ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การงานใช้รูปแบบ RTI โดยใช้ทฤษฎีเสาหลัก 5 ต้น เพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรง

ชื่อเรื่อง การงานใช้รูปแบบ RTI โดยใช้ทฤษฎีเสาหลัก 5 ต้น เพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนเกิ้งวิทยานุกูล
ชื่อผู้ศึกษา เดือนนภา เหง้าโคกงาม
สถานที่ โรงเรียนเกิ้งวิทยานุกูล ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม
ปีที่ศึกษา 255622522225222222///พ.ศ.2556

บทคัดย่อ

รายงานการใช้รูปแบบ RTI เพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนเกิ้งวิทยานุกูล โดยใช้ทฤษฎีเสาหลัก 5 ต้น มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัญหาและความต้องการความช่วยเหลือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 2) เพื่อศึกษาความช่วยเหลือผู้เรียนเป็นกลุ่มย่อย 3) เพื่อศึกษาความช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจการใช้รูปแบบ RTI ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนเกิ้งวิทยานุกูล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 16 คน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 18 คน และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 21 คน รวมทั้งหมดจำนวน 55 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 1) แบบคัดกรองนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ 2) แบบประเมินการอ่าน การเขียน 3) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องการอ่าน จำนวน 8 แผน 4) แบบสัมภาษณ์ จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ครูประจำชั้น แบบสัมภาษณ์ครูประจำวิชา และแบบสัมภาษณ์ผู้ปกครอง 5) แผนการจัดการศึกษาบุคคล (Individual Education Program : IEP) และแผนการสอนเฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan : IIP) 6) แบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่าน โดยใช้ทฤษฎีเสาหลัก 5 ต้น จำนวน 1 ฉบับ 7) แบบสอบถามความพึงพอใจเกี่ยวกับการใช้รูปแบบ RTI สถิตที่ใช้ ได้แก่สถิติพื้นฐาน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการศึกษา
1.11. ผลการศึกษาปัญหาและความต้องการความช่วยเหลือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ผู้ศึกษาได้ทดลองกับนักเรียน จำนวน 55 คน แบ่งได้เป็น 3 วิธี ดังนี้
1.111. ศึกษาโดยใช้ แบบคัดกรองเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ของ ผดุง อารยะวิญ ญูพบว่า นักเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ย ( ) ตั้งแต่ 2.51 ขึ้นไป ซึ่งมีปัญหาด้านการเรียนระดับมาก มีจำนวน 22 คน จากทั้งหมด 55 คน
1.2 1ศึกษาโดยใช้ แบบคัดกรองนักเรียนที่มีสภาวะสมาธิสั้น บกพร่องทางการเรียนรู้ และออทิซึม (KUS-Si Rating Scales) ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่า นักเรียนที่ข้อความบ่งบอกพฤติกรรม อยู่ในกลุ่ม 3 ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควรได้รับการช่วยเหลือด้านการศึกษา ขึ้นไป มีจำนวน 18 คน จากทั้งหมด 55 คน
1.3 ศึกษาโดยใช้แบบประเมินการอ่าน การเขียน พบว่า นักเรียนที่มีค่าคะแนนต่ำกว่า 20 จากคะแนนเต็ม 40 คะแนน มีจำนวน 21 คน จากทั้งหมด 55 คน
2. ผลการช่วยเหลือนักเรียนเป็นกลุ่มย่อย ผู้ศึกษาได้ทดลองกับนักเรียน 15 คน แบ่งเป็น กลุ่มย่อยละ 5 คน จำนวน 3 กลุ่ม พบว่า นักเรียนที่มีการตอบสนองต่อนวัตกรรมและวิธีการสอน มีจำนวน 10 คน นักเรียนที่ไม่มีการตอบสนองหรือมีการตอบสนองไม่สม่ำเสมอ จำนวน 8 คน
3. ผลการช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล ผู้ศึกษาได้ทดลองกับนักเรียน 8 คน แบ่งเป็นกลุ่มย่อย 2 กลุ่ม โดยผู้ศึกษาเป็นผู้สอน 1 กลุ่ม คุณครูท่านอื่นสอนอีกกลุ่มหนึ่ง แบ่งเป็น 2 ลักษณะ
3.1 ศึกษาโดยใช้แบบสัมภาษณ์ ครูประจำชั้น 3 คน ครูประจำวิชา 8 คน และผู้ปกครอง 8 คน พบว่า นักเรียนทั้งหมดมีคะแนนพฤติกรรม จากาการสัมภาษณ์ใกล้เคียงกัน อยู่ในช่วงมีปัญหาด้านการเรียน ในระดับปานกลางถึงระดับมาก
3.2 ศึกษาโดยการช่วยเหลือเป็นรายบุคคล ด้วยแผน IEP และ IIP พร้อมกับแบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่าน ตามทฤษฎีเสาหลัก 5 ต้น พบว่า หลังจากการให้ความช่วยเหลือเป็นรายบุคคล โดยผู้ศึกษาสอนกลุ่มแรก จำนวน 5 คน อีกกลุ่มคุณครูที่สอนวิชาภาษาไทยผู้ร่วมกันศึกษาสอน จำนวน 3 คน เริ่มจากการอ่าน ให้ฟัง อย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป สร้างบรรยากาศการสอนง่าย ๆ สบาย ๆ ไม่เร่งรัด ส่วนมากเป็น การพูดคุยกันระหว่างครูและนักเรียน ใช้คำพูดเชิงสร้างสรรค์ เชิญชวนให้ปฏิบัติโดยไม่มีถูกมีผิด ทำให้นักเรียนรู้สึกสบายใจ มีความกล้าและมั่นใจที่จะปฏิบัติตามแบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านมีการตอบสนองที่ดี มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ กล้าถามคุณครูและแสดงความคิดเห็น ทำให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างราบรื่น
4. ผลการศึกษาความพึงพอใจการใช้รูปแบบ RTI จำนวน 20 ข้อ จากผู้เกี่ยงข้อง ได้แก่ ครู คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียน พบว่า ภาพรวมความพึงพอใจ มีค่าเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 3.89 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.74 ซึ่งอยู่ในระดับความพอใจ
การให้ความช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคลในเรื่องการเรียน สำหรับคนที่เรียนช้าหรือมีความบกพร่องทางการเรียนรู้เป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะคุณครูที่สอนหรือให้ความช่วยเหลือเป็นบุคคลสำคัญ ต้องทำด้วยความจริงใจ มีเมตตาธรรม เพื่อให้นักเรียนไว้ใจและเปิดใจให้ครูได้เข้าไปช่วยเหลือได้

โพสต์โดย ครูต๊ะ : [11 ก.ย. 2557 เวลา 16:08 น.]
อ่าน [991] ไอพี : 1.2.229.21
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม