ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การศึกษาสภาพการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค ปัจจัยความสำเร็จและปัจจัยเสี่ยง ในการจัดการเรียนรวมโรงเรียนขนา

ชื่อผู้วิจัย ดร.อำนาจ จันทรขำ
หน่วยงานต้นสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต ๑
ปีงบประมาณ ๒๕๕๔
ที่อยู่ปัจจุบัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต ๑ ถนนสวรรค์วิถี ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
ความสำคัญและที่มาของการวิจัย
การจัดการศึกษาของไทยมีความแตกต่างกันในเรื่องความพร้อมหลายด้านของโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก นอกจากโรงเรียนเหล่านี้จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนขนาดเล็กเหล่านั้นมีปัญหาสำคัญที่กล่าวได้ว่าเป็นปัญหาเรื้อรัง โรงเรียนดังกล่าวต้องบริหารจัดการท่ามกลางปัญหานานาประการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต ๑ มีโรงเรียนในสังกัดที่ดูแลรับผิดชอบ จำนวน ๑๗๕ โรงเรียน เป็นโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งมีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า ๑๒๐ คน จำนวน ๑๑๗ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๖๖.๘๕ นับเป็นโรงเรียนส่วนใหญ่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต ๑ ปัญหาสำคัญของโรงเรียนขนาดเล็ก คือ คุณภาพนักเรียนค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับโรงเรียนขนาดอื่น ๆ โรงเรียนพยุหะศึกษาคารเป็นโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต ๑ ที่ประสบปัญหานักเรียนลดลง ผลการเรียนต่ำ เช่นเดียวกับโรงเรียนบ้านย่านมัทรี และโรงเรียนบ้านประดู่เฒ่า ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต ๑ อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน เข้าข่ายที่จะต้องถูกยุบเพราะมีจำนวนนักเรียนทั้งโรงเรียนเพียง ๒๐-๓๐ คน และมีครูผู้สอน ๒-๓ คน ด้านสื่อการเรียนการสอนไม่เพียงพอ ความต้องการของครูและชุมชนหันมาหาวิธีร่วมกันในการพัฒนาการศึกษา ด้วยแนวทางการจัดการเรียนรวมโรงเรียนตั้งแต่วันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยมีโรงเรียนพยุหะศึกษาคารเป็นโรงเรียนหลัก โรงเรียนบ้านย่านมัทรี และโรงเรียนบ้านประดู่เฒ่าเป็นโรงเรียนมาเรียนรวม พร้อมการสร้างโอกาส สร้างหลักประกันให้ผู้มีส่วนได้เสียกับโรงเรียนร่วมคิด ร่วมกำหนดแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมดำเนินการ และร่วมติดตามประเมินผล ที่มีความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดได้รับการคัดเลือกเป็นโรงเรียนดีประจำตำบล รุ่น ๑ จากสภาพการณ์ดังกล่าว ผู้วิจัยเห็นความสำคัญและแนวโน้มของปัญหาการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งมีสำคัญต่อการจัดการศึกษาในระดับขั้นพื้นฐาน ทำให้ผู้วิจัยสนใจศึกษาสภาพการดำเนินงานในการจัดการเรียนรวมโรงเรียนพยุหะศึกษาคาร โรงเรียนบ้านย่านมัทรี และโรงเรียนบ้านประดู่เฒ่า ปัญหา อุปสรรค ปัจจัยความสำเร็จ และปัจจัยเสี่ยงต่อความล้มเหลว ในการจัดการเรียนรวม รวมถึงความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้เสียของทั้งสามโรงเรียน เพื่อนำไปสู่ การพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ในด้านการพัฒนาประสิทธิภาพของโรงเรียนขนาดเล็ก และนำไปประยุกต์ใช้ในการกำหนดนโยบายและแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของโรงเรียนขนาดเล็กต่อไป

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
๑. สภาพการดำเนินงานการจัดการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็ก
๒. ปัญหา อุปสรรค ปัจจัยความสำเร็จ และปัจจัยเสี่ยงต่อความล้มเหลวในการจัดการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็ก
๓. ความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็ก

วิธีดำเนินการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เลือกพื้นที่ศึกษาโดยวิธีการเลือกเชิงทฤษฎีที่มีลักษณะสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และคำถามการวิจัย รวบรวมข้อมูลโดยใช้เทคนิคการสังเกต การสัมภาษณ์ และจดบันทึก การวิเคราะห์เอกสาร และการจัดสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา การจำแนก และการจัดกลุ่มข้อมูล การเปรียบเทียบเหตุการณ์ และการสร้างข้อสรุปอุปนัย

ผลการวิจัย/ข้นค้นพบ
สภาพการดำเนินงานการจัดการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็กเป็นลักษณะการมีส่วนร่วมของผู้ที่มี ส่วนได้ส่วนเสีย คือ การมองบริบทโรงเรียนของตนเอง ประกอบด้วย การกำหนดความต้องการร่วมกัน การสร้างทีม กำหนดกิจกรรม การร่วมดำเนินการ การรายงานผลงาน เป้าหมายการจัดการเรียนรวม ประกอบด้วย การมุ่งสู่ความดำรงอยู่อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ดูดซับทรัพยากร การบริหารโรงเรียนที่เข้มแข็ง การจัดการเรียนการสอนได้มาตรฐาน และนักเรียนมีคุณภาพได้รับการยอมรับจากภายนอก การเป็น แหล่งเรียนรู้ และพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ประกอบด้วย การสร้างค่านิยมร่วม การเสียสละที่เกินระดับปกติ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการตัดสินใจร่วมกัน การดำเนินงาน การบริหารสถานศึกษาในการเรียนรวม ประกอบด้วย ๖ ขั้นตอน คือ ๑) ขั้นสร้างความตระหนักถึงความจำเป็นในการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ๒) ขั้นประสานงานบุคลากรแกนนำผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ๓) ขั้นสร้างพันธสัญญาร่วมกัน ๔) ขั้นบริหารโรงเรียน ในการเรียนรวม ๕) ขั้นพัฒนาความสัมพันธ์ ๖) ขั้นรักษาความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง สภาพการดำเนินงานบริหารสถานศึกษาในการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ได้แก่ ๑) ชุมชนที่ตั้งโรงเรียนหลักมีความพร้อม ด้านอาคารสถานที่ มีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ชุมชนที่ตั้งโรงเรียนมาเรียนรวม ห่างจากชุมชนที่ตั้งโรงเรียนหลักประมาณ ๓-๔ กิโลเมตร และการคมนาคมสะดวก ๒) วิเคราะห์บริบทเพื่อทราบจุดแข็งและจุดควรพัฒนาของการดำเนินงานด้านการบริหารงานวิชาการ ด้านการบริหารงบประมาณ ด้านการบริหารบุคคล และ ด้านการบริหารทั่วไป แล้วสรุปรวมจุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนาของการดำเนินงานแต่ละด้าน เพื่อกำหนดเป้าหมายในการทำงาน มีการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และจัดทำแผนพัฒนาร่วมกัน สำหรับปัญหาอุปสรรคในการจัดการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ได้แก่ ๑) ผู้ปกครองขาดความมั่นใจความปลอดภัยในการเดินทางของนักเรียน รวมถึงกังวลเรื่องค่าพาหนะรับ-ส่งนักเรียน ๒) ผู้ปกครองโรงเรียนมารวมเกรงว่าโรงเรียนเดิมจะถูกยุบ ๓) นักเรียนบางคนมีปัญหาเรื่องการปรับตัวกับกลุ่มเพื่อนต่างโรงเรียน ปัจจัยความสำเร็จในการจัดการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ได้แก่ ๑) ผู้บริหารโรงเรียน และครู ทั้งโรงเรียนหลักและโรงเรียน มารวมตระหนัก และมีความเชื่อ ความเข้าใจตรงกันถึงเหตุผลความจำเป็น ประโยชน์ในการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ๒) การบริหารจัดการศึกษาเน้นการบริหารแบบเครือข่ายหรือแนวราบ กระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำงานเป็นวิธีการทำงานเป็นทีม ๓) การกำหนดขอบข่ายความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่อย่างชัดเจน ๔) การใช้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เยี่ยมบ้านนักเรียนทุกคน และเก็บรวบรวมข้อมูลนักเรียนอย่างครบถ้วน ๕) กิจกรรมการเรียนรู้ จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี จัดทำมาตรฐานตัวบ่งชี้การปฏิบัติงาน จัดทำโครงการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ ๖) ใช้เทคนิค วิธีการพัฒนา และกระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจสมาชิกของโรงเรียน ๗) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีมาตรการในการสนับสนุนอย่างพอเพียง การติดตาม ควบคุม กำกับอย่างจริงจัง พร้อมทั้งให้คำแนะนำ แก้ปัญหา อุปสรรค รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการดำเนินการในภารกิจต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ๘) การปฏิบัติงานของโรงเรียนและการสะท้อนผล ส่วนปัจจัยเสี่ยงในการจัดการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ได้แก่ ๑) นโยบายต้นสังกัดในการดำเนินงานโรงเรียนขนาดเล็กเปลี่ยนแปลงบ่อย ๒) ผู้บริหารสถานศึกษาหลักรวบอำนาจในการบริหารจัดการ ๓) ผู้บริหารสถานศึกษามารวมเกรงไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการ ๔) ครูโรงเรียนมารวมเป็นกังวลในการทำงานร่วมกับครูโรงเรียนหลัก ๕) นักการภารโรงโรงเรียนมารวมไม่มั่นใจในตำแหน่งของตนกลัวถูกย้ายไปที่อื่น ๖) คณะกรรมการสถานศึกษาไม่มั่นใจในการบริหารจัดการว่าทั้งสามโรงเรียนจะรวมกันได้นาน ๗) ผู้บริหารสถานศึกษามารวมขาดความพร้อมในการประเมินภายนอกเป็นเอกเทศ ภายหลังการประเมินภายนอกร่วมกับโรงเรียนหลักเสร็จสิ้นก็แยกนักเรียนไปจัดการเรียนการสอนเอกเทศตามเดิมโดยไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ ในการจัดการเรียนรู้แก่นักเรียนในการนำนักเรียนมาเรียนรวม สำหรับความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็กอยู่ในระดับมาก

คำสำคัญ ๑. การจัดการเรียนรวม ๒. โรงเรียนขนาดเล็ก ๓. กระบวนการจัดการศึกษา

 
Title The study of operation, problems, hindrances, success factors and risk factors in management of small schools combination: A Case of Phayuhasuksakan School.
Researcher Dr..Amnat Chantarakum
Institute Nakhon Sawan Primary Educational Service Area office 1
Year 2011
The purposes of this study were :- 1) Operation conditions in management of small schools combination 2) Problems, hindrances, success factors and risk factors in the failure of small schools combination 3) Satisfaction of relevant persons or stakeholders in small schools combination and also outcomes from participation principles of stakeholders. This study was a quality research which chose studied area by theoretical method that get in accordance with purposes and research questions. Gathering data by observation technique, interview and take note, documentation analysis and focus group. Analyzing data by content analysis, classification and data grouping, comparing events and inductive inference.

The results found that :-

Participation characteristics of stakeholders are their points of view about their own schools and context which consisted of determination for shared need, team building, activities setting, shared operation and results reporting. The goals of small schools combination consisted of effective existence without absorbing resources. Strong schools management, standardized instruction, and qualified students with acceptance from external. Being learning resources and participation behavior consisted of setting shared value, sacrifice which went beyond normal level, exchange learning, and shared decision making. The operation and administration of small schools combination consisted of 6 stages :- 1) raising awareness of necessary in combination of small schools 2) contact with leader persons of stakeholders 3) setting shared commitment 4) administration of small schools combination 5) developing relationship and 6) maintaining continuous relationship. The state of operation and administration in small schools combination were:- 1) The community of main school had readiness in buildings and infrastructure. The community of combined school was about 3 – 4 kilometers away from main school, and had convenient communication. 2) Analyzing school context for strengths and developing points in operation of academic administration, budget administration, personnel administration and general administration. Then gathered conclusion of strengths and developing points of each operation section to determine working goal, vision, mission, purpose and setting shared development plan. Problems and hindrances in management of small schools combination were: 1) Parents were lack of confidence about safty of students’ transportation to schools and concerned of students’ transportation fee 2) Parents in combined school afraid that their old schools will be abalished. 3) Some students had problems in adjustment with friends from other schools. 4) Students in main schools and combined schools wore different sport clothes. Success factors in small schools combination were:- 1) School principals and teachers in main school and combined schools had awareness, beliefs, and understanding of rationale, necessary and benefit in combination of small schools. 2) Schools administration focused on network or horizontal administration, encouraged everyone to participate in working and team building. 3) Setting responsibility scope and cleared authority. 4) Using Students Care and Support System, visit all students’ homes, and gathering students data completely. 5) For learning activities:- producing educational quality development plan, annual action plan, setting indicators for operation standards, producing whole school approach project. 6) Using technique / development method / empowerment process for schools’ members. 7) The Office of educational service area had measurement for adequate support, following up, controlling, and intensive monitoring, Together with giving advice, problem solving and being facilitator in implementing missions continuously. 8) School operation and reflection. Risk factors in management of small schools combination were:- 1) The jurisdiction policy for small schools management changed frequently. 2) Principals in main school took over the authority in administration. 3) Principals in combined schools concerned that they would not have authority in school administration. 4) Teachers from combined school concerned about working with teachers in main school. 5) The janitors from combined schools lacked confidence in their position, and feared that they might be moved to other schools. 6) School committee had no confidence about how long the three schools could stand together for shared administration. 7) The principals from combined schools did not have readiness for external assessment independently. After the school external assessment finished, they separated their students from main school without regarding to benefit for students’ learning in school combination. The satisfaction of relevant persons or stakeholders for small schools combination were at high level.
Key words :- 1) schools combination management 2) small schools. 3) education process management
ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
เนื่องจากโรงเรียนที่ใช้เป็นกรณีศึกษาครั้งนี้ มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายการจัดการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็กอย่างชัดเจน จึงกล่าวได้ว่าการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ด้วยรูปแบบเครือข่ายการจัดการเรียนรวมโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลนั้น หน่วยงานต้นสังกัด หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องควรนำองค์ความรู้จากการวิจัยไปกำหนดเป็นนโยบายสู่การปฏิบัติให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กอื่น ๆ ดังข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย ดังต่อไปนี้
๑. ควรมีการสร้างความเข้าใจ สร้างกลไกเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด และโรงเรียน ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติในการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กกับชุมชน และผู้ปกครองนักเรียนซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงในการจัดการเรียนรวม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ลดข้อขัดแย้ง และกรณีพิพาทที่จะขัดขวางการปฏิบัติงานของโรงเรียน สอดคล้องกับสถานการณ์ทางกลยุทธ์ที่ต้องปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ช่วยให้โรงเรียนสามารถดำเนินงานได้บรรลุผลเพื่อคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
๒. จุดเด่นของโรงเรียนที่ใช้เป็นกรณีศึกษาครั้งนี้ คือ การกำหนดนโยบายที่ชัดเจนของโรงเรียน การมีวิสัยทัศน์ของผู้บริหารโรงเรียน ครู ผู้นำชุมชน และการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกันระหว่างโรงเรียนหลักกับโรงเรียนมารวม ซึ่งมีส่วนทำให้สามารถร่วมกันจัดการศึกษาได้ตรงตามความต้องการของโรงเรียนและชุมชน ผู้บริหารโรงเรียน ครู และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เป็นบุคคล หรือกลุ่มบุคคลในชุมชน นับเป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างยิ่งต่อการร่วมพัฒนาโรงเรียนในด้านต่าง ๆ เช่น คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้แทนกลุ่มบุคคลในชุมชน ผู้นำชุมชน ศิษย์เก่า ผู้ปกครองนักเรียน ซึ่งมีลักษณะการมีส่วนร่วมที่แตกต่างกันตามบทบาท อำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ และตามศักยภาพของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งโรงเรียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควรกำหนดนโยบายส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรวม ให้มีแบบแผนที่ชัดเจน มีความต่อเนื่อง และยั่งยืนยิ่งขึ้น
๓. คุณลักษณะส่วนบุคคลของบุคลากรในโรงเรียน เช่น บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาหลัก และโรงเรียนมารวม การประพฤติตนเหมาะสม การมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ครูมีความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน และเป็นแบบอย่างที่ดี ตระหนักถึงคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน และความศรัทธาในการทำงาน มีผลต่อการมีส่วนร่วมของชุมชน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา จึงควรมีนโยบายในการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาและประชาชนในชุมชน ทั้งด้านความรู้ ทักษะ และทัศนคติ เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีในการทำงาน ให้เข้าใจ และเข้าถึงหลักการพัฒนาการศึกษาร่วมกัน รวมทั้งการสร้างเครือข่ายการจัดการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้การจัดการศึกษาสามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนและท้องถิ่น อีกทั้งนำไปสู่การสร้างฐานแหล่งการเรียนรู้ร่วมกันของโรงเรียนกับชุมชน
๔. โรงเรียนหลักและโรงเรียนมารวมที่ใช้เป็นพื้นที่การวิจัยครั้งนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการการศึกษา จึงกล่าวได้ว่าเป็นแนวปฏิบัติที่ดี หน่วยงานทางการศึกษาระดับนโยบายจึงควรส่งเสริมให้มีการจัดการความรู้ โดยการถอดองค์ความรู้การจัดเครือข่ายการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อการกระจายองค์ความรู้ใหม่สำหรับการพัฒนาโรงเรียนอื่นต่อไป

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ
จากผลการวิจัยได้ข้อสรุปซึ่งเป็นสาระสำคัญที่ผู้บริหารสถานศึกษาขนาดเล็ก และผู้มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก สามารถนำข้อค้นพบไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก โดยปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนนั้น ๆ ดังมีข้อเสนอแนะต่อไปนี้
๑. ปัจจัยเสี่ยงต่อความล้มเหลวในการจัดการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็ก มีหลายประการ ทั้งที่เป็นปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ในการจัดการเรียนรวมโรงเรียนในระยะเริ่มแรกนั้น ผู้บริหารสถานศึกษาควรให้ความสนใจปัจจัยภายในโรงเรียนก่อน เช่น การทุ่มเทและเสียสละการทำงานการประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี การเปิดโอกาสให้ครู บุคลากรทางการศึกษามีส่วนร่วมในการรับรู้ การร่วมเรียนรู้ การติดตามประเมินผล และพัฒนา พร้อมทั้งสร้าง และให้ความรู้ ความเข้าใจในการจัดการเรียนรวมโรงเรียนแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อสร้างวัฒนธรรมคุณภาพให้เกิดขึ้นในโรงเรียน และจิตสำนึกผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนเกิดความตระหนักว่าคุณภาพผู้เรียนเป็นความรับผิดชอบของทุกคน การส่งเสริมให้ครูมีความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อให้การพัฒนาเริ่มเปลี่ยนแปลงจากบุคลากรภายในองค์กร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาควรประยุกต์ใช้โดยการเปิดโอกาสให้ครู บุคลากรทางการศึกษา ประชาชน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและนักเรียน มีส่วนร่วมในระดับการรับรู้ การร่วมเรียนรู้ การติดตามประเมินผล และพัฒนา พร้อมทั้งสร้างและให้ความรู้ ความเข้าใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อสร้างวัฒนธรรมคุณภาพให้เกิดขึ้นในโรงเรียน และจิตสำนึกของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนเกิดความตระหนักว่าคุณภาพผู้เรียนเป็นความรับผิดชอบของทุกคน

ข้อเสนอแนะการวิจัยครั้งต่อไป
เพื่อให้การวิจัยเกี่ยวกับการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค ปัจจัยความสำเร็จ และปัจจัยเสี่ยงในการจัดการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็กด้านศึกษา และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์แก่โรงเรียนและผู้ที่มีความสนใจ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยในอนาคต ดังนี้
๑. ควรมีการศึกษาวิจัยต่อยอดการศึกษาครั้งนี้ไปใช้กับโรงเรียนขนาดเล็กในภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศ เพื่อกำหนดข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการจัดการเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่มีประโยชน์ และมีประสิทธิภาพ
๒. ควรนำข้อเสนอแนะจากการวิจัยที่เป็นประเด็นเกี่ยวกับปัจจัยความสำเร็จ และปัจจัยเสี่ยงในการจัดการเรียนรวมโรงเรียนโดยเปลี่ยนวิธีวิทยาการวิจัยเป็นการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมหรือการวิจัยและพัฒนา เพื่อการประยุกต์ใช้ทฤษฎีและการปฏิบัติซึ่งสามารถนำไปใช้จริง และทำให้ทฤษฎีกับการปฏิบัติเป็นสิ่งที่ไปด้วยกันได้

โพสต์โดย อำนาจ จันทรขำ : [31 ม.ค. 2557 เวลา 09:03 น.]
อ่าน [726] ไอพี : 110.168.28.150
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม