ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2569 วันที่ ที่ 24 มีนาคม 2569


ข่าวการศึกษา 24 มี.ค. 2569 (15:02 น.)

6,781

views
Advertisement

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2569 วันที่ ที่ 24 มีนาคม 2569

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2569 วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569 โดยมี ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้

1. เห็นชอบ แนวปฏิบัติระบบติดตามการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์และร้องทุกข์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (Teachers and Educational Personnel Disciplinary and Appeal Tracking System: TEP-Distrack)

สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ดำเนินการพัฒนาระบบติดตามการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์และร้องทุกข์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (Teachers and Educational Personnel Disciplinary and Appeal Tracking System: TEP-Distrack) และได้จัดทำแนวปฏิบัติฯ เพื่อใช้เป็นกรอบในการกำกับ ติดตาม การดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดย ก.ค.ศ. มีมติเห็นชอบแนวปฏิบัติในการนำระบบ TEP-Distrack ไปใช้เป็นเครื่องมือในการกำกับ ติดตาม และรายงานผลการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และร้องทุกข์ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ การกำหนดแนวปฏิบัติดังกล่าวอยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ. ตามมาตรา 19 และมาตรา 104 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ระบบ TEP-Distrack ถือเป็นเครื่องมือในการกำกับ ติดตาม และบริหารจัดการข้อมูลการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และร้องทุกข์ในรูปแบบดิจิทัล โดยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอำนาจหน้าที่หรือขั้นตอนการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และร้องทุกข์ตามที่กฎหมายกำหนด เป้าหมายสำคัญเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการให้สามารถติดตามขั้นตอนได้อย่างต่อเนื่อง โปร่งใสและตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังใช้เป็นฐานข้อมูลเชิงสถิติและเชิงบริหารสำหรับใช้ประกอบการกำหนดนโยบายและแนวทางป้องกันปัญหาด้านวินัย อุทธรณ์และร้องทุกข์ในภาพรวมของประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทของสำนักงาน ก.ค.ศ. ในฐานะองค์กรกลางในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

2. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ

เนื่องจากหลักเกณฑ์และวิธีการฯ เดิม ซึ่งใช้ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) (ว 22/2559) และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) (ล 1011/2557) ได้ใช้มาเป็นระยะเวลานาน จึงมีบางประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับบริบทและกลไกการบริหารงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในปัจจุบัน

ดังนั้น เพื่อให้การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ มีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทการปฏิบัติงานในปัจจุบัน รวมทั้งมีความคล่องตัว รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ จึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าว โดยปรับกระบวนการคัดเลือกให้สอดคล้องกับสภาพการปฏิบัติงานจริง และสามารถรองรับกรณีที่มีความจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัยได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสามารถรวมเขตพื้นที่หรือร่วมกันออกข้อสอบ เพื่อความคุ้มค่าและลดค่าใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐในการดำเนินการคัดเลือกและการบริหาร จัดการเกี่ยวกับการคัดเลือกได้

ทั้งนี้ ให้ยกเลิกหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ว 22/2559) และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (ล 1011/2557)

3. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เพื่อให้การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สามารถคัดกรองบุคคลผู้ซึ่งมีความรู้ความสามารถตรงตามลักษณะงาน ตามมาตรฐานตำแหน่ง มีทักษะ มีประสบการณ์ที่เหมาะสม รวมทั้งมีศักยภาพในการพัฒนาการจัดการศึกษาสามารถขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จึงเห็นควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการ คัดเลือกฯ ตาม ว 10/2568 โดยมีสาระสำคัญในการปรับปรุง ดังนี้

1) กำหนดระยะเวลาในการขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก ให้ขึ้นบัญชีแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์ โดยกำหนดระยะเวลาขึ้นบัญชีไม่เกินสองปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก เว้นแต่มีการประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกครั้งใหม่ บัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกครั้งก่อนเป็นอันยกเลิก

2) จำนวนผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมิน ภาค ข และ ภาค ค ให้ประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่าน ภาค ก เรียงลำดับตามเลขประจำตัวผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก จำนวนไม่เกินสี่เท่าของจำนวนตำแหน่งว่างที่ประกาศรับสมัคร

3) หลักสูตรการคัดเลือก การประเมินภาค ก กำหนดให้นำการประเมินผลงานมารวมไว้ด้วย

ทั้งนี้ สาระสำคัญอื่นยังคงกำหนดไว้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 10/2568

4. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ

เนื่องจากหลักเกณฑ์และวิธีการฯ เดิม (ว 16/2557) ได้มีการบังคับใช้มาช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทำให้แนวทางการดำเนินการ วิธีการ และหลักสูตรการคัดเลือกอาจไม่สอดคล้องกับบริบทการจัดการศึกษาในปัจจุบันของแต่ละส่วนราชการ สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงได้รวบรวมข้อมูล ความคิดเห็นและปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ดังกล่าว เพื่อให้การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ตรงตามความต้องการจำเป็นของแต่ละส่วนราชการ สอดคล้องกับบริบทการจัดการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป และได้มาซึ่งบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ คุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนมีประสบการณ์การปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษา มีจิตวิญญาณความเป็นครู และมีศักยภาพในการพัฒนาผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษา

และเพื่อให้การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ครอบคลุมทุกกรณี สอดคล้องกับบริบท การจัดการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 17/2557 (เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ฯ) ซึ่งใช้สำหรับคัดเลือกผู้มีสมบัติตามข้อ 2.6 ของหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 16/2557 ซึ่งเป็นพนักงานราชการ ลูกจ้างประจำฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่สอนในสถานศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ฯ ด้วย โดยกำหนดรายละเอียดการปรับปรุงเช่นเดียวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการฯ 16/2557

5. เห็นชอบ การกำหนดขนาดสถานศึกษา รายละเอียดตัวชี้วัดและคะแนนในการประเมินตามองค์ประกอบการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้าย ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี พ.ศ. 2569

สืบเนื่องจากหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ตาม ว 9/2567 ได้กำหนดให้ส่วนราชการกำหนดขนาดสถานศึกษา รายละเอียดตัวชี้วัดและคะแนนในการประเมินตามองค์ประกอบการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้าย ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา และแจ้งสำนักงาน ก.ค.ศ. เพื่อเสนอ ก.ค.ศ. พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี พ.ศ. 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และเป็นธรรม ก.ค.ศ. จึงได้พิจารณาและเห็นชอบการกำหนดขนาดสถานศึกษาของส่วนราชการ และการกำหนดรายละเอียดตัวชี้วัดและคะแนนในการประเมินตามองค์ประกอบการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้าย ดังนี้

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนดขนาดสถานศึกษาตามจำนวนนักเรียน เป็น 4 ขนาด ดังนี้

- สถานศึกษาขนาดเล็ก จำนวนนักเรียน ตั้งแต่ 119 คนลงมา
- สถานศึกษาขนาดกลาง จำนวนนักเรียน ตั้งแต่ 120 – 719 คน
- สถานศึกษาขนาดใหญ่ จำนวนนักเรียน ตั้งแต่ 720 – 1,679 คน
- สถานศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ จำนวนนักเรียน ตั้งแต่ 1,680 คนขึ้นไป
ในส่วนของ “ส่วนราชการอื่น” ให้กำหนดขนาดสถานศึกษาได้ตามความเหมาะสม

การกำหนดรายละเอียดตัวชี้วัดและคะแนนในการประเมินตามองค์ประกอบการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้าย ประกอบด้วย

1. ความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการศึกษา
2. ประสบการณ์ในการบริหารสถานศึกษา
3. ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติงานในหน้าที่/คุณภาพการปฏิบัติงาน
(ไม่กำหนดตัวชี้วัดเกี่ยวกับ “การแก้ปัญหานักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา (Dropout)” และ “อัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักเรียนในสถานศึกษาที่ดำรงตำแหน่งอยู่”
4. วิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการศึกษา
5. การพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ
6. การมีความประพฤติและค่านิยมสร้างสรรค์ มีความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติไทย มีจิตสำนึกรักความเป็นไทย มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมและหลักคิดที่ถูกต้องต่อชาติบ้านเมือง สถาบันสำคัญของชาติ และการเป็นพลเมืองที่ดี
7. ผลการประเมินตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement: PA)

6. อนุมัติ ย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ จำนวน 19 ราย

...

7. อนุมัติ บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือก ซึ่งขึ้นบัญชีรอการบรรจุ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 5 ราย

...

8. อนุมัติ ย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ จำนวน 11 ราย

...

9. อนุมัติ บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือก ซึ่งขึ้นบัญชีรอการบรรจุ ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 11 ราย 

 

ที่มา สำนักงาน ก.ค.ศ.

บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น

฿65,000

https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6


ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2569 วันที่ ที่ 24 มีนาคม 2569ผลการประชุม ก.ค.ศ.ผลประชุม ก.ค.ศ.มติ ก.ค.ศ.มติที่ประชุม กคศผลการประชุม กคศ

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

ว 8/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ

ว 8/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ

เปิดอ่าน 554 ☕ 20 เม.ย. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ว 8/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ
ว 8/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ
เปิดอ่าน 554 ☕ 20 เม.ย. 2569

กรมบัญชีกลาง เร่งเครื่อง!! ส่วนราชการให้เร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 เม.ย. 69
กรมบัญชีกลาง เร่งเครื่อง!! ส่วนราชการให้เร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 เม.ย. 69
เปิดอ่าน 434 ☕ 17 เม.ย. 2569

เชิญชวนผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครู ส่งผลงานประกวดผลงานดีเด่นด้าน Coding "CODING Achievement Awards" ครั้งที่ 4
เชิญชวนผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครู ส่งผลงานประกวดผลงานดีเด่นด้าน Coding "CODING Achievement Awards" ครั้งที่ 4
เปิดอ่าน 566 ☕ 16 เม.ย. 2569

การขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้และการนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้บัญชีอื่น ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2)
การขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้และการนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้บัญชีอื่น ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2)
เปิดอ่าน 1,326 ☕ 16 เม.ย. 2569

ข่าวดี! โครงการทุนการศึกษาภาษาจีน สำหรับข้าราชการ รุ่นที่ 22 ให้กับข้าราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข่าวดี! โครงการทุนการศึกษาภาษาจีน สำหรับข้าราชการ รุ่นที่ 22 ให้กับข้าราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เปิดอ่าน 1,494 ☕ 16 เม.ย. 2569

สพฐ.ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพัฒนาโครงการพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
สพฐ.ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพัฒนาโครงการพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
เปิดอ่าน 1,740 ☕ 16 เม.ย. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ผักที่มีรูจากแมลงใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป...
ผักที่มีรูจากแมลงใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป...
เปิดอ่าน 14,061 ครั้ง

สรรพคุณของ "เสลดพังพอนตัวผู้"
สรรพคุณของ "เสลดพังพอนตัวผู้"
เปิดอ่าน 19,695 ครั้ง

ภาษาอังกฤษไม่แข็ง
ภาษาอังกฤษไม่แข็ง
เปิดอ่าน 11,295 ครั้ง

หน้ามน-หน้ามล
หน้ามน-หน้ามล
เปิดอ่าน 90,480 ครั้ง

คุณหมอขอบอก: วิธีคลายเครียดจากน้ำท่วม
คุณหมอขอบอก: วิธีคลายเครียดจากน้ำท่วม
เปิดอ่าน 12,070 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ