ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• นวัตกรรมกระบวนการจัดการเรียนการสอนนักเรียนพิการเรียนร่วม/เรียนรวม

สรุปผลงาน Best Practice
ด้านสื่อ/นวัตกรรมกระบวนการจัดการเรียนการสอนนักเรียนพิการเรียนร่วม/เรียนรวม
โรงเรียนบ้านแม่ระมาดราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2

การพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณของนักเรียนที่มีความบกพร่อง
ทางการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค 3R กับสื่อ 3 มิติ

1. ผู้พัฒนา Best Practice ได้แก่
1.1.1 นางสาวพฤติลักษณ์ ฉันทานุสิทธิ์ ครูชำนาญการ
1.1.2 นางสาวรักษิตา สบายใจ พี่เลี้ยงเด็กพิการ
โดยมี นายวรรณชัย เหล่าทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่ระมาดราษฎร์บำรุง
และนายณัฐพล ทองดีนอก รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่ระมาดราษฎร์บำรุง
เป็นผู้ให้กำลังใจ ให้การสนับสนุน และเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำตลอดการดำเนินงานในครั้งนี้

 เทคนิค 3R กับสื่อ 3 มิติ คืออะไร
เทคนิค 3R หมายถึง เทคนิคที่นำมาใช้จัดกิจกรรมหรือสร้างประสบการณ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ให้เกิดประสิทธิภาพ ได้แก่
Repettition สอนซ้ำไปซ้ำมาและใช้เวลาสอนมากกว่าเด็กปกติเมื่อมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์แล้วจึงเปลี่ยนจุดประสงค์การเรียนรู้ใหม่
Relaxtion สอนแบบไม่ตึงเครียด เปลี่ยนกิจกรรมจากวิชาการเป็นกิจกรรมนันทนาการ สลับไปมา
Routine กำหนดกิจกรรมให้เป็นกิจวัตรประจำวัน
สื่อ 3 มิติ หมายถึง สื่อการสอนที่ครูสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะความสามารถในการอ่าน การเขียนและการคิดคำนวณของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ได้แก่
หนังสือ Pop-up สอนอ่านคำ เป็นสื่อ 3 มิติที่เน้นรูปร่างรูปทรง มีลักษณะเป็นหนังสือ
เล่มใหญ่ที่เปิดคำตั้งได้ มีตัวหนังสือชัดเจน มีรูปแบบและสีสันให้น่าสนใจ เพื่อกระตุ้นให้
นักเรียนรักการอ่านมากขึ้น
บอลมหาสนุก เป็นสื่อสอนการประสมคำนำไปสู่การเขียน ผลิตจากลูกบอลที่มีสีสันสวยงาม
จับเคลื่อนย้ายสลับพยัญชนะ สระและวรรณยุกต์ได้ นักเรียนสามารถสร้างคำให้มี
ความหมายได้อย่างสนุกสนาน
ลูกเต๋าหรรษา เป็นสื่อสอนเกี่ยวกับการรู้ค่าจำนวนและตัวเลข การเปรียบเทียบจำนวน การบวกและการลบจำนวน ผลิตจากฟิวเจอร์บอร์ดหลากสีสัน สร้างเป็นรูปทรงลูกบาศก์ นักเรียนจับต้องได้ สามารถเรียนรู้จำนวนผ่านการเล่น ทำให้นักเรียนเข้าใจง่ายและเรียนรู้อย่างมีความสุข
ทักษะการอ่านและการเขียน หมายถึง ความสามารถในการอ่านคำและเขียนคำอย่างง่ายในมาตราตัวสะกดตรงตามมาตราทั้ง 9 มาตรา ได้แก่ มาตราแม่ ก กา แม่กง แม่กม แม่เกย แม่เกอว แม่กก แม่กด แม่กบ แม่กน มาตราละ 10 คำ ด้วยเทคนิค 3R กับสื่อ 3 มิติ โดยผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75

ทักษะการคิดคำนวณ หมายถึง ความสามารถด้านจำนวนและตัวเลข รู้ค่าและเปรียบเทียบจำนวนได้ บวก ลบเลขไม่เกินสองหลัก(แบบไม่กระจาย)ได้ ด้วยเทคนิค 3R กับสื่อ 3 มิติ โดยผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75

นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ หมายถึง นักเรียนที่มีปัญหาเกี่ยวกับความสามารถในการอ่าน การเขียนและการคิดคำนวณ ทั้งที่มีระดับสติปัญญา(IQ) ปกติ แต่มีผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่าเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกัน และเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ ปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนบ้านแม่ระมาดราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 จำนวน 14 คน

2. เป้าหมาย/วัตถุประสงค์ของการพัฒนา Best Practice
2.1 เพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค 3R กับสื่อ 3 มิติ
2.2 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ที่มีต่อการพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียนและการคิดคำนวณโดยใช้เทคนิค 3R กับสื่อ 3 มิติ

3. ระยะเวลาในการพัฒนา Best Practice
3 มิถุนายน 2556 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2557 รวมเป็นเวลา 9 เดือน

4. ความเชื่อมโยง / ความสัมพันธ์ระหว่าง Best Practice กับเป้าหมาย/จุดเน้นของสถานศึกษา/สพป./ สพฐ. /
Best Practice ของโรงเรียนบ้านแม่ระมาดราษฎร์บำรุงในครั้งนี้ ได้ดำเนินการภายใต้กรอบวิสัยทัศน์
“คนพิการได้รับการศึกษาตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึง และเสมอภาค” ซึ่งประกอบด้วย นโยบาย ๔ ข้อ คือ
๑) คนพิการได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและเสมอภาค
๒) คนพิการได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของแต่ละประเภทความพิการใน
ทุกระบบและรูปแบบการศึกษา
๓) การมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ
๔) พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ

จุดเน้นของโรงเรียนบ้านแม่ระมาดราษฎร์บำรุง
โรงเรียนได้กำหนดจุดเน้นให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกับนโยบายสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่ง Best Practice ที่สร้างขึ้นในครั้งนี้สนองจุดเน้น ทั้ง 3 ด้าน ดังต่อไปนี้
ด้านผู้เรียน
1.นักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษมีสมรรถนะสำคัญและความสามารถด้านวิชาการ ทักษะทางวิชาชีพสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (Student’s Competencies)
2. นักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษมีคุณธรรม จริยธรรม รักความเป็นไทย มีคุณลักษณะและทักษะทางสังคมที่เหมาะสม (Students’ Characteristics & Social Skills)
3. นักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษได้รับการส่งเสริมและพัฒนาเต็มศักยภาพเป็นรายบุคคล (Students with Special Needs)
ด้านครูและบุคลากรทางการศึกษา
ครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการพัฒนาตามวิชาชีพการศึกษาพิเศษอย่างต่อเนื่อง และสามารถจัด การเรียนการสอนนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษอย่างมืออาชีพ (Continuous Professional Development)
ด้านการบริหารจัดการ
โรงเรียนจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามระดับมาตรฐานทุกด้าน (Management with Quality and Standards)
1. โรงเรียนจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในรูปแบบที่หลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของแต่ละบุคคล (Management with Special needs and diversity)

5. แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นำมาใช้ในการพัฒนา Best Practice
การพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค 3R กับสื่อ 3 มิติ ได้ศึกษาแนวคิด หลักการ ทฤษฎีต่างๆที่สอดคล้องกับการพัฒนานวัตกรรมให้มีประสิทธิภาพ ดังนี้
 แนวคิดและปรัชญาของการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม
 ลักษณะเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้
 หลักการบริหารจัดการเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้าง SEAT
 หลักการวัฏจักรเดมมิง
 ทฤษฎีความต้องการ 5 ขั้นของ อับราฮัม มาสโลว์
 เทคนิคการสอนเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ในชั้นเรียนรวม
 หลักการใช้ 3R
6. กระบวนการพัฒนา Best Practice
6.1 กลุ่มเป้าหมายในการนำ Best Practice ไปใช้
นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 - 3 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 14 คน
6.2 ขั้นตอนการพัฒนา Best Practice
แบ่งเป็น 3 ขั้น
ขั้นที่ 1 การสร้างและทดลองใช้เครื่องมือ
ขั้นที่ 2 การนำนวัตกรรมไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง
ขั้นที่ 3 การประเมินผลการดำเนินการ
6.3 การตรวจสอบคุณภาพ Best Practice
1. ประเมินนักเรียนโดยใช้ใบงาน/แบบทดสอบ
2. สังเกตพฤติกรรมนักเรียนในการร่วมทำกิจกรรม
3. ประเมินความพึงพอใจของนักเรียน

6.4 แนวทางการนำ Best Practice ไปใช้ประโยชน์
 นำสื่อ 3 มิติที่สร้างขึ้นในครั้งนี้ไปใช้พัฒนาการอ่านและการสะกดคำของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ได้
 นำสื่อ 3 มิติที่สร้างขึ้นในครั้งนี้ไปใช้พัฒนาทักษะการเขียนคำ การเขียนประโยคอย่างง่ายได้
 นำสื่อ 3 มิติที่สร้างขึ้นในครั้งนี้ไปใช้พัฒนาการรู้ค่าของจำนวนและตัวเลข เปรียบเทียบจำนวนได้ บวกและลบจำนวนอย่างง่ายได้
 นำสื่อ 3 มิติที่สร้างขึ้นในครั้งนี้ไปใช้สร้างแรงจูงใจใฝ่เรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้โดยเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมวิชาการมาเป็นนันทนาการ ทำให้นักเรียนมีความสุขในการเรียนรู้และภูมิใจในความสามารถของตนเอง
 เป็นแบบอย่างการพัฒนาสื่อที่ทันสมัย แปลกใหม่และนำไปใช้พัฒนานักเรียนที่มีความบกพร่องทาง การเรียนรู้ได้จริงในการพัฒนาการอ่าน การเขียนและการคิดคำนวณของนักเรียนให้ดีขึ้น

7. ผลสำเร็จที่เกิดจากการพัฒนา Best Practice
7.1 เทคนิค 3R กับสื่อ 3 มิติสามารถพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และการคิด
คำนวณของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ได้ โดยผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75
7.2 นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้มีความพึงพอใจต่อการพัฒนาทักษะการอ่าน
การเขียน และการคิดคำนวณโดยใช้เทคนิค 3R กับสื่อ 3 มิติ โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.94
ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อ Best Practice
จากแบบประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครอง ครูผู้สอน และนักเรียนมีความพึงพอใจใน
การจัดการศึกษาเรียนรวมของโรงเรียนบ้านแม่ระมาดราษฎร์บำรุง โดยใช้เทคนิค 3R กับสื่อ 3 มิติพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ 100

8. ปัจจัยความสำเร็จของการพัฒนา Best Practice
ผู้บริหาร คณะครู ผู้ปกครองมีความตระหนักและเห็นความสำคัญในการพัฒนานักเรียนที่มี ความต้องการจำเป็นพิเศษ และเชื่อมั่นว่า “นักเรียนทุกคนสามารถพัฒนาได้” และ โรงเรียนควรจัดสื่อหรือนวัตกรรมที่สนองต่อความต้องการจำเป็นพิเศษของนักเรียนแต่ละคน รวมทั้งมุ่งเน้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อ คนทุกคน (Education for all) ตามปรัชญาการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม
9. กระบวนการตรวจสอบซ้ำเพื่อพัฒนาปรับปรุง Best Practice ให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง
9.1 วิธีการตรวจสอบซ้ำ BP
ดำเนินการตามโครงการในปีการศึกษาต่อไปและปรับปรุงสำหรับข้อบกพร่อง

9.2 ผลการตรวจสอบซ้ำเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง BP
นำนวัตกรรม Best Practice มาพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ในปีการศึกษา 2557 ผลปรากฏว่านักเรียนมีแนวโน้มการพัฒนาที่ดีขึ้น กล่าวคือ นักเรียนสามารถฝึกทักษะได้ด้วยตนเอง และสามารถแนะนำเพื่อนคนอื่นได้ ตลอดจนมีความคงทนในการเรียนรู้
10. การประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของ และการเผยแพร่ BP ขยายผลในวงกว้าง
ประชาสัมพันธ์หน้าเสาธงให้นักเรียนและครูทั้งโรงเรียนชื่นชมกับผลสำเร็จ
ประชาสัมพันธ์ในห้องประชุมโดยแจกแผ่นพับ เช่น ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน ประชุมผู้ปกครองนักเรียน ประชุมอบรมครูในหน่วยงานใกล้เคียง เป็นต้น
ประชาสัมพันธ์ในเว็บไชต์ทางการศึกษา
ประชาสัมพันธ์ผ่าน Facebook
11. บรรณานุกรม
กระทรวงศึกษาธิการ. (2554). แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาต้นแบบการเรียนรวม(Inclusive schools).
กรุงเทพมหานคร : กลุ่มการจัดการศึกษาเรียนร่วม.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2554). เทคนิค วิธีการและสื่อสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้าน
การอ่าน. กรุงเทพมหานคร : กลุ่มการจัดการศึกษาเรียนร่วม.

โพสต์โดย พริก : [28 ส.ค. 2557 เวลา 16:52 น.]
อ่าน [897] ไอพี : 203.172.209.185
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม