ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น กลุ&#

บทความงานวิจัยในชั้นเรียน

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
โรงเรียนศรีบัวบานวิทยาคม
THE DEVELOPMENT OF PROJECT INSTRUCTIONAL PACKAGE BASED ON TOPIC
“ HANCICRAFT PRODUCTS OF LOCAL WISDOM” LEARNING AREA OF PROFESSION TECHNOLOGY FOR MATHAYOMSUKSA4 STUDENTS SRIBUABANWITTAKHOM SCHOOL
ชื่อผู้วิจัย นายเชษฐา บุญชวลิต
ชื่อหน่วยงาน โรงเรียนศรีบัวบานวิทยาคม ปีการศึกษา 2556

บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 (2) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนศรีบัวบานวิทยาคม ที่เรียนในรายวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 1 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 30 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง(Purposive Samplings) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย (1) ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 โดยผลการวิจัยพบว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 85.90/83.90 และค่าดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ 0.73 (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.200 – 0.667 ค่าความยากง่าย (P) ระหว่าง 0.400 – 0.767 และค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบทดสอบทั้งฉบับ โดยวิธีของโลเวท (Lovett) มีค่าเท่ากับ 0.68 (3) แบบวัดความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานอยู่ในระดับมาก สถิติที่ใช้คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงแบนมาตรฐาน ค่าความเที่ยงตรง ค่าความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนก ค่าความเชื่อมั่น ค่าประสิทธิภาพ และค่าดัชนีประสิทธิผล

ผลการวิจัย พบว่า (1) ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น มีประสิทธิ ภาพ 85.90/83.90 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ (2) ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่นมีดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.73
ซึ่งหมายความว่า นักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 73 (3) นักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

คำสำคัญ : (1) การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน
(2) เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น (3) ประสิทธิภาพ
(4) ดัชนีประสิทธิผล (5) ความพึงพอใจ

บทนำ
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นหลักสูตรที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาและเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน รักการอ่าน รักการเขียน และรักการค้นคว้ามีความรู้อันเป็นสากล รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและความเจริญก้าวหน้าทางรายวิชาการสื่อสารและการใช้เทคโนโลยี ปรับวิธีคิด วิธีการทำงานที่เหมะสมกับสถานการณ์ (กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. 2551 : 4) นอกจากนี้การเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เป็นสาระการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจ และมีความสามารถเกี่ยวกับงานอาชีพและเทคโนโลยี มีทักษะการทำงาน การทำงานเป็นทีม มีความสามารถในการจัดการ การวางแผน การออกแบบการทำงาน สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและเทคโนโลยีสากลมาใช้ในการทำงานอย่างถูกต้อง เหมาะสม คุ้มค่า เมื่อได้รับการฝึกฝนตามกระบวนการเรียนรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ผู้เรียนจะได้รับการปลูกฝังให้มีคุณธรรมและศีลธรรม ซึ่งการเรียนรู้จากการทำงานและการแก้ปัญหา เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากการบูรณาการความรู้ ความสามารถ ทักษะและความดีที่หลอมรวมกัน จนเกิดเป็นคุณลักษณะของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนด (กรมวิชาการ, 2551 : 9–11)
สภาพปญหาด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตํ่ากวาเกณฑ
ของหลักสูตรแกนกลางที่กําหนดไว และยังขาดทักษะการทํางาน การคิดวิเคราะห การวางแผน
การทํางานงาน ความคิดริเริ่มสรางสรรค สภาพในเขตบริการโรงเรียนศรีบัวบานวิทยาคม
อยูในชุมชนมีภูมิปัญญาท้องถิ่นการจักสานไม้ไผ่เป็นสิ่งของเครื่องใช้ในครัวเรือนที่หลากหลายอาชีพ เชน กระติ๊บข้าว หวดนึ่งข้าวเหนียว เปนตน ในชุมชนมีการจักสานไม้ไผ่ป็นอาชีพเสริมหลังฤดูทำนา ซึ่งความรู้ด้านการจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถนํามาประดิษฐ์เปนชิ้นงานใหม หรือการคิดวิธี แกปญหาในสิ่งที่มีอยูแลวตามธรรมชาติมาพัฒนาใหเกิดรูปแบบที่แปลกใหม สวยงาม ตรงตามความ
ตองการและประโยชน์ใชสอย โดยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นได้ ซึ่งในกลุม
สาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี เปนกลุมสาระหนึ่งที่เน้นทักษะกระบวนการทํางาน
เปนหลัก โดยใหผู้เรียนสามารถคิดประดิษฐ ออกแบบผลิตภัณฑงานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4
กิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานเปนกระบวนการค้นคว้าหาความรู หรือการแสวง หาคําตอบในสิ่งที่ผูเรียนสงสัย หรืออยากรู้ดวยวิธีการต่าง ๆ เปนวิธีการเรียนรูที่ผูเรียนได้เลือก ศึกษาตามความสนใจของตนเองหรือของกลุมเปนการตัดสินใจรวมกันจนไดชิ้นงานที่สามารถนําผลการศึกษาไปใชได้ในชีวิตจริง กิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานเปนการเรียนรู้ที่ใชเทคนิคหลากหลายรูปแบบนํามาผสมผสานกัน ไดแก กระบวนการกลุม การฝกคิด การแกปญหา การเนน กระบวนการ การสอนแบบปริศนาความคิดและการสอนแบบรวมกันคิด ทั้งนี้มุงหวัง ใหผูเรียนเรียนรูเรื่องใดเรื่องหนึ่งจากความสนใจอยากรูอยากเรียนของผูเรียนเอง โดยใชกระบวนการ และวิธีการทางวิทยาศาสตร
ผูเรียนเปนผูลงมือปฏิบัติกิจกรรมตางๆ เพื่อคนหาคาตอบดวยตนเอง เปน การเรียนรูที่มุงเนนให
ผูเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณตรงกับแหลงความรูเบื้องตน ผูเรียนสามารถสรุปความรูไดดวยตนเอง โดยผูสอนจะสนับสนุนใหผูเรียนศึกษาคนควาเพิ่มเติมจากแหลงเรียนรูต่างๆ และปรับความรูที่ไดให้สมบูรณ
ผูศึกษาในฐานะครูผูสอนกลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี เห็นความจำเปน ที่จะตองพัฒนาโดยการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานที่จะพัฒนาแผนการจัดการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น กลุมสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ซึ่งเปนการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่จัดประสบการณในการทํางานให้แก่นักเรียนเหมือนการทํางานในชีวิตจริง เพื่อให้นักเรียนไดมีประสบการณตรงไดเรียนรูวิธีการแกปัญหา ทํางานอยางเปนระบบขั้นตอน รูจักวางแผนในการทํางาน ฝกการเปนผู้นำ ฝึกการคิด
วิเคราะหและประเมินตนเอง และเปนขั้นตอนการเรียนรูที่เน้นผูเรียนเปนสําคัญในทุกขั้นตอนของกระบวนการ ตั้งแตการวางแผนการเรียนรู การออกแบบการเรียนรู การสรางสรรคประยุกต์ใชผลผลิต และการประเมินผลงาน เพื่อความงามและ ความพึงพอใจตามจินตนาการของตนเอง ทําใหผูเรียนมความภาคภูมิใจจากงานประดิษฐ ผูเรียนสามรถนําความรูไปประยุกตใชและเปนการสรางพื้นฐานในการประกอบอาชีพใหแกผูเรียนต่อไป
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้ศึกษาจึงตระหนักถึงคุณค่าของการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนศรีบัวบานวิทยาคม เพื่อแก้ปัญหาในการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนต่อไป

วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การ
ประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น

วิธีดำเนินการวิจัย
1. กลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน
ศรีบัวบานวิทยาคม ที่เรียนรายวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี 2 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา
2556 จำนวน 1 ห้องเรียน รวมนักเรียนทั้งสิ้น 30 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง
2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้มี 3 ชนิด ประกอบด้วย
(1) ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (3) แบบสอบ ถามความพึงพอใจ
3. รูปแบบการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) กลุ่มตัวอย่างได้มา
โดยการเลือกแบบเจาะจง(Purposive Samplings) โดยผู้วิจัยเป็นผู้ดำเนินการทดลอง ใช้เวลาทดลอง
จำนวน 14 ชั่วโมง จำนวน 6 ชุด โดยไม่นับรวมทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน โดยมีกิจกรรมการทดลองสรุปได้ ดังนี้
ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานที่ 1 เรื่อง โครงงานน่ารู้
ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานที่ 2 เรื่อง สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานที่ 3 เรื่อง สร้างสรรค์โครงงาน
ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานที่ 4 เรื่อง ประดิษฐโครงงาน
ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานที่ 5 เรื่อง การประเมินโครงงาน
ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานที่ 6 เรื่อง เพลิดเพลินนิทรรศการ
การจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน มีขั้นตอนที่สำคัญ 5 ขั้นตอน คือ (1) การคิดและเลือกหัวเรื่อง (2) การวางแผน (3) การดำเนินงาน (4) การเขียนรายงาน (5) การนำเสนอผลงาน
4. การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป โดยหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงแบนมาตรฐาน ค่าความเที่ยงตรง ค่าความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนก ค่าความเชื่อมั่น ค่าประสิทธิภาพ และค่าดัชนีประสิทธิผล

ผลการวิจัย
1. ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้จากชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครง งาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ปรากฏดังตารางที่ 2

ตารางที่ 1 แสดงประสิทธิภาพชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งาน
จักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 3


หน่วยการเรียนที่ คะแนน
แบบทดสอบ
ก่อนเรียน
(ร้อยละ) คะแนน
แบบทดสอบระหว่างเรียน
(ร้อยละ) คะแนน
แบบทดสอบ
หลังเรียน
(ร้อยละ)
1. เรื่องโครงงานน่ารู้ 43.67 85.33 84.67
2. เรื่องสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น 49.00 88.00 85.33
3. เรื่องสร้างสรรค์โครงงาน 36.67 85.00 83.33
4. เรื่องการประดิษฐงานจักสาน 31.00 84.33 83.67
5. เรื่องการประเมินโครงงาน 37.33 86.33 82.67
6. เรื่องเพลิดเพลินนิทรรศการ 49.67 86.33 83.33
เฉลี่ย (ร้อยละ) 41.95 85.90 83.90
จากตารางที่ 1 พบว่า ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 85.90/83.90
2. ผลการวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้จากชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปรากฏดังตารางที่ 2

ตารางที่ 2 แสดงค่าดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้จากชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน
เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี3

หน่วย
การเรียน จำนวนนักเรียน คะแนน
เต็ม คะแนนแบบทดสอบ
ก่อนเรียน คะแนนแบบทดสอบ
หลังเรียน ค่าดัชนีประสิทธิผล
1. 30 10 131 254 0.77
2. 30 10 147 256 0.71
3. 30 10 110 250 0.74
4. 30 10 93 251 0.76
5. 30 10 112 518 0.75
6. 30 10 149 250 0.67
เฉลี่ย 126 252 0.73

จากตาราง 2 พบว่า ค่าดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้จากชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 มีค่าเท่ากับ 0.73 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 73
3. ผลการสอบถามความพึงพอใจในการเรียนของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 ปรากฏดังตารางที่ 3








ตารางที่ 3 แสดงความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู
แบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รายวิชาการงาน
อาชีพและเทคโนโลยี 1



ความพึงพอใจในการเรียน
ค่าเฉลี่ย
( )
ค่าเบี่ยงแบนมาตรฐาน
(S.D.)
ระดับ
ความพึงพอใจ
1. การเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน
ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจเนื้อหาดียิ่งขึ้น 4.63 0.54 มากที่สุด
2. ข้าพเจ้ามีความกระตือรือร้นในการติดตามแต่ละ
หน่วยการเรียน 4.36 0.76 มาก
3. ข้าพเจ้ารู้สึกสนุกสนานกับการเรียนด้วยชุดกิจกรรม
การเรียนรู้แบบโครงงาน 4.23 0.76 มาก
4. การเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน
ทำให้บรรยากาศ ในการเรียนไม่ตึงเครียด 4.46 0.50 มาก
5. การเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน
ดีกว่าการเรียนกับครูสอนแบบบรรยาย 4.40 0.48 มาก
6. การมีโอกาสทบทวนความรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการ
เรียนรูแบบโครงงาน ทำให้มีโอกาสเรียนรู้ใด้มาก
ขึ้น 4.50 0.56 มาก
7. ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน ช่วยให้การ
เรียนเป็นไปอย่าง เหมาะสมกับความสามารถของ
ข้าพเจ้า 4.56 0.25 มากที่สุด
8. ข้าพเจ้าชอบเรียนจากชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบ
โครงงาน 4.56 0.85 มากที่สุด
9. การเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน
ช่วยให้ข้าพเจ้ามีอิสระในการเรียน 4.06 0.78 มาก
10. ข้าพเจ้าอยากเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบ
โครงงานอีก 4.60 0.54 มากที่สุด
รวม 4.43 0.59 มาก

จากตาราง 3 พบว่า นักเรียนมีความพึงใจต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 4 ข้อ คือ การเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจเนื้อหาดียิ่งขึ้น ข้าพเจ้าอยากเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานอีก ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน ช่วยให้การเรียนเป็นไปอย่างเหมาะสมกับความสามารถของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าชอบเรียนจากชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานและทั้ง 6 ข้อที่เหลือผู้เรียนมีความพึงพอใจในระดับ มาก โดยนักเรียนตอบคำถามไปในทิศทางเดียวกัน

สรุปผล
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ85.90/83.90 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้
2. ค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 มีค่าเท่ากับ 0.73 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 73
3. นักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 3 โดยรวมอยู่ในระดับ มาก

อภิปรายผล
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 85.90/83.90 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเหมาะสมกับนักเรียนในการจัดการเรียนรู้ที่สะดวก ใช้งานได้ง่าย ผู้เรียนสามารถใช้ศึกษาได้ด้วยตนเองอย่างสะดวก รวดเร็ว ตามความสามารถของผู้เรียนทั้งในและนอกเวลาเรียน ผู้เรียนสามารถใช้เรียนก่อนหรือเรียนเสริมหลังการเรียนได้ ทำให้ส่งผลถึงความก้าวหน้าทางการเรียนได้
นักเรียนสามารถสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของพรจิต สุดจริง (2551 : 79-80) พบวา แผนการจัดกจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง ผลิตภัณฑจากรังไหม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 มีประสิทธิภาพเทากับ 85.52/83.36 และ
สอดคลองกับผลการศึกษาของจิระประภา สุทธิ์ทวี (2554 : 105 – 016) พบวา ชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐดอกไมจากรังไหม กลุมสาระการเรียนรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 มีประสิทธิภาพเทากับ 85.04/82.43 ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ
ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน ได้แบ่งหน่วยการเรียนจากง่ายไปหายากทำให้ผู้เรียนสามารถเลือกฝึกเรียนก่อนได้ตามความสามารถในการเรียนรู้
2. ดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 มีค่าเท่ากับ 0.73 แสดงว่า นักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 73 แสดงว่า ที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน มีรูปแบบการนำเสนอที่น่าสนใจ มีสาระการเรียนรู้แบ่งเป็นกลุ่มเรื่องทำให้ศึกษาได้ จากเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้นักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานนี้มีความรู้เพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับงานวิจัยของสุกรี รุงโรจน (2551 : 111- 112) พบวา แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู เรื่อง การประดิษฐดอกไม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 มีดัชนีประสิทธิผลเทากับ 0.6299 สอดคลองกับผลการศึกษาของอุไรวรรณ ลครำ (2551 : 78-79) พบว่า แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง งานประดิษฐจากรังไหม ชั้นประถม ศึกษาปที่ 6 มีดัชนีประสิทธิผลเทากับ 0.7326 ทั้งนี้อาจเป็นเพราะรูปแบบชุดการเรียนมีทั้งตัวอักษร ภาพกราฟิก ทำให้นักเรียนรู้ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย สภาพการเรียนรู้เหมือนกับครูผู้สอนพร้อมกับมีแบบฝึกหัดเพื่อเสริมทักษะการเรียนรู้ ผู้เรียนสามารถศึกษาและทบทวนเนื้อหาโดยไม่มีข้อจำกัด
3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่อง
การประดิษฐ์งานจักสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 โดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.43 ทั้งนี้อาจเป็นเพราะนักเรียนได้เรียนโดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบโครงงาน ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรูที่เปดโอกาส ใหผูเรียนไดศึกษาคนควาและลงมือปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดและความสามารถ ของตนเอง เพื่อสรางองคความรูหรือแกปัญหา ซึ่งอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตรหรือกระบวนการอื่นๆ ที่เปนระบบไปใชในการศึกษาหาคําตอบในเรื่องนั้น ๆ ภายใตคำแนะนํา คําปรึกษา ความชวยเหลือจากผูสอน สอดคล้องกับงานวิจัยของพรจิต สุดจริง (2551 : 87) ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนพบว่า ผู้เรียนทุกคนมีความคิดเห็นในด้านความพึงพอใจ อยู่ในเกณฑ์มากและมากที่สุด มีคะแนนร้อยละ 95.48 โดยเฉพาะในด้านการนำเข้าสู่บทเรียนน่าสนใจ การดำเนินการด้านเนื้อหาบทเรียนเป็นไปอย่างเหมาะสม เข้าใจง่าย บทเรียนมีความเพลิดเพลินและสนุกสนานผู้เรียน มีความพึงพอใจร้อยละ 100


ข้อเสนอแนะ
1. ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ ครูผู้สอนควรนำชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน ไปใช้ในการเรียนการสอนปกติและการสอนซ่อมเสริมนอกเวลา เพื่อช่วยให้การเรียนการสอนมีประสิทธิ ภาพยิ่งขึ้น (2) ในการนำชุดการเรียนด้วยไปใช้ในการเรียนการสอนจริงควรไม่ควรจำกัดเวลาในการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และทักษะในการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น
2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป (1) ในการสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน ควรเลือกเนื้อหาที่ผู้เรียนสามารถเข้าใจได้ง่ายและในแต่ละหน่วยการเรียนควรแบ่งเนื้อหาย่อย ๆ เพราะหน่วยการเรียนที่มีเนื้อหาและขั้นตอนมาก จะทำให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่าย (2) ควรมีการศึกษาค้นคว้าเพื่อสร้างกิจกรรมการเรียนต่าง ๆ ประกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน
มากยิ่งขึ้น เพื่อสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล (3) ควรมีการศึกษาค้นคว้าการสร้างชุดกิจกรรม
การเรียนรูแบบโครงงานรายวิชาอื่นๆ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในเนื้อหาอื่นเพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาส เรียนด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

เอกสารอ้างอิง
วิชาการ, กรม. (2551). คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี.
กรุงเทพฯ : ศูนย์พัฒนาหนังสือกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.
. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์องค์การรับส่ง
สินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).
สุกรี รุ่งโรจน์. (2551). การพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู เรื่อง การประดิษฐดอกไม
ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 6. การศึกษาค้นคว้าอิสระ การศึกษามหาบัณฑิต.
มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
พรจิต สุดจริง. (2551). การพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน เรื่องผลิตภัณฑจากรัง
ไหม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4. การศึกษาค้นคว้าอิสระ การศึกษามหาบัณฑิต.
มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
จิระประภา สุทธิ์ทวี. (2554) การพัฒนาการจด กิจกรรมการเรีย นรูแบบโครงงาน เรื่อง
การประดิษฐดอกไม จากรังไหม กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปที่ 6. การศึกษาคนควาอิสระ การศึกษษมหาบัณฑิต. มหาสารคาม :
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

โพสต์โดย ครูวิชญ : [12 พ.ย. 2556 เวลา 14:40 น.]
อ่าน [834] ไอพี : 192.168.3.31, 202.29
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม