ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานการพัฒนาการอ่านและเขียนภาษาไทย โดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" ตามแนวทางของ ศิวกานท์ ปทุ

บทคัดย่อ

การจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาระการอ่านและเขียนนับว่าเป็นกระบวนการที่ยุ่งยาก ซับซ้อน สำหรับนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเริ่มหัดอ่าน เขียน เริ่มเรียนภาษาไทย ผู้วิจัยจึงได้พัฒนาการอ่านและเขียนของนักเรียนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" ตามแนวทางของ ศิวกานท์ ปทุมสูติ เพื่อพัฒนาการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่อ่านไม่ออกและอ่านไม่คล่อง การวิจัยเชิงทดลองในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านและเขียนคำ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ก่อนและหลังการเรียนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" ตามแนวทางของ ศิวกานท์ ปทุมสูติ และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ต่อการเรียนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" ตามแนวทางของ ศิวกานท์ ปทุมสูติ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/1 โรงเรียนวัดบึงทองหลาง (พิทักษ์วิทยาคาร) สำนักงานเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร จำนวน 1๐ คน ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา ๒๕๕7 ซึ่งเป็นนักเรียนที่มีผลการประเมิน ในระดับ 2 (ต้องสะกดบ้าง) และ ระดับ 1 (สะกดมาก) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ มี 4 ชนิด ได้แก่ ๑) ชาร์ตแผนภูมิการอ่าน ๒) กำหนดการสอนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" ตามแนวทางของ ศิวกานท์ ปทุมสูติ ๓) แบบทดสอบการอ่านและเขียนภาษาไทย และ ๔) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนหลัง (One Group Pretest-Posttest Design) ดำเนินการวิจัยในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา ๒๕๕7 ใช้ระยะเวลาในการวิจัย 7 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 ถึงวันที่ 26 เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕7 รวม 65 ชั่วโมง ใช้เวลาทดลอง วันละ 2 ชั่วโมง คือ วันจันทร์ถึงวันศุกร์ โดยใช้เวลาเรียนในชั่วโมงวิชาหลัก ส่วนวิชาที่ส่งเสริมในด้านสุนทรียภาพ เช่น ดนตรี พละ ศิลปะ ก็จะให้เรียนร่วมกับเพื่อนๆแล้วนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ทางสถิติ โดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านและเขียนคำก่อนและหลังการสอนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" โดยคำนวณจากสูตร t–test แบบ Dependent และวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนการสอนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" โดยใช้สถิติพื้นฐานหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานแล้วเทียบกับเกณฑ์ในการแปลผลค่าเฉลี่ย สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลได้ดังนี้

สรุปผล

ผลการวิจัย พบว่า

๑. การเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านและเขียนคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ก่อนและหลังการเรียนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" ตามแนวทางของ ศิวกานท์ ปทุมสูติ เพื่อพัฒนาการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 โดยความสามารถในการอ่านและเขียนคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ หลังการเรียนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" ( = 43.20) สูงกว่าก่อนการเรียนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" ( =22.40) เป็นไปตามสมติฐานที่ตั้งไว้ เมื่อแยกเป็นรายด้าน พบว่า

1.1 การเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ก่อนและหลังการเรียนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" ตามแนวทางของ ศิวกานท์ ปทุมสูติ โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 โดยความสามารถในการอ่านคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ หลังการเรียนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" ตามแนวทางของ ศิวกานท์ ปทุมสูติ ( = 22.40) สูงกว่าก่อนการเรียนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" ตามแนวทางของ ศิวกานท์ ปทุมสูติ ( =12.50)

1.2 การเปรียบเทียบความสามารถในการเขียนคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ก่อนและหลังการเรียนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" ตามแนวทางของ ศิวกานท์ ปทุมสูติ โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 โดยความสามารถในการเขียนคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ หลังการเรียนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" ตามแนวทางของ ศิวกานท์ ปทุมสูติ ( = 20.80) สูงกว่าก่อนการเรียนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" ตามแนวทางของ ศิวกานท์ ปทุมสูติ ( =9.90)

2. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ต่อการเรียนโดยใช้ "บันไดทักษะ ๔ ขั้น" ตามแนวทางของ ศิวกานท์ ปทุมสูติ โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( = 2.63) เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยที่มีค่าสูงสุด ได้แก่ หลังจากเรียนแล้ว นักเรียนมีความมั่นใจในการอ่านและเขียนเพิ่มขึ้น ( =2.90) ชาร์ตแผนภูมิการอ่านช่วยให้นักเรียนอ่านและเขียนคำได้ดีขึ้น ( =2.80) นักเรียนเห็นว่าชาร์ตแผนภูมิการอ่านมีประโยชน์กับนักเรียน ชอบให้ครูสอนโดยใช้ชาร์ตแผนภูมิการอ่าน และการเรียนการสอนแบบนี้ช่วยให้นักเรียนสามารถอ่านหนังสือได้ดีขึ้น มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน ( =2.70)

โพสต์โดย jake1975 : [30 พ.ค. 2558 เวลา 16:27 น.]
อ่าน [936] ไอพี : 119.76.34.119
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โพสต์โดย

คุณ krusoft

  ความคิดเห็นที่ 1

สวัสดีครับ พอดีผมสนใจรายละเอียดของงานวิจัยเรื่องนี้ครับ เนื่องจากได้สอนนักเรียนที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่ 2 อยากจะสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียด ผมจะสามารถติดต่อได้ทางไหนบ้างครับ

วันที่โพสต์ [15 มิ.ย. 2561 เวลา 09:21 น.] ไอพี : [159.192.121.87] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม