ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• เผยแพร่ผลงาน"รายงานการประเมินโครงการประกันคุณภาพภายใน โรงเรียนบ้านคำสะอาด"

บทที่ 1
บทนำ

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาและความต้องการพัฒนา
ในสภาวะปัจจุบัน การจัดการศึกษาของไทยนับได้ว่ามีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะประเทศไทยมีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2545 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เป็นระเบียบ ที่เอื้อต่อการจัดการศึกษา ตลอดจนทำให้สถานศึกษามีเอกภาพ ศักยภาพในการบริหารจัดการศึกษาได้เองมากที่สุด เพราะมีกฎหมายรองรับในการจัดการศึกษาโดยเฉพาะสถานศึกษาเป็นนิติบุคคล นอกจากนั้นยังมีข้อกฎหมายที่ชัดเจน ในเรื่องการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และสังคม และยังเน้นการมีคุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุข
สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีหน้าที่ร่วมกันในการจัดการศึกษา มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ การพัฒนาองค์กร การพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาครู บุคลากร และที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาผู้เรียนร่วมกัน ทั้งครู ผู้ปกครอง สถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จนถึงผู้นำระดับประเทศ ร่วมให้ความสนใจบริหารจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา แต่ที่สำคัญกว่านั้น องค์กรและบุคลากรที่มีความสำคัญมากอย่างยิ่งที่จะดำเนินการให้เป็นไปตาม ข้อบังคับของกฎหมาย คือ สถานศึกษา ซึ่งมีผู้บริหาร ครู นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองนักเรียน ดำเนินกิจกรรมตามบทบาทหน้าที่ อย่างเต็มความสามารถ และนอกจากนั้นยังต้องอาศัยหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องอำนวยการ ส่งเสริม เกื้อหนุน ช่วยเหลือ สถานศึกษาให้สามารถดำเนินงานจัดกิจกรรมต่างๆ ให้ผู้เรียนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อที่จะได้พัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง มีความสุข สามารถอยู่ร่วมผู้อื่นได้อย่างมีความสุข สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2550 : ก) ระบุไว้ว่ารัฐบาลที่ได้แถลงนโยบายการศึกษาต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ว่า ”เร่งรัดการปฏิรูปการศึกษา โดยยึดหลักคุณธรรมนำความรู้ มุ่งมั่นที่จะขยายโอกาสทางการศึกษาของประชาชนให้กว้างขวางและทั่วถึง โดยคำนึงถึงการพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ เสริมสร้างความตระหนักในคุณค่าเศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท์ สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวยการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความร่วมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันศาสนา และสถาบันการศึกษา”
กระทรวงศึกษาธิการ(2546 : 7) ให้ความสำคัญถึง วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนไทย ได้รับการกล่อมเกลาจากคำสอนพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ยุคแรกของประวัติศาสตร์ชาติไทย จนกล่าวได้ว่า วิถีพุทธ คือวิถีวัฒนธรรมของชาวไทยส่วนใหญ่ หลักคำสอนของพระพุทธศาสนามีความเป็นเอกลักษณ์ทั่วโลกตระหนักให้การยอมรับ พุทธธรรม เป็นองค์ความรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้ศึกษาเข้าใจธรรมชาติของโลกและชีวิตที่แท้จริง และฝึกฝนให้ศาสนิกชนสามารถดำเนินชีวิตได้ อย่างถูกต้องเหมาะสมตั้งแต่การดำเนินชีวิตของคนทั่วไป คือ การกิน การอยู่ การดู การฟัง จนถึงระดับการดำรง การปฏิบัติ ของนักบวช ผู้มุ่งมีชีวิตที่บริสุทธิ์ และในทุกระดับยังผลให้ ศาสนิกชนมีความสุขในการดำรงชีพพร้อมกันไป
โรงเรียนวิถีพุทธเป็นโรงเรียนที่จัดกิจกรรมการเรียนการสอนในระบบปกติทั่วไป ที่ได้นำเอาหลักธรรมในพระพุทธศาสนามาใช้หรือประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการและการพัฒนาผู้เรียนโดยรวมของโรงเรียน โดยเน้นกรอบการพัฒนาตามหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เพื่อให้ผู้เรียนเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์การพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ไปพร้อมกัน คือพัฒนาทางกาย(กายภาวนา)ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการศึกษาวิชาชีพและพัฒนาการทางปัญญา พัฒนาการทางสังคม(สีลภาวนา) ซึ่งเป็นผลมาจากการยึดมั่นในศีลธรรม รักษาระเบียบ วินัยและจรรยาบรรณ จะทำให้ผู้เรียนเป็นคนดีมีพัฒนาการทางจิต(จิตภาวนา)ซึ่งเกิดจาการบริหารจิตให้มีสติ สมาธิ และคุณธรรมอื่น ๆ จะทำให้ผู้เรียนมีสุขภาพจิตที่ดี เป็นคนที่มีความสุขและพัฒนาการทางปัญญา(ปัญญาภาวนา) ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการศึกษาด้านวิชาการจะทำให้ผู้เรียนเป็นคนเก่ง การนำคุณค่ามหาศาลของพระพุทธธรรมมาสู่สังคมไทย โดยโครงการโรงเรียนวิถีพุทธนั้นต้องอาศัยการจัดสภาพและการเรียนรู้ของโรงเรียนให้มีความชัดเจน (สิริกร มณีรินทร์. 2546 : ปฐมบท)
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร เขต 2 ได้ดำเนินการพัฒนาสถานศึกษาในความรับผิดชอบ จัดตั้งโรงเรียนดีวิถีพุทธ ในปี 2547 จำนวน 266 โรงเรียน และได้ประเมินโรงเรียนที่มีความพร้อมในด้านนี้ เป็นโรงเรียนคุณธรรมชั้นนำ ซึ่งโรงเรียนบ้านคำสะอาดก็เป็นโรงเรียนเครือข่ายคุณธรรมชั้นนำ เพื่อพัฒนาผู้เรียนตามแนววิถีพุทธอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ในความมุ่งหมายและหลักการในการจัดการศึกษา คือ “การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข” จึงถือได้ว่า โรงเรียนวิถีพุทธเป็นนวัตกรรมการจัดการศึกษาที่นำหลักธรรมในพระพุทธศาสนาให้มามีบทบาทในการพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นองค์รวมตามแนวที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเข้าใจธรรมชาติของโลกและฝึกให้ผู้เรียนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ทำให้ผู้เรียนเป็นคนดี มีความรู้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุขได้เป็นอย่างดีและยั่งยืน
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) กำหนดขึ้นบนพื้นฐานการเสริมสร้างทุนของประเทศทั้งทุนทางสังคม ทุนทางเศรษฐกิจ และทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง ยึดคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา และนำเอา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อมุ่งสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน ดังนั้นยุทธศาสตร์การพัฒนาคนและสังคมไทย จึงให้ความสำคัญในลำดับสูงกับการพัฒนาคุณภาพคน กระทรวงศึกษาธิการมีความตระหนักและให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนซึ่งเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา และที่มุ่งเน้นการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาประเทศ จึงทำให้ยุทธศาสตร์เพื่อดำเนินการโครงการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรู้จักใช้ชีวิตที่พอเพียง เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่าง ๆ ฝึกการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และแบ่งปัน มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรม ค่านิยม และเอกลักษณ์ของความเป็นไทย (กระทรวงศึกษาธิการ. 2550 : 9) การนำแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาขับเคลื่อนสู่สถานศึกษา เพื่อประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและการบริหารจัดการสถานศึกษา เพื่อให้เกิดผลดีต่อผู้เรียนที่จะได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันและยังส่งผลการนำสู่การปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่อง ถึงผู้บริหาร ครู บุคลากร ผู้ปกครอง และชุมชนด้วย จึงได้น้อมนำเอาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์ เข้ากับหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อที่สถานศึกษาจะได้ฝึกผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในทุกกลุ่มสาระวิชาให้มีคุณภาพสูงขึ้นไปด้วย
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จึงนำมากำหนดการดำเนินงานตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาขึ้น และกำหนดวิสัยทัศน์ ถือเป็นองค์กรหลักในการจัดการและส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ประชากรวัยเรียนอย่างทั่วถึง มีคุณธรรมนำความรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีคุณภาพตามมาตรฐานและหลักการสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2550 : 1) คือยึดโรงเรียนเป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจ (School Based Decision Marion) ประการที่สอง การมี ส่วนร่วม (Participation) ของบุคลากรและการกระจายอำนาจ(Decentralization) ด้านบริหาร จัดการศึกษา ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านบริหารบุคคล และด้านบริหารทั่วไป
ปัจจัยสำคัญยิ่งอีกประการหนึ่ง คือผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้นำองค์กรจะต้องเป็นผู้มีภาวะผู้นำ เป็นแบบอย่าง มีกลยุทธ์ มีเป้าหมาย พานำ พาทำ นำสู่การปฏิบัติจริง ส่งผลต่อผู้เรียนเป็นสำคัญ ทีมงานมีความตระหนักในการปฏิบัติหน้าที่จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยยึดหลักตามแผนกลยุทธ์ ของสถานศึกษา ปฏิบัติจริงตามโครงการพัฒนาทั้งงานวิชาการ งานบุคลากร งานงบประมาณ และงานบริหารทั่วไป ทั้งนี้ต้องอาศัยผู้บริหารสถานศึกษาที่มีทักษะการบริหารที่มีภาวะผู้นำ ทำงานเป็นทีม มีเป้าหมายร่วมกัน ประสานกับชุมชน ผู้ปกครอง ซึ่งจะส่งผลให้สถานศึกษาเป็นสถานศึกษาที่มีคุณภาพ ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม ส่งผลให้ชุมชน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจ จะส่งผลให้มีการพัฒนา การจัดการศึกษาให้เจริญ เกิดผลดีต่อผู้เรียน สถานศึกษา ผู้เรียน อย่างยั่งยืนต่อไป
สถานศึกษาจึงเป็นหน่วยงานที่สำคัญ ที่จะต้องจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานการศึกษา ภารกิจหลักของโรงเรียนคือการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนบรรลุจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังที่โรงเรียนบ้านคำสะอาดมีเป้าหมายในการจัดการศึกษา ให้เป็นสถานศึกษาและนักเรียนที่มีคุณภาพ โดยมีการดำเนินการตามมาตรฐานและประกันคุณภาพภายใน เพื่อนำสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเพื่อรองรับการประเมินภายนอก โดยยึดหลักการตามแนววิถีพุทธ และเศรษฐกิจพอเพียง
โรงเรียนบ้านคำสะอาด ตั้งอยู่เลขที่ 211 บ้านคำสะอาด หมู่ที่ 1 ตำบลคำสะอาด อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร เขต 2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอนระดับก่อนประถมศึกษามีอนุบาลปีที่ 1 และอนุบาลปีที่ 2 การศึกษาขั้นพื้นฐานมี 3 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษามีช่วงชั้นที่ 1 ประกอบด้วยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 ช่วงชั้นที่ 2 ประกอบด้วยชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 และช่วงชั้น ที่ 3 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ประกอบด้วยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3
ในปีการศึกษา 2551 มีจำนวนนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา จำนวน 77 คน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วงชั้นที่ 1 – 2 มีจำนวนนักเรียน 196 คน และช่วงชั้นที่ 3 ระดับมัธยมศึกษาที่ 1 – 3 มีจำนวนนักเรียน 146 คน รวมนักเรียนทั้งสิ้น 419 คน
มีจำนวน บุคลากร 19 คน ดังนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียน 1 คน รองผู้อำนวยการ 1 คน ครูผู้สอน 17 คน อัตราครู : นักเรียน 1 : 20 อัตราครูตามเกณฑ์ ก.ค. 24 คน ขาดเกณฑ์ 5 คน สภาพสังคมเศรษฐกิจและชุมชน ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม รวมกันอยู่
เป็นกลุ่มใหญ่ มีวัฒนธรรมแบบไทยพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอพยพมาจากจังหวัดอุบลราชธานี มาตั้งหลักแหล่งใหม่ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์มากกว่าแหล่งเดิม ชอบรื่นเริงสนุกสนานตามประเพณีไทย นับถือศาสนาพุทธ เป็นชุมชนที่เคยเป็นสถานที่กันดารมาก่อน ปัจจุบันมีความเจริญมากขึ้น ผู้ปกครองส่งเสริมสนับสนุนให้บุตรได้ศึกษาเล่าเรียน โรงเรียนมีเขตบริการรับนักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียน คือ หมู่บ้านคำสะอาด หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 8 และหมู่ ที่ 12 ส่วนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น นอกจากทางโรงเรียนจะรับนักเรียนจาก 3 หมู่บ้านดังกล่าวแล้ว ทางโรงเรียนยังรับนักเรียนที่จบช่วงชั้นที่ 2 จากโรงเรียนบ้านดงจันทูหนองไผ่ราษฎร์บำรุง โรงเรียนบ้านปลวกธาตุโสภาวิทยา โรงเรียนบ้านหนองหมากแซว และโรงเรียนบ้านยางคำ เข้าเรียนในช่วงชั้นที่ 3 ด้วย
รายงานการประเมินคุณภาพภายนอกโรงเรียนบ้านคำสะอาด สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน) (2548 : ก – ข) ได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกจาก สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา เมื่อวันที่ 4 - 6 กรกฎาคม 2548 โดยผลการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาได้พิจารณาตามมาตรฐาน 3 ด้าน คือ ด้านผู้เรียน ด้านครูผู้สอน และด้านผู้บริหาร ซึ่งสรุปได้ดังนี้
1. ผลการประเมินด้านผู้เรียน
ระดับก่อนประถมศึกษา
ผู้เรียนมีวินัย สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องได้ มีมารยาทและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย รู้จักจัดเก็บสิ่งของเครื่องใช้ สมุด มีการออมทรัพย์ ผู้เรียนมีสุขภาพแข็งแรง สถิติการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุมีจำนวนเล็กน้อย มีน้ำหนัก ส่วนสูง และสมรรถภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ร่าเริงแจ่มใส และมีสุขนิสัยที่ดี ผู้เรียนขาดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้เรียนมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษาเกี่ยวกับการแต่งกาย ทรงผม มาเรียนทันเวลา เข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง มีสัมมาคารวะ เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่สถานศึกษาจัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ซื่อสัตย์สุจริต ทรัพย์สินสิ่งของสูญหายมีน้อย ผู้เรียนมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการ มีการค้นคว้าหาความรู้จากห้องสมุดและสื่อ ต่าง ๆ มีน้ำหนักส่วนสูง และสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์มาตรฐาน ร่างเริงแจ่มใส มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยด้านศิลปะ และกีฬา
ผู้เรียนขาดการพัฒนาด้านการคิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ คิดไตร่ตรอง ความกระตือรือร้นสนใจใฝ่รู้และเรียนรู้จากแหล่งต่าง ๆ และทักษะการทำงานเป็นทีม รักการทำงาน มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพ
ที่สุจริต
ระดับก่อนประถมศึกษา
ผู้เรียนมีวินัย สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องได้ มีมารยาทและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย รู้จักจัดเก็บสิ่งของเครื่องใช้ สมุด มีการออมทรัพย์ ผู้เรียนมีสุขภาพ
2. ผลการประเมินด้านครูผู้สอน
ครูรู้เป้าหมายของการจัดการศึกษาและเป้าหมายของหลักสูตร เข้าใจมาตรฐานของผู้เรียนตามหลักสูตร เนื่องจากสถานศึกษาได้ดำเนินการให้คณะครูทำการวิเคราะห์หลักสูตร จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เฉพาะกลุ่มสาระวิชาหลัก ครูส่วนใหญ่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ได้สอนตรงตามวิชาเอก/โท และความถนัด ครูได้รับการอบรมพัฒนาตนเองไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง ต่อปี
ควรพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญให้ครบทุกกลุ่มสาระวิชา ทุกระดับชั้น และการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองมากขึ้น การปรับปรุงบรรยากาศในห้องเรียน เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น ส่งเสริมให้ผู้เรียนฝึกคิด ฝึกปฏิบัติ และการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองเพิ่มเติมจากการเรียนในชั้นเรียนมีการเชื่อมโยงประสบการณ์กับชีวิตจริงในชุมชนให้มากขึ้น ครูควรนำผลการประเมินมาพัฒนาผู้เรียนอย่างจริงจัง



3. ผลการประเมินด้านผู้บริหาร
ผู้บริหารจัดโครงสร้างองค์กรการบริหารอย่างเป็นระบบ มีแผนภูมิ มีการวางแผนเชิงกลยุทธ์ บริหารงานโดยยึดหลักการมีส่วนร่วมในรูปคณะกรรมการ ส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชนในการพัฒนาการศึกษา ผู้บริหารเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ทันต่อการเปลี่ยนแปลง มีมนุษยสัมพันธ์ มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นแบบอย่างที่ดี และสนับสนุนการพัฒนาและประเมินครูให้เป็นครูมืออาชีพอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
ควรพัฒนาการส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การบริหารพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา กิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักแสวงหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง และการพัฒนาทักษะการคิดของผู้เรียน การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ภายในสถานศึกษาให้เอื้อต่อการเรียนรู้ และการส่งเสริมกิจกรรมประชาธิปไตย การทำงานร่วมกับผู้อื่น มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และส่งเสริมให้ครู
ผลิตสื่อการสอนและให้สื่อมากขึ้น
สรุปจากการสังเคราะห์ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์กรมหาชน) หรือ สมศ. (2548 : ค) รายมาตรฐานที่จะต้องพัฒนา ซึ่งมีผลเกณฑ์คุณภาพมาตรฐานระดับ พอใช้ มีดังนี้
ระดับก่อนประถมศึกษา
มาตรฐานที่ 4 ผู้เรียนมีความรู้และทักษะเบื้องต้น
มาตรฐานที่ 5 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
มาตรฐานที่ 6 ผู้เรียนรักการเรียนรู้ มีทักษะในการแสวงหาความรู้
มาตรฐานที่ 9 ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
มาตรฐานที่ 12 ผู้เรียนมีสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรี และ การเคลื่อนไหว
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
มาตรฐานที่ 4 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์
มาตรฐานที่ 6 ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
มาตรฐานที่ 9 ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต
รายมาตรฐาน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีรายมาตรฐานที่ต้องปรับปรุง มีดังนี้
มาตรฐานที่ 5 ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร
จากผลการรายงาน จุดแข็ง จุดอ่อน และความต้องการพัฒนา โรงเรียนบ้านคำสะอาด จึงได้สร้างกรอบความคิด แผนงาน และกลยุทธ์เพื่อพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานโดยเฉพาะการประเมินภายนอกจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์กรมหาชน) ในรอบที่สอง ผลการประเมินนักเรียนมีคุณภาพตามที่หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด คือ นักเรียนเป็นคนดี เป็นคนเก่ง และมีความสุข

วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนตามตามแนววิถีพุทธ และหลักเศรษฐกิจพอเพียง
2. เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามตามแนววิถีพุทธและหลักเศรษฐกิจพอเพียง
3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของข้าราชการครูและบุคลากร ผู้เรียน ผู้ปกครองและชุมชนตามแนววิถีพุทธและหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ขอบเขตของการวิจัย
ขอบเขตของการวิจัยสามารถศึกษาให้อยู่ในกรอบของการทำงาน ดังนี้ คือ
1. การวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษากระบวนการทำงานตามวงจร P D C A สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี (2541 : 26 – 27) เพื่อศึกษากระบวนการบริหารในโรงเรียนดังนี้
1.1 การวางแผน (Plan)
1.2 การลงมือทำ (Do)
1.3 การตรวจสอบ หรือประเมิน (Check)
1.4 การลงมือแก้ไข และปรับปรุง (Action)
2. การวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาการดำเนินงานระบบประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านคำสะอาด จากมาตรฐานการศึกษา ดังนี้
2.1 มาตรฐาน สำนักงานรับรองมาตรฐานและการประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน) หรือ สมศ. (2549 : 47 – 48)
ด้านผู้เรียน
มาตรฐานที่ 1 ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์
มาตรฐานที่ 2 ผู้เรียนมีสุขนิสัย สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
มาตรฐานที่ 3 ผู้เรียนมีสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา
มาตรฐานที่ 4 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์
มาตรฐานที่ 5 ผู้เรียนมีความรู้และทักษะจำเป็นตามหลักสูตร
มาตรฐานที่ 6 ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
มาตรฐานที่ 7 ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต
ด้านครู
มาตรฐานที่ 8 ครูมีคุณวุฒิ/ความรู้ความสามารถตรงกับงานที่รับผิดชอบ และมีครูเพียงพอ
มาตรฐานที่ 9 ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ด้านผู้บริหาร
มาตรฐานที่ 10 ผู้บริหารมีภาวะผู้นำและมีความสามารถในการบริหารจัดการ
มาตรฐานที่ 11 สถานศึกษามีการจัดองค์กร โครงสร้าง และการบริหารงานอย่างเป็นระบบ ครบวงจรให้บรรลุเป้าหมายการศึกษา
มาตรฐานที่ 12 สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมและการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
มาตรฐานที่ 13 สถานศึกษามีหลักสูตรที่เหมาะสมกับผู้เรียนและท้องถิ่น มีสื่อการเรียนการสอนที่เอต่อการเรียนรู้
มาตรฐานที่ 14 สถานศึกษาส่งเสริมความสัมพันธ์ และความร่วมมือกับชุมชนในการพัฒนาการศึกษา
2.2 มาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ (2549 : 3)
มาตรฐานที่ 2 เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม
3. การวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาโครงการและกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนเป็นคนดี เป็นคนเก่ง และเป็นคนดีมีความสุข ในปีการศึกษา 2550 - 2551
4. กรอบกลยุทธ์ในการวิจัยของโรงเรียนบ้านคำสะอาด ซึ่งได้ศึกษาเอกสารจาการอบรม สัมมนาและรวบรวมจากประสบการ จาการบริหารงานที่เริ่มจากการเป็นครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่และผู้อำนวยการโรงเรียน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 จนถึงปัจจุบัน





















ขอบเขตของการวิจัยสามารถแบ่งแยกเป็นตัวแปรต้นและตัวแปรตาม ดังนี้ คือ
ตัวแปรต้น
รูปแบบการดำเนินการพัฒนาโรงเรียนและผู้เรียนตามแนววิถีพุทธและ
เศรษฐกิจพอเพียง โดยยึดมาตรฐานจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา จำนวน 2 ด้าน ประกอบด้วย
1. ด้านโรงเรียน
1.1 การบริหารจัดการ
1.2 การพัฒนาบุคลากร
1.3 การพัฒนาข้อมูลสารสนเทศและประชาสัมพันธ์
1.4 การพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้
2. ด้านนักเรียน
2.1 การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม
2.2 การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์
2.3 การพัฒนาทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
2.4 การพัฒนาส่งเสริมสุขภาพ ศิลปะ ดนตรี และกีฬา
ตัวแปรตาม
1. โรงเรียนและ ผู้เรียนมีคุณภาพ ตามแนววิถีพุทธและเศรษฐกิจพอเพียง
2. ความพึงพอใจของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ได้แก่ ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง โรงเรียน นักเรียน และ ชุมชน เมื่อโรงเรียนและผู้เรียน
ได้รับการพัฒนาตามแนววิถีพุทธและเศรษฐกิจพอเพียง

ความหมายหรือนิยามคำศัพท์เฉพาะ
1. การวิจัยเชิงปฏิบัติการ(Action Research) เป็นการวิจัยที่ต้องการทราบข้อเท็จจริงในการแก้ปัญหา และพัฒนาในโรงเรียนบ้านคำสะอาด โดยใช้กระบวนการศึกษาบุคลากรในโรงเรียนร่วมกันทำงานและตัดสินใจอย่างมีพันธะต่อกัน เพื่อมุ่งมั่นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น โดยใช้การปฏิบัติใน 3 ขั้นตอน คือ การวางแผน การปฏิบัติการ และการสะท้อนผลกลับของการปฏิบัติการ
2. การพัฒนาคุณภาพโรงเรียน หมายถึง…………………………………………
3. นักเรียนมีคุณภาพ หมายถึง………………………………………………..
4. กิจกรรมโรงเรียนตามแนววิถีพุทธ หมายถึง กิจกรรมที่สถานศึกษาทั่วไป ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร เขต 2 นำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาใช้ หรือ ประยุกต์ให้ในการบริหารจัดการและพัฒนาผู้เรียนโดยรวมของสถานศึกษา เน้นกรอบการพัฒนาตามหลัดไตรสิกขาอย่างบูรณาการ ผู้เรียนได้เรียนรู้ พัฒนาการกิน อยู่ ดู ฟัง ให้เป็น โดยผ่านกระบวนการทางวัฒนธรรม เสริมสร้างปัญญา และมีวัฒนธรรมแห่งความเมตตา เป็นฐานในการดำเนินชีวิต
5. การประเมินผลกิจกรรม หมายถึง กระบวนการในการเก็บรวบรวมข้อมูลของการดำเนินการจัดกิจกรรมในโรงเรียน เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาตรวจสอบพิจารณาว่า การจัดกิจกรรมบรรลุเป้าหมายของกิจกรรมในโครงการมากน้อยเพียงใด
6. การประเมินแบบซิปป์โมเดล หมายถึง รูปแบบการประเมินของสตัฟเฟิลบีม (Stuffbeam)เป็นการประเมินเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและสารสนเทศเพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจหาทางเลือกที่เหมาะสม ซึ่งประกอบไปด้วยการประเมิน 4 ด้าน คือ
6.1 ด้านบริบท() หมายถึง การประเมินความเหมาะสม ด้านหลักการและเหตุผลของกิจกรรม วัตถุประสงค์ของกิจกรรม ความเหมาะสมของกิจกรรม และนโยบายการจัดกิจกรรมของโรงเรียน
6.2 ด้านปัจจัยนำเข้า() หมายถึง การประเมินความเหมาะสม ด้านผู้รับผิดชอบแต่ละกิจกรรม การดำเนินงานในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ระยะเวลา วัสดุอุปกรณ์ งบประมาณ กายภาพและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องในการจัดกิจกรรม
6.3 ด้านกระบวยการ() การประเมินความเหมาะสม ด้านการวางแผนการจัดกิจกรรม การมีส่วนร่วม ขั้นตอนการดำเนินงาน การนิเทศติดตาม การประเมินผลในกระบวนการจัดกิจกรรม กิจกรรมพื้นฐานวิถีชีวิต กิจกรรมบูรณาการเสริมเนื้อหาตามหลักสูตร กิจกรรมประจำวัน/ประจำสัปดาห์ กิจกรรมเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และกิจกรรมพิเศษอื่น ๆ
6.4 ด้านผลผลิต() การประเมินความเหมาะสมเป็นการประเมินด้านการบรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม ความพึงพอใจของผู้เรียน การนำกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของผู้เรียน
5. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามแนววิถีพุทธ หมายถึง……………………..
6. การพัฒนาคุณภาพโรงเรียนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงหมายถึง………….
7. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงหมายถึง………….
8. การพัฒนาคุณภาพโรงเรียนตามแนววิถีพุทธและเศรษฐกิจพอเพียงหมายถึง…
9. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามแนววิถีพุทธและเศรษฐกิจพอเพียงหมายถึง….
9. กลยุทธ์ หมายถึง แนวทางการปฏิบัติงานในโรงเรียน มี 2 ประการ ดังนี้
9.1 กลยุทธ์พัฒนาโรงเรียนหมายถึง กลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ซึ่งกันและกันได้แก่ การบริหารจัดการ การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาข้อมูลสารสนเทศและประชาสมพันธ์ การพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนา ดำเนินการโดยใช้บุคคลเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงาน
9.1.1 การบริหารจัดการ หมายถึง ผู้บริหารมีภาวะผู้นำ มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถในการบริหารจัดการ มีการจัดองค์กร โครงสร้างและบริหารงานอย่างเป็นระบบ
9.1.2 การพัฒนาบุคลากรหมายถึงการพัฒนาบุคลากรด้านคุณธรรมจริยธรรม และความรู้ ประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งทางด้านวิชาการและด้านวิชาชีพของตนเอง
9.1.3 การพัฒนาข้อมูลสารสนเทศและประชาสัมพันธ์หมายถึงการพัฒนาข้อมูลสารสนเทศทั้งงานวิชาการ งานบุคลากร งานงบประมาณ และงานบริหารทั่วไปและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
9.1.4 การพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ หมายถึง การร่วมมือสัมพันธ์ บริการโรงเรียน ให้ความช่วยเหลือชุมชน และชุมชนร่วมมือสัมพันธ์บริการให้ความช่วยเหลือโรงเรียนในการพัฒนาการศึกษา
9.2 กลยุทธ์พัฒนาผู้เรียนหมายถึง การดำเนินการ ส่งเสริมความสามารถของผู้เรียนที่มีความถนัดและความสนใจพิเศษให้เกิดทักษะความรู้ ที่เกี่ยวกับแนววิถีพุทธและเศรษฐกิจพอเพียง
9.2.1 การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม หมายถึงการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้เกิดทักษะ และนำไปปฏิบัติตามแนววิถีพุทธและเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
9.2.2 การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ หมายถึงการจัดกิจกรรมโครงงาน ตามโครงการจัดนิทรรศการแสดงผลงานนักเรียน โดยเน้นการทำงานร่วมกันตามแนววิถีพุทธ และเศรษฐกิจพอเพียง
9.2.3 การพัฒนาทักษะการแสวงความรู้ด้วยตนเอง หมายถึงการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน ให้ร่วมคิด ร่วมทำ และแก้ปัญหาร่วมกัน ตามแนววิถีพุทธและเศรษฐกิจพอเพียง
9.2.4 การพัฒนาส่ง เสริมสุขภาพ หมายถึงการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนให้พึ่งตนเองในการปฏิบัติตนในการรักษาสุขภาพ ร่างกาย การรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ร่วมกิจกรรมกีฬา การออกกำลังกายทุกรูปแบบ เพื่อให้ร่างกายมีความสมบูรณ์ อยู่ในสังคม วิถีพุทธและเศรษฐกิจพอเพียง อย่างมีความสุข
10.ความพึงพอใจในการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ผู้เรียน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงหมายถึง ความพึงพอใจต่อผลการพัฒนาโรงเรียนและผู้เรียนของ ครู บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง และ ชุมชน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เป็นแนวทางในการปรับปรุง การดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและผู้เรียนให้มีมาตรฐานการศึกษาตามแนววิถีพุทธและเศรษฐกิจพอเพียง
2. เป็นแนวทางในการนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผลของโรงเรียนให้บรรลุเป้าหมายและประสบผลสำเร็จ
3. เป็นการค้นพบกิจกรรมที่ส่งเสริมให้โรงเรียน และผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา และตามแนววิถีพุทธและเศรษฐกิจพอเพียง

โพสต์โดย นายสุพัฒน์ ต้นสาย : [17 พ.ย. 2552]
อ่าน [2403] ไอพี : 125.26.246.236
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม