ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการสอนแบบ PICC เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนเท

การพัฒนารูปแบบการสอนแบบ PICC เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัย สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนเทศบาล 1 “สุรินทร์วิทยาคม” เทศบาลเมืองสุรินทร์ เป็นการวิจัยและพัฒนา (research and development) ซึ่งประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอน คือ 1) การวิจัย (research) เป็นการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการทดลองใช้รูปแบบการสอนแบบ PICC เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัยของนักเรียน ชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 1 “สุรินทร์วิทยาคม” เทศบาลเมืองสุรินทร์ 2) เป็นการพัฒนา (development) เป็นการพัฒนาทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการทดลองใช้รูปแบบการสอนแบบ PICC เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัยของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 1 “สุรินทร์วิทยาคม” เทศบาลเมืองสุรินทร์ 3) การวิจัย (research) เป็นการทดลองใช้รูปแบบการสอน และ 4) เป็นการพัฒนา (development) เป็นการขยายผลรูปแบบการสอน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เด็กปฐมวัยอายุ 5-6 ปี ชั้นอนุบาล 3/1 โรงเรียนเทศบาล 1 “สุรินทร์วิทยาคม” สังกัดเทศบาลเมืองสุรินทร์ จำนวน 34 คน แบบแผนในการวิจัย ใช้แบบแผนการทดลองแบบ Nonrandomized Control Group Pretest - Posttest Design เครื่องมือ ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ มี 5 ชนิด ได้แก่ 1) คู่มือประกอบการใช้รูปแบบการสอนสำหรับครูปฐมวัย 2) แผนการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย 3) แบบทดสอบทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัย 4) แบบสังเกตพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย 5) แบบสอบถามความคิดเห็นของครูปฐมวัย เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) จังหวัดของเรา 2) งานช้างและงานกาชาดจังหวัดสุรินทร์ 3) หลวงปู่ดุลย์ อตุโล 4) พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง 5) ชุมชนของเรา 6) ศิลปะกันตรึม 7) เครื่องเงิน 8) การทอผ้าไหม 9) อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้ค่าสถิติ ประกอบด้วย ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) สถิติ one-way MANOVA สถิติ t-test for dependent

ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

ผู้วิจัยนำรูปแบบการสอนแบบ PICC เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัยที่ได้พัฒนาขึ้นไปทดลองกับเด็กอนุบาล 3/2 โรงเรียนเทศบาล 1 “สุรินทร์วิทยาคม” เทศบาลเมืองสุรินทร์ จำนวน 34 คน เป็นเวลา 45 วัน จำนวน 9 หน่วยการเรียนรู้ ผลการทดลองมีดังนี้

1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการสร้างรูปแบบการสอนแบบ PICC ก่อนและหลังการทดลอง เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัยของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 1 “สุรินทร์วิทยาคม” เทศบาลเมืองสุรินทร์ ดังนี้

1.1 ผลการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี งานวิจัยและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการสอนแบบ PICC จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบการสอนแบบ PICC พบว่า การพัฒนารูปแบบการสอนแบบ PICC เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างความรู้ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยมีรูปแบบการสอนที่เป็นพื้นฐานสำคัญ 2 รูปแบบ คือรูปแบบการสอน ไฮ/สโคป (high/scope) ที่สนับสนุนให้ผู้เรียนได้เลือกเรื่องที่จะเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้และผู้รู้ตามความสนใจ ผู้เรียนมีอิสระในการค้นหาสิ่งใหม่ๆ ส่งผลให้ค้นพบความรู้ด้วยตนเอง นอกจากนี้รูปแบบการสอน ไฮ/สโคป ยังสนับสนุนให้ผู้เรียนได้สะท้อนประสบการณ์ของตนเองเกี่ยวกับการวางแผนและการลงมือทำกิจกรรม ส่วนรูปแบบการสอนเน้นผู้เรียน 4 แบบ (4MAT) ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ เพื่อจะได้ค้นพบความรู้ด้วยตนเอง ทำให้ผู้เรียนรู้จักไตร่ตรองและวิเคราะห์สิ่งที่ได้รับรู้ นอกจากนี้รูปแบบการสอนเน้นผู้เรียน 4 แบบ ยังสนับสนุนให้ผู้เรียนได้สะท้อนความเข้าใจของตนเองโดยการสร้างผลงานและนำเสนอผลงานที่ตนเองสร้างขึ้น และการจัดเรียนการสอนตามแนวคิดพุทธศาสนา ซึ่งให้ความสำคัญกับความพร้อม ความสามารถ ความถนัด ความสนใจและความรักในสิ่งที่เรียนเป็นสำคัญ โดยมีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย รวมทั้งการสั่งสอน การแนะนำ การอธิบาย การบอกเล่า ผู้รู้ สื่อการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ พินิจพิจารณาแยกแยะเรื่องราวให้เห็นตามสภาพจริง ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างลุ่มลึก จนสามารถนำความรู้ ความเข้าใจ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตได้

1.2 ผลการวิเคราะห์หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 พบว่า หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี เป็นการจัดการศึกษาในลักษณะของการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษา เด็กจะได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาตามวัยและความสามารถของแต่ละบุคคล (กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. 2546 : 31) การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ปี บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ตามศักยภาพภายใต้บริบทของสังคม – วัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของทุกคนเพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้พัฒนาเด็กไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เกิดคุณค่าต่อตนเองและสังคม สาระการเรียนรู้ใช้เป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมให้กับเด็ก เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาเด็กให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งนี้สาระการเรียนรู้ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการและคุณลักษณะหรือค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม ความรู้สำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี จะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับตัวเด็ก บุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก ธรรมชาติรอบตัวและสิ่งต่างๆรอบตัวเด็กที่เด็กได้มีโอกาสใกล้ชิดหรือมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันและเป็นสิ่งที่เด็กสนใจ จึงไม่เน้นเนื้อหา การท่องจำ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทักษะหรือกระบวนการจำเป็นต้องบูรณาการ ทักษะที่จำเป็นและสำคัญสำหรับเด็ก เช่น ทักษะการเคลื่อนไหว ทักษะทางสังคม ทักษะการคิด ทักษะการใช้ภาษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เป็นต้น ขณะเดียวกันควรปลูกฝังให้เด็กเกิดเจตคติที่ดี มีค่านิยมที่พึงประสงค์ เช่น ความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น รักการเรียน รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและมีคุณธรรม จริยธรรมที่เหมาะสมกับวัย เป็นต้น

1.3 ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการสอนแบบ PICC เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัย ระดับชั้นอนุบาล 3 ของผู้อำนวยการสถานศึกษา ครูผู้สอนกลุ่มปฐมวัย ศึกษานิเทศก์และคณะกรรมการสถานศึกษา ด้านรูปแบบการสอนแบบ PICC เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัย สำหรับเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 3 โดยภาพรวม พบว่า ควรมีรูปภาพและสีสันสวยงาม ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย มีตัวอย่างประกอบและมีแบบทดสอบท้ายบทเรียน

2. ผลการพัฒนา (development) ผลการสร้างและพัฒนารูปแบบการสอนแบบ PICC เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัยของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 1 “สุรินทร์วิทยาคม” เทศบาลเมืองสุรินทร์

2.1 ขั้นตอนที่ 1 ผลการสร้างรูปแบบการสอน การสร้างรูปแบบการสอนเพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัย เริ่มต้นจากการกำหนดกรอบแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัยด้วยการศึกษาเอกสารทั้งในประเทศและต่างประเทศ พบว่า องค์ประกอบสำคัญของทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัย ได้แก่ การคิดแสวงหาความรู้ การคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์และการคิดประยุกต์ ผู้วิจัยวิเคราะห์แนวคิด ทฤษฎีและรูปแบบการสอนที่เกี่ยวข้องกับทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัย พบว่า ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของพีอาเจท์และบรูเนอร์ ทฤษฎีประวัติศาสตร์สังคมของไวก็อตสกี้ ทฤษฎีการสร้างความรู้โดยการสร้างชิ้นงานของเพเพิร์ท รูปแบบการสอนเน้นผู้เรียน 4 แบบ (4 MAT) การสอนแบบไฮ/สโคป (High/Scope) และการจัดการเรียนการสอนตามแนวคิดพุทธศาสนาเป็นแนวคิดทฤษฎีและรูปแบบการสอนที่ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยเกิดทักษะการสร้างความรู้ด้วยตนเอง

2.2 ขั้นตอนที่ 2 ผลการปรับปรุงคุณภาพรูปแบบการสอน การปรับปรุงคุณภาพรูปแบบการสอนแบบ PICC เพื่อส่งเสริมการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัยที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีขั้นตอน ดังนี้

2.2.1 การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ผู้วิจัยนำรูปแบบการสอนที่ปรับปรุงแล้วไปทดลองใช้กับกลุ่มที่คล้ายกับกลุ่มตัวอย่าง ทดลองจัดการเรียนการสอนตามสภาพจริงโดย การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ประกอบไปด้วย การวางแผน การปฏิบัติการสังเกตและการสะท้อน ห้องเรียนละ 1 หน่วยการเรียน จำนวน 2 กลุ่มๆ ละ 15 คน โดยแบ่งเป็นวงจรที่ 1 จัดประสบการณ์ตามแนวความคิดของรูปแบบการสอนแบบ PICC กับกลุ่มตัวอย่างกลุ่มที่ 1 จำนวน 15 คนเป็นเวลา 3 วัน แล้วปรับปรุงรูปแบบการสอนเพื่อนำมาเป็นแนวทางในการเขียนแผนการจัดกิจกรรมกับเด็กกลุ่มตัวในวงจรที่ 2 จำนวน 15 คน แล้วทดลองใช้รูปแบบการสอนแบบ PICC กับกลุ่มตัวอย่างกลุ่มที่ 2 เป็นเวลา 3 วัน ผู้วิจัยสังเกตพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยผลการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ผู้วิจัยนำรูปแบบการสอนที่ปรับปรุงแล้วไปทดลองใช้กับกลุ่มที่คล้ายกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2 กลุ่ม

ผลการจัดกิจกรรม

ผลการทดลองจัดกิจกรรมในครั้งนี้ พบว่า ขณะจัดกิจกรรมเด็กๆ ให้ความสนใจในกิจกรรมเป็นอย่างดี ต้องการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมและมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ เช่น การเรียนรู้เรื่องจังหวัดของเรา เด็กๆ สามารถหาข้อมูลที่ตนเองสนใจได้ดูได้จากการที่เด็กนำเสนอความรู้เกี่ยวกับกาที่ได้ไปถามผู้ปกครองหรือบุคคลที่รู้จัก

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการสอนแบบ PICC เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัยของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 1 “สุรินทร์วิทยาคม” เทศบาลเมืองสุรินทร์

3.1 ทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัยก่อนการทดลองใช้รูปแบบการสอนแบบ PICC ไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายองค์ประกอบ พบว่า มีทักษะการคิดแสวงหาความรู้การคิดวิเคราะห์การคิดสังเคราะห์และการคิดประยุกต์ไม่แตกต่างกันเช่นกัน

3.2 ทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัย ระหว่างก่อนและหลังการทดลองใช้รูปแบบการสอนแบบ PICC มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณารายองค์ประกอบ พบว่า ทักษะการคิดแสวงหาความรู้และทักษะการคิดสังเคราะห์ไม่แตกต่างกัน ส่วนทักษะการคิดวิเคราะห์และทักษะการคิดประยุกต์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.3 ทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัยหลังการทดลองใช้รูปแบบการสอนแบบ PICC พบว่า ทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณารายองค์ประกอบ พบว่า ทักษะการคิดแสวงหาความรู้และทักษะการคิดประยุกต์ ไม่แตกต่างกัน ส่วนทักษะการคิดวิเคราะห์และทักษะการคิดสังเคราะห์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ .05 ตามลำดับ

4. ผลการศึกษาความพึงพอใจในการเรียนด้วยรูปแบบการสอนแบบ PICC เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างความรู้ของเด็กปฐมวัยของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 1 “สุรินทร์วิทยาคม” เทศบาลเมืองสุรินทร์

ค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจในการเรียนของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 ที่มีความพึงพอใจในการเรียนด้วยรูปแบบการสอนแบบ PICC เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างความรู้ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.50 ,S.D.= 0.72) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.72 แสดงว่า นักเรียนมีความพึงพอใจมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อนักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดจำนวน 9 ข้อ พึงพอใจมาก จำนวน 6 ข้อ

โพสต์โดย ชมภู : [7 ต.ค. 2559 เวลา 07:46 น.]
อ่าน [832] ไอพี : 1.1.225.233
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
การเลี้ยงแมว
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ