ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานผลการใช้ชุดกิจกรรมผังความคิดพิชิตปัญหา

ชื่อเรื่อง รายงานผลการใช้ชุดกิจกรรมผังความคิดพิชิตปัญหาที่มีต่อความสามารถในการแก้
โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณและความคงทนในการเรียน
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเจ้าแม่หลวงอุปถัมภ์ 2

ผู้ศึกษา นางปราณี มีลาภ

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม
ผังความคิดพิชิตปัญหาที่มีต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณและความคงทนในการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ก่อนและหลังเรียน เพื่อศึกษาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณและและความคงทนในการเรียน รวมทั้งศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมผังความคิดพิชิตปัญหากลุ่มเป้าหมายที่ใช้ใน
การศึกษาเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเจ้าแม่หลวงอุปถัมภ์ 2 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ปีการศึกษา 2550 จำนวน 35 คน และปีการศึกษา 2551 จำนวน 45 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมผังความคิดพิชิตปัญหาจำนวน 4 ชุด 27 กิจกรรม 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะการแก้โจทย์ปัญหา จำนวน 4 ฉบับ 4) แบบวัด
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และ 5) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมผังความคิดพิชิตปัญหา เครื่องมือทั้งหมดได้ผ่านการตรวจพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญและปรับปรุงแก้ไขแล้ว เพื่อใช้เก็บรวบรวมข้อมูลจริงจากกลุ่มเป้าหมาย ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยร้อยละ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่าที
ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้
1. ชุดกิจกรรมผังความคิดพิชิตปัญหาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2550 และ 2551 มีประสิทธิภาพ (E1 / E2 ) เท่ากับ 78.16 / 79.00 และ 79.04 / 79.75 ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ คือ 75/75
2. คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมผังความคิดพิชิตปัญหา ในปีการศึกษา 2550 ในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 79.00 และร้อยละของจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์มีค่าเท่ากับร้อยละ 91.43 ส่วนปีการศึกษา 2551 ในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 93.33 และร้อยละของจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์มีค่าเท่ากับร้อยละ 97.78
3. เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบก่อนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีดังนี้
1) คะแนนการทดสอบทักษะการแก้โจทย์ปัญหาหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2550 ด้านทักษะการอ่านและวิเคราะห์โจทย์ปัญหา ด้านวางแผนแก้ปัญหาโดยสร้างผังความคิด ด้านคำนวณตามแผนโดยแสดงวิธีทำ ด้านตรวจสอบคำตอบและรวมทั้ง 4 ด้าน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
2) คะแนนการทดสอบทักษะการแก้โจทย์ปัญหาหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2551 ด้านทักษะการอ่านและวิเคราะห์โจทย์ปัญหา ด้านวางแผนแก้ปัญหาโดยสร้างผังความคิด ด้านคำนวณตามแผนโดยแสดงวิธีทำ ด้านตรวจสอบคำตอบและรวมทั้ง 4 ด้าน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4. คะแนนความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมผังความคิดพิชิตปัญหา ปีการศึกษา 2550 ในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยคิดเป็น
ร้อยละ 74.30 และร้อยละของจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์มีค่าเท่ากับร้อยละ 88.57 ส่วนปีการศึกษา 2551 ในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 74.30 และร้อยละของจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์มีค่าเท่ากับร้อยละ 88.57
5. คะแนนความคงทนในการเรียนและคะแนนทดสอบหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมผังความคิดพิชิตปัญหาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2550 และ 2551 ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
6. ความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนคณิตศาสตร์โดยใช้
ชุดกิจกรรมผังความคิดพิชิตปัญหา ปีการศึกษา 2550 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.12 โดยที่ประเด็นที่ 8 ชุดกิจกรรมนี้ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนเป็นคนมีเหตุผลมากน้อยเพียงใด มีคุณภาพสูงสุดอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.60 ส่วนข้อความอื่น ๆ นอกนั้นมีคุณภาพอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยระหว่าง 3.86 - 4.40 ส่วนปีการศึกษา 2551 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.17 โดยที่ประเด็นที่ 6 นักเรียนนำการสร้างผังความคิดมาใช้ในการแก้โจทย์ปัญหาได้มากน้อยเพียงใดและประเด็นที่ 8 ชุดกิจกรรมนี้ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนเป็นคนมีเหตุผลมากน้อยเพียงใด มีคุณภาพสูงสุดอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.57 ส่วนข้อความอื่น ๆ นอกนั้นมีคุณภาพอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยระหว่าง 3.86 - 4.43

โพสต์โดย ปราณี มีลาภ : [31 ม.ค. 2552]
อ่าน [818] ไอพี : 117.47.144.54
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม