ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > "ดร.รัชชัยย์" สะท้อนปัญหา เกณฑ์ย้าย ผอ.โรงเรียน

"ดร.รัชชัยย์" สะท้อนปัญหา เกณฑ์ย้าย ผอ.โรงเรียน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 24 ก.พ. 2564 เปิดอ่าน : 5,341 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
"ดร.รัชชัยย์" สะท้อนปัญหา เกณฑ์ย้าย ผอ.โรงเรียน

Advertisement

นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่าตามที่เกิดปัญหาในเรื่องการย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนและการบรรจุแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนจากผู้ที่สอบขึ้นบัญชีไว้ได้ โดยผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการบริหารโรงเรียนมาแล้วแต่ไม่สามารถย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดใหญ่หรือขนาดใหญ่พิเศษที่ว่าง แต่กลับให้มีการเรียกบรรจุครูหรือรองผู้อำนวยการโรงเรียนที่สอบขึ้นบัญชีไว้ได้ ซึ่งถือว่าไม่เคยมีประสบการณ์ในการบริหารโรงเรียนในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ นั้น เรื่องนี้ตนเห็นว่า สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือ การเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนของโรงเรียนที่มีตำแหน่งว่างนั้นมีสองเงื่อนไขคือ

 ๑. การเข้าสู่ตำแหน่งโดยการย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนที่ประสงค์ขอย้ายไปเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีตำแหน่งว่าง ทั้งนี้กฎหมายฉบับนี้ให้พิจารณาตัดสินคะแนนจากการให้มีการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้ายประกอบด้วย ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ วิสัยทัศน์ การประพฤติตน ภูมิลำเนาและความอาวุโสตามหลักราชการ

๒. การเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนโดยการเรียกบรรจุจากครูหรือรองผู้อำนวยการโรงเรียนผู้ที่สอบขึ้นบัญชีได้หลังจากการย้ายเสร็จสิ้นแล้ว

อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การย้ายและการบรรจุแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนนั้นมีปัญหาในทางปฏิบัติ ซึ่งเลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้ให้ข่าวในเอกสารสถานี ก.ค.ศ. เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ มีสาระว่า ในรอบการย้ายผู้บริหารโรงเรียน สังกัด สพฐ. ประจำปี ๒๕๖๓ นั้น สพฐ. ได้มีหนังสือแจ้งว่ามีปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากการพิจารณาย้าย สำนักงาน ก.ค.ศ.จึงได้นำเรื่องดังกล่าวเสนอ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับการพัฒนานโยบายและระบบการบริหารบุคคล เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๓ โดยที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่าการพิจารณาย้ายผู้บริหารโรงเรียน ให้ กศจ.ดำเนินการย้ายครั้งแรกให้แล้วเสร็จก่อนตามกำหนดเดิม (วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๓) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และยังให้ข้อมูลอีกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเกณฑ์การย้ายผู้บริหารโรงเรียนแต่ปัญหาในการย้ายครั้งนี้คือโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่ง สพฐ. ได้ลดขนาดจำนวนนักเรียนลง อยู่ที่ ๑,๖๘๐ คน จากเดิมประมาณ ๒,๕๐๐ คน ขึ้นไป ทำให้โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษและโรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มขึ้น ขณะที่โรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ลดลง บางจังหวัดไม่มีโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่เหลืออยู่เลย ทำให้ไม่มีผู้มีคุณสมบัติย้ายมาโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษได้

อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้หารือเรื่องดังกล่าวและมีมติว่า หาก กศจ.ใดมีปัญหาไม่สามารถย้ายได้โดยเฉพาะข้อขัดข้องที่เกิดจากประกาศของ สพฐ. ที่ให้มีการกำหนดขนาดตามจำนวนนักเรียนใหม่ ให้หารือมายัง ก.ค.ศ.เพื่อนำประเด็นเข้าหารือที่ประชุม ก.ค.ศ. เป็นกรณีไป ส่วน สพฐ.จะต้องพิจารณากำหนดขนาดโรงเรียนตามจำนวนนักเรียนใหม่หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ สพฐ. หากพิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม ก็ต้องไปกำหนดใหม่

นอกจากนี้ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็ได้ให้ข่าวต่อสื่อมวลชนว่าการแก้ปัญหาเรื่องนี้ต้องปลดล็อกให้ กศจ.สามารถย้ายโรงเรียนขนาดกลางไปขนาดใหญ่พิเศษได้ เพื่อประโยชน์ทางราชการและป้องกันไม่ให้กลุ่มที่ได้รับการบรรจุใหม่ ข้ามไปบรรจุโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ ทำให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ เพราะผู้ที่บรรจุใหม่บางคนมาจากครูผู้สอนที่ควรสั่งสมประสบการณ์บริหารไล่ตามขนาดโรงเรียน ตรงนี้เป็นหลักคุณธรรมพื้นฐาน หลังจากนี้ สพฐ. จะไปกำหนดขนาดโรงเรียนตามจำนวนนักเรียนใหม่ เพื่อมิให้เกิดปัญหาขึ้นอีก

สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทยพิจารณาแล้วขอเรียนว่าการที่กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้มีการย้ายให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการบรรจุจากผู้สอบขึ้นบัญชีได้ และยังกำหนดให้มีการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้ายทั้งด้านความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ วิสัยทัศน์ การประพฤติตน ภูมิลำเนา และความอาวุโสตามหลักราชการ นั้น จึงเห็นได้ว่ากฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่จะให้พิจารณาย้ายผู้ที่มีประสบการณ์การเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนได้มีโอกาสไปบริหารโรงเรียนที่มีขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และขนาดใหญ่พิเศษ ตามลำดับเสียก่อน และหากไม่มีผู้อำนวยการโรงเรียนรายใดได้ยื่นคำร้องขอย้ายอีก จึงจะให้โอกาสเรียกบรรจุจากผู้สอบขึ้นบัญชีไว้ได้โดยมีเจตนารมณ์ให้ผู้สอบขึ้นบัญชีไว้ได้ซึ่งถือว่าเป็นผู้ไม่เคยมีประสบการณ์ในการบริหารโรงเรียนในฐานะเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนได้เริ่มต้นไต่ประสบการณ์จากการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กที่มีปริมาณงานไม่มากนัก ไม่ซับซ้อน เสียก่อน อนึ่ง เรื่องนี้เลขาธิการ ก.ค.ศ.และ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ยอมรับว่าการปรับขนาดโรงเรียนของ สพฐ. ส่งผลกระทบและสร้างปัญหาให้กับเกณฑ์การย้ายที่มีความสัมพันธ์กับขนาดโรงเรียน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วควรต้องแก้ไขหลักเกณฑ์การย้ายให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายทันทีที่ค้นพบปัญหาเพราะมิฉะนั้นจะทำให้เกิดความสับสนและเสียหาย แต่เมื่อพิเคราะห์จากหลักเกณฑ์การย้ายจะเห็นได้ว่าหลักเกณฑ์ได้กำหนด

แนวทางในการแก้ปัญหาคือ หาก กศจ.ใด ไม่สามารถดำเนินการย้ายตามปกติก็ให้ส่งเรื่องให้ ก.ค.ศ.พิจารณาได้ ดังนั้นกรณีเช่นนี้จึงยังมีช่องทางในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เช่น เมื่อมีตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษว่าง และไม่มีผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดใหญ่ยื่นคำร้องขอย้าย แต่มีผู้บริหารโรงเรียนขนาดกลางหรือขนาดเล็กยื่นคำร้องขอย้ายไว้ ซึ่งจะไม่สามารถย้ายตามหลักเกณฑ์นี้ได้เนื่องจากเป็นการย้ายเกินกว่าหนึ่งขนาด กรณีเช่นนี้ กศจ. ยังสามารถส่งเรื่องให้ ก.ค.ศ.พิจารณาได้และเมื่อพิจารณาจากเจตนารมณ์ของหลักเกณฑ์การย้ายแล้วเห็นได้ว่าหากยังมีผู้ยื่นคำร้องขอย้าย กศจ.ก็จะยังไม่สามารถเรียกบรรจุได้เพราะผู้สอบบรรจุขึ้นบัญชีไว้ล้วนแล้วแต่ไม่มีประสบการณ์ในการเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ไม่มีผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียน ไม่มีความเป็นผู้อาวุโสในการเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ดังนั้น กศจ.จึงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนด โดยต้องมีหนังสือถึง ก.ค.ศ.เพื่อให้ ก.ค.ศ.พิจารณาและ ก.ค.ศ.จะต้องอนุมัติหรืออนุญาตให้มีการย้ายข้ามเกินกว่าหนึ่งขนาดได้ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ต่อไป

สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจขอได้โปรดพิจารณาและวินิจฉัยสั่งการให้ กศจ.ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของกฎหมายโดยการอนุมัติเป็นหลักการให้มีการย้ายข้ามขนาดเกินกว่าหนึ่งขนาดได้ทั้งนี้ให้พิจารณาย้ายจากผู้ยื่นคำร้องขอย้ายขนาดเดียวกันก่อนตามลำดับ โดยหากยังคงปล่อยให้มีการเรียกบรรจุผู้ที่สอบได้ขึ้นบัญชีไว้ทั้งๆที่ยังมีผู้อำนวยการโรงเรียนยื่นคำร้องขอย้ายค้างอยู่ก็อาจทำให้ผู้ที่ใช้สิทธิยื่นคำร้องขอย้ายใช้สิทธิทางศาลทั้งศาลปกครองให้ยกเลิกเพิกถอนคำสั่งและฟ้องศาลยุติธรรมให้ดำเนินคดีอาญาในประเด็นเรื่องการไม่ปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ก็จะทำให้เกิดความวุ่นวายเสียหายได้ 

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> "ดร.รัชชัยย์" สะท้อนปัญหา เกณฑ์ย้าย ผอ.โรงเรียน , , , ดร.รัชชัยย์ , , สะท้อนปัญหา , เกณฑ์ย้าย , ผอ.โรงเรียน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เงื่อนไขการย้ายข้าราชการครูบรรจุใหม่ และการนับอายุราชการต่อเนื่องสำหรับข้าราชการสังกัดอื่นมาบรรจุเป็นข้าราชการครู ศธ.☕ 19 เม.ย. 2564
เงื่อนไขการย้ายข้าราชการครูบรรจุใหม่ และการนับอายุราชการต่อเนื่องสำหรับข้าราชการสังกัดอื่นมาบรรจุเป็นข้าราชการครู ศธ.
เปิดอ่าน 2,144 ครั้ง
ศธ.ยันวันเปิดภาคเรียน เป็นไปตามกำหนดเดิม17พ.ค.นี้☕ 19 เม.ย. 2564
ศธ.ยันวันเปิดภาคเรียน เป็นไปตามกำหนดเดิม17พ.ค.นี้
เปิดอ่าน 15,375 ครั้ง
แถลงการณ์เครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูไทย (ค.อ.ท.) ฉบับที่ 2/2564☕ 19 เม.ย. 2564
แถลงการณ์เครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูไทย (ค.อ.ท.) ฉบับที่ 2/2564
เปิดอ่าน 2,969 ครั้ง
สอศ. เลื่อนวันรายงานตัวบรรจุเป็นข้าราชการครู☕ 18 เม.ย. 2564
สอศ. เลื่อนวันรายงานตัวบรรจุเป็นข้าราชการครู
เปิดอ่าน 2,265 ครั้ง
กพฐ.เห็นชอบรวม 10 รร. เลิก3สถานศึกษา☕ 18 เม.ย. 2564
กพฐ.เห็นชอบรวม 10 รร. เลิก3สถานศึกษา
เปิดอ่าน 19,788 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

การสื่อสารของแมลง : การเต้นรำของผึ้งการสื่อสารของแมลง : การเต้นรำของผึ้ง
เปิดอ่าน 12,436 ครั้ง
หลักสูตรการผลิตครู ควรเป็น 4 หรือ 5 ปีดี โดย : ดิเรก พรสีมาหลักสูตรการผลิตครู ควรเป็น 4 หรือ 5 ปีดี โดย : ดิเรก พรสีมา
เปิดอ่าน 18,519 ครั้ง
จำนวนครูเกษียณอายุราชการ และความต้องการครู แยกตามสาขาวิชาจำนวนครูเกษียณอายุราชการ และความต้องการครู แยกตามสาขาวิชา
เปิดอ่าน 126,775 ครั้ง
ผักสีสดช่วยคุณฟิตได้ผักสีสดช่วยคุณฟิตได้
เปิดอ่าน 9,832 ครั้ง
"ผลไม้ไทย" อาหารเพื่อสุขภาพและเภสัชโภชนภัณฑ์"ผลไม้ไทย" อาหารเพื่อสุขภาพและเภสัชโภชนภัณฑ์
เปิดอ่าน 7,599 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ