ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของโรงเรียนหมู่บ้านป่าไม้ สำนักเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน

ชื่อเรื่อง การประเมินโครงการโรงเรียนส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2

ชื่อผู้วิจัย นางสาวนภัทร นามสุข

ปี พ.ศ. 2557

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

การประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของโรงเรียนหมู่บ้านป่าไม้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินบริบทของโครงการเกี่ยวกับความต้องการจำเป็น ความสอดคล้อง ความชัดเจน และความเป็นไปได้ของวัตถุประสงค์โครงการ พร้อมทั้งประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการเกี่ยวกับความพร้อมด้านบุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการประเมินกระบวนการดำเนินโครงการเกี่ยวกับการกำหนดแผนกลยุทธ์/แผนงาน/โครงการ/แผนปฏิบัติงานประจำปีที่ชัดเจน และสอดคล้องกับนโยบายในการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ความหลากหลายของกิจกรรม ความต่อเนื่องและสม่ำเสมอในการจัดกิจกรรม ความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของนักเรียน การเข้าใช้ห้องสมุดของนักเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียน และการยืมหนังสือและสื่ออื่น ๆ ในห้องสมุดของนักเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียน อีกทั้งการประเมินผลผลิตของโครงการเกี่ยวกับ คุณภาพของผู้เรียนจากการร่วมกิจกรรมตามโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน โดยพิจารณาจาก จำนวนนักเรียนที่ได้รับการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน รวมถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตลอดจนความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินงานโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านรูปแบบที่ใช้ในการประเมิน CIPP Model ของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam) ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 2 คน กรรมการสถานศึกษา จำนวน 15 คน ครู/ผู้รับผิดชอบโครงการ จำนวน 45 คน นักเรียน จำนวน 226 คน และผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 226 คน รวม 494 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินประกอบด้วย แบบสอบถาม จำนวน 7 ฉบับ แบบบันทึก จำนวน 3 ฉบับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติพื้นฐาน ซึ่งได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติอ้างอิงใช้ t-test แบบไม่อิสระ สถิติที่ใช้หาค่าความตรงของเครื่องมือ (Validity) ใช้สูตร IOC หาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถาม โดยการหาค่าความเชื่อมั่นแบบ Alpha Co-efficient ตามสูตรของครอนบัค Cronbach

ผลการประเมิน

การประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของโรงเรียนหมู่บ้านป่าไม้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 ในครั้งนี้ ผู้วิจัยสรุปผลการประเมินโครงการตามลำดับวัตถุประสงค์ และนำเสนอผลของส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นความเป็นมาด้วย ดังนี้

1. ผลการประเมินด้านบริบทของโครงการ พบว่า มีผลการประเมินด้านบริบทของโครงการ เกี่ยวกับความต้องการจำเป็นของโครงการ ความสอดคล้องและความชัดเจนของวัตถุประสงค์ และความเป็นไปได้ของวัตถุประสงค์โครงการ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ทุกตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ ดังนี้

1.1 ความต้องการจำเป็นของโครงการ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมาก

1.2 ความสอดคล้องและความชัดเจนของวัตถุประสงค์ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมาก

1.3 ความเป็นไปได้ของวัตถุประสงค์โครงการ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมาก

2. ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการ พบว่า มีผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้าเกี่ยวกับความพร้อมด้านบุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง มีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด ทุกตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ ดังนี้

2.1 ความพร้อมด้านบุคลากร พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมากที่สุด

2.2 ความพร้อมด้านงบประมาณ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมากที่สุด

2.3 ความพร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมาก

2.4 ความพร้อมด้านเครื่องมือ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมาก

2.5 ความพร้อมด้านองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมาก

3. ผลการประเมินด้านกระบวนการของโครงการ พบว่า มีผลการประเมินการประเมินกระบวนการดำเนินโครงการเกี่ยวกับ การมีส่วนร่วมของบุคลากรภายในและภายนอกโรงเรียน การจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ความต่อเนื่องและสม่ำเสมอในการจัดกิจกรรม การเข้าใช้ห้องสมุดของนักเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียน การบูรณาการการอ่านในกระบวนการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด ทุกตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ ดังนี้

3.1 การมีส่วนร่วมของบุคลากรภายในและภายนอกโรงเรียนพบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมาก

3.2 การจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมาก

3.3 ความต่อเนื่องและสม่ำเสมอในการจัดกิจกรรม พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมาก

3.4 การเข้าใช้ห้องสมุดของนักเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียน พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมาก

3.5 การบูรณาการการอ่านในกระบวนการเรียนรู้ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมากที่สุด

4. ผลการประเมินด้านผลผลิตของโครงการ พบว่า มีผลการประเมินด้านผลผลิตของโครงการเกี่ยวกับ คุณภาพของผู้เรียนจากการร่วมกิจกรรมตามโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน โดยพิจารณาจากจำนวนนักเรียนที่ได้รับการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน รวมถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตลอดจนความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินงานโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านอยู่ในระดับมาก ทุกตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ ดังนี้

4.1 นักเรียนที่ได้รับการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ นักเรียนที่ได้รับการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านคิดเป็นร้อย 91.39

4.2 ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน มีค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 76.39

4.3 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ โดยนักเรียนมีผลการเรียนอยู่ในระดับดีถึงดีมาก มีค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 45.77

4.4 ความพึงพอใจของนักเรียน พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมาก

4.2 ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียน พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมาก

5. ผลการประเมินโครงการในภาพรวม พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่กำหนดไว้ มีผลการดำเนินโครงการอยู่ในระดับมาก โดยได้คะแนนรวม 78.80 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน และเมื่อพิจารณาถึงรายละเอียดของประเด็นการประเมินทั้ง 4 ประเด็น พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินทั้ง 4 ประเด็น ประกอบด้วย ด้านบริบทของโครงการ ด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการ ด้านกระบวนการของโครงการ และด้านผลผลิตของโครงการ โดยผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการ มีผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนด้านบริบทของโครงการ ด้านกระบวนการของโครงการ และด้านผลผลิตของโครงการ พบว่ามีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายตัวชี้วัดของประเด็นการประเมินทั้ง 4 ประเด็น จำนวน 18 ตัวชี้วัด พบว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน 17 ตัวชี้วัด ไม่ผ่านเกณฑ์การเมินจำนวน 1 ตัวชี้วัด คือ ตัวชี้วัดด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน และยังพบอีกว่า ตัวชี้วัดที่ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมากที่สุด จำนวน 2 ตัวชี้วัด ประกอบด้วย ความพร้อมด้านบุคลากร และความพร้อมด้านงบประมาณ

ข้อเสนอแนะ

การพัฒนาคุณภาพนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่หลากหลายจะทำให้นักเรียนมีพัฒนาการในด้านต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้น และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ดี จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลาย ๆ ฝ่าย จากผลการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของโรงเรียนหมู่บ้านป่าไม้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 ในครั้งนี้ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินทั้ง 4 ประเด็น โรงเรียนหมู่บ้านป่าไม้ จึงควรดำเนินการโครงการนี้ต่อไป และผู้เกี่ยวข้องควรนำผลการประเมินไปปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้นตามข้อเสนอแนะดังนี้

ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้

1. จากผลการประเมินพบว่า ด้านบริบทโครงการเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งในการดำเนินโครงการ เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการใหม่สำหรับโรงเรียนหมู่บ้านป่าไม้ที่พึ่งเริ่มดำเนินโครงการ ดังนั้นการกำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการจำเป็น และความเป็นไปได้ของโครงการ จะเป็นเข็มทิศชี้นำการปฏิบัติให้ไปสู่ความสำเร็จได้ดี

2. จากผลการประเมินพบว่าด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการที่ใช้ในการดำเนินงานนั้นเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการขับเคลื่อนโครงการไปสู่ความสำเร็จ ในการดำเนินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของโรงเรียนหมู่บ้านป่าไม้ในครั้งนี้มีปัจจัยโดดเด่นคือความพร้อมด้านบุคลากรและด้านงบประมาณ ที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรมตามโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ส่วนความพร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์ ด้านเครื่องมือและด้านองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ควรมีการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่ต้องใช้ในการดำเนินโครงการให้เหมาะสมกับการทำกิจกรรม และควรอย่างยิ่งที่จะพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์แก่บุคลากร ครู ครูผู้รับผิดชอบโครงการก่อนที่จะปฏิบัติงาน ในการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ

3. จากผลการประเมินพบว่า ด้านกระบวนการดำเนินโครงการ เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของบุคลากรภายในและภายนอกโรงเรียน การจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านความต่อเนื่องและสม่ำเสมอในการจัดกิจกรรม การเข้าใช้ห้องสมุดของนักเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียน การบูรณาการการอ่านในกระบวนการเรียนรู้ ประสบผลสำเร็จในระดับมากที่สุด จะเห็นได้ว่าเมื่อผู้บริหาร ครู ครูผู้รับผิดชอบโครงการ จัดกิจกรรมส่งเสริม สนับสนุนไปในทิศทางเดียวกัน มีแผนงานและแนวทางที่ชัดเจน โรงเรียนมีการสร้างแรงจูงใจ สนับสนุนให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เช่น จัดมุมหนังสือ จัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้มีความเหมาะสม และสามารถนำไปบูรณาการการอ่านในกระบวนการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ จะส่งผลดีต่อการดำเนินโครงการอย่างเห็นได้ชัด

4. ผลผลิตของโครงการ คือสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นตามวัตถุประสงค์ จากผลการประเมิน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนนักเรียนที่ได้รับการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน หรือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก็ดี ไม่ใช่ปัจจัยสำเร็จรูปทางเดียวในการพัฒนานักเรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร หากแต่ยังมีปัจจัยอื่นที่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อนักเรียน ดังนั้นจึงควรมีการอบรมให้ความรู้แก่ผู้เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เครื่องมือและสื่อต่าง ๆ ควรพัฒนาให้ทันต่อเหตุการณ์ ครูเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการสร้างนิสัยรักการอ่าน ในฐานะที่เป็นครู ครูต้องหาวิธีการที่จะส่งเสริมให้นักเรียนรักการอ่านจนติดเป็นนิสัย เมื่อมีเวลาว่างนักเรียนต้องหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านและอ่านอย่างเต็มใจ ดังนั้นครูต้องมีความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่าน เพราะนอกจากจะทำให้นักเรียนรักการอ่านแล้ว ยังทำให้นักเรียนมีประสบการณ์จากการอ่านอย่างกว้างขวางและเกิดทักษะในการอ่านมากขึ้น และที่สำคัญกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านทั้งที่เป็นกิจกรรมในและนอกชั้นเรียน กิจกรรม (บูรณาการกับกลุ่มสาระ) กิจกรรมเวทีน้อยเรียงร้อยทักษะชีวิต และกิจกรรมนันทนาการและเกมเชิงสร้างสรรค์ เหมาะสมกับวัยของนักเรียนจะเห็นได้จากนักเรียนและผู้ปกครองมีความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ดังนั้นควรมีการดำเนินโครงการโรงเรียนส่งเสริมนิสัยรักการอ่านอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนให้มีคุณลักษณะที่ต้องการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษาตามหลักสูตร อันจะนำมาซึ่งความพึงพอใจของนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียนและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

โพสต์โดย พร : [20 พ.ย. 2557 เวลา 13:53 น.]
อ่าน [686] ไอพี : 1.0.200.183
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม