้ สพฐ.แจ้งนักเรียนที่ประสงจะสอบโอเน็ต ให้สมัครผ่านระบบออนไลน์ โดยให้คุณครูช่วยดำเนินการดูแลให้ และให้กรอกข้อมูลให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 5 ก.พ.นี้

“ผมไม่อย่ากให้ผู้ปกครองนักเรียนที่อยู่ในเขต 28 จังหวัด ที่ไปสอบแข่งขั้นจังหวัดอื่นๆกลัวจะเกิดความเหลื่อมล้ำกับเพื่อนที่อยู่ในจังหวัดอื่น หรือกลัวไม่ได้เลื่อนชั้น ผมขอแจ้งว่าจะไม่มีผลต่อการเลื่อนชั้นของนักเรียน ส่วนการสอบเข้า ม.1 ,ม.4 ผมได้รับนโยบายจาก รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ที่มีความห่วงใยเนื่องจากนักเรียนในแต่ละจังหวัดเรียนไม่เท่ากันเกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพราะโรงเรียนแข่งขันสูง ออกข้อสอบโดยไม่คำนึงถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จึงเกรงว่าจะเกิดปัญหาเกิดผมจึงสื่อสารไปยังโรงเรียนต่างๆ ว่า หากโรงเรียนใดมีการทดสอบเพื่อรับนักเรียนเข้าเรียน ก็ให้พยายามหลีกเลี่ยงข้อสอบที่เป็นความรู้ในเทอมสุดท้ายนี้ เช่น การสอบเข้า ม.1 โรงเรียนไม่จำเป็นต้องเอาเนื้อหาเทอมปลายของ ป.6 มาออกข้อสอบ อาจจะอิ่งเนื้องหาของ ป.4,ป.5 หรือความรู้ของ ป.6ในเทอม 1 มาออก เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำกับนักเรียนที่มีการเรียนแตกต่างกัน ส่วนการสอบเข้า ม.4 ก็ไม่จำเป็นต้องเแาเนื้อหาเทอมปลายของ ม.3 มาออกข้อสอบ ให้เอาเนื้อหาในข่วงชั้น ม.1,ม.2 และเทอมแรกของ ม.3 มาออกข้อสอบ ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนมีความเท่าเทียมกัน และเพื่อลดความเครียดความวิตกกังวลของผู้ปกครองและนักเรียน” เลขาธิการกพฐ. กล่าว


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก แนวหน้า วันพุธ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> สพฐ.ตั้งเป้า ลดภาระงานครู ทั้งระบบ! , , สพฐ.ตั้งเป้า , ลดภาระงานครู , ทั้งระบบ! << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สทศ.เปลี่ยนแปลงวันสอบ O-NET ม.6 และวิชาสามัญ รายวิชา 99 วิทยาศาสตร์ทั่วไป☕ 4 มี.ค. 2564
สทศ.เปลี่ยนแปลงวันสอบ O-NET ม.6 และวิชาสามัญ รายวิชา 99 วิทยาศาสตร์ทั่วไป
เปิดอ่าน 276 ครั้ง
ครม.ชะลอขยายเกษียณอายุราชการออกไปก่อน เนื่องจากประสบปัญหาโควิดและงบประมาณมีจำกัด☕ 3 มี.ค. 2564
ครม.ชะลอขยายเกษียณอายุราชการออกไปก่อน เนื่องจากประสบปัญหาโควิดและงบประมาณมีจำกัด
เปิดอ่าน 1,947 ครั้ง
กศน.ยกร่างหลักสูตรตอบรับสังคม New Normal ตอบสนองผู้เรียนอายุน้อย คนชายขอบ☕ 3 มี.ค. 2564
กศน.ยกร่างหลักสูตรตอบรับสังคม New Normal ตอบสนองผู้เรียนอายุน้อย คนชายขอบ
เปิดอ่าน 1,251 ครั้ง
"คุณหญิงกัลยา"เดินหน้า 10 นโยบายเร่งด่วน ศธ.☕ 3 มี.ค. 2564
"คุณหญิงกัลยา"เดินหน้า 10 นโยบายเร่งด่วน ศธ.
เปิดอ่าน 5,931 ครั้ง
ก.ค.ศ.เตรียมใช้กฎหมายจริยธรรมครู 1 เม.ย.นี้☕ 2 มี.ค. 2564
ก.ค.ศ.เตรียมใช้กฎหมายจริยธรรมครู 1 เม.ย.นี้
เปิดอ่าน 6,952 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ทำไมสัตวแพทย์ต้องดึงหนังระหว่างหัวไหล่ของสุนัขทำไมสัตวแพทย์ต้องดึงหนังระหว่างหัวไหล่ของสุนัข
เปิดอ่าน 7,649 ครั้ง
ปลูกถ่ายเซลล์กระดูกอ่อนผิวข้อ จากสุนัขมุ่งเน้นใช้ กับคนในอนาคต ปลูกถ่ายเซลล์กระดูกอ่อนผิวข้อ จากสุนัขมุ่งเน้นใช้ กับคนในอนาคต
เปิดอ่าน 10,604 ครั้ง
มงคลชีวิต ทำบุญ ไหว้พระ ตามวัน-ปีเกิด ยิ่งดี!มงคลชีวิต ทำบุญ ไหว้พระ ตามวัน-ปีเกิด ยิ่งดี!
เปิดอ่าน 9,165 ครั้ง
แนะวิธีซื้อสมาร์ทโฟนอย่างคุ้มค่าแนะวิธีซื้อสมาร์ทโฟนอย่างคุ้มค่า
เปิดอ่าน 5,486 ครั้ง
Scribble นวัตกรรมปากกา 16 ล้านสีในแท่งเดียวScribble นวัตกรรมปากกา 16 ล้านสีในแท่งเดียว
เปิดอ่าน 6,026 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ