ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยการบริหาร แบบมีส่วนร่วม โรงเรียนบ้านตรำดม

รายงานผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยการบริหาร
แบบมีส่วนร่วม โรงเรียนบ้านตรำดม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์เขต 1
ผู้ประเมิน นางนุชนาฏ จิตขาว
ปีที่ประเมิน 2555

บทคัดย่อ
การประเมินโครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการบริหารแบบมีส่วนร่วม โรงเรียนบ้านตรำดม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินโครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการบริหารแบบมีส่วนร่วม โรงเรียนบ้านตรำดม ในปีการศึกษา 2555 โดยใช้รูปแบบการประเมินโครงการ แบบ CIPP MODEL ของ Stufflebeam ซึ่งประเมินใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านบริบทของโครงการ ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต โดยมีกลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 13 คน ครูและบุคลากร จำนวน 9 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน และ ผู้ปกครองนักเรียนจำนวน 13 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถาม เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) มี 5 ระดับและแบบบันทึกรายการ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ คือ ร้อยละ(Percentage) ค่าเฉลี่ย (Arithmetic Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
ผลการประเมินโครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการบริหารแบบมีส่วนร่วม โรงเรียนบ้านตรำดม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 พบว่า
1. ผลการประเมินบริบทหรือสภาวะแวดล้อมของโครงการซึ่งมี 1 ตัวชี้วัด คือ ความเหมาะสมของสภาวะแวดล้อม พบว่า อยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมินเมื่อพิจารณาแต่ละข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การจัดบรรยากาศ มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการดำเนินโครงการ และการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา ผู้ปกครองชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและคณะกรรมการสถานศึกษา ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การประสานระหว่างบุคลากรทำให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินโครงการและการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและการปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียนในโรงเรียน
2. ผลการประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการซึ่งมี 1 ตัวชี้วัด คือ ความพร้อมของปัจจัยในการดำเนินงานตามโครงการ พบว่า อยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาแต่ละข้อพบว่า พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ผู้บริหารโรงเรียนให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมในโครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการบริหารแบบมีส่วนร่วม ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถในการปฏิบัติงาน
3. ผลการประเมินกระบวนการของโครงการ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินทั้ง 5 ตัวชี้วัดคือ
3.1 ขั้นเตรียมการดำเนินการตามโครงการ มีผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาแต่ละข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ มีการประชุมเตรียมการ ในการจัดกิจกรรมเร่งรัดพื้นฐาน กิจกรรมปิดประตูสู่เป้าหมาย และกิจกรรมชื่นชม สร้างสรรค์ ให้รางวัล แก่นักเรียน ครู ผู้ปกครองนักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษา ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานแต่ละกิจกรรมในโครงการสอดคล้องกับความรู้ความสามารถและความถนัด
3.2 ขั้นการดำเนินกิจกรรมเร่งรัดพื้นฐาน มีผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาแต่ละข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ นักเรียนมีความสมัครใจในการเรียนในช่วงเช้า และมีความมุ่งมั่น ตั้งใจในการเรียนสม่ำเสมอ ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ กิจกรรมการเรียนการสอนในช่วงเช้า 07.30 น. และหลังเรียน 14.30 น.เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้มีทักษะพื้นฐานในการเรียนเพิ่มขึ้น
3.3 ขั้นการดำเนินกิจกรรมปิดประตูสู่เป้าหมาย มีผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาแต่ละข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ กิจกรรมปิดประตูสู่เป้าหมาย เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้มีความรู้ ควบคู่กับการมีทักษะในการดำรงชีวิต การอยู่ร่วมกับผู้อื่น ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การเปลี่ยนสถานที่เรียน เปลี่ยนหน้าครู โดยนำนักเรียนไปเรียนกับโรงเรียนในกลุ่มตำบล และต่างตำบล ทำให้นักเรียนมีความกระตือรือร้น และสนุกกับการเรียน 3.4 ขั้นดำเนินกิจกรรมชื่นชม สร้างสรรค์ ให้รางวัล มีผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาแต่ละข้อ พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ผู้บริหาร คณะครู กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียน ได้นำนักเรียนไปทัศนศึกษา ที่ จ.จันทบุรี ตามความประสงค์ของนักเรียนหลังจากประกาศผลการสอบ O-NET ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ผู้บริหาร คณะครู กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ขวัญกำลังใจและสนับสนุนอาหาร เครื่องดื่มอย่างเพียงพอ ณ สนามสอบ O-NET
3.5 ขั้นประเมินผล และรายงานผลโครงการ มีผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และผ่านเกณฑ์การประเมินเช่นกันเมื่อพิจารณาแต่ละข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ
การบริหารแบบมีส่วนร่วมเป็นการร่วมมือกันทำงานของครูทุกคน ผู้ปกครองนักเรียน กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีส่วนสนับสนุนให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้น ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การวิเคราะห์และนำผลการประเมินมาพัฒนา ปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง
4. ผลการประเมินผลผลิตของโครงการ พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินทั้ง 4 ตัวชี้วัด คือ
4.1 ความพึงพอใจของครูบุคลากรที่มีต่อโครงการมีผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณา แต่ละข้อ พบว่า ข้อที่มีความพึงพอใจสูงสุด คือ กิจกรรมเร่งรัดพื้นฐานทำให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นและมีวินัยในการเรียน, ครูและบุคลากร คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียนมีส่วนร่วมในการสนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรมในโครงการอย่างต่อเนื่อง ,กิจกรรมชื่นชม สร้างสรรค์ ให้รางวัลเป็นการให้แรงเสริมนักเรียน ในการเรียนยิ่งขึ้น และกิจกรรมในโครงการส่งผลให้นักเรียนมีทักษะและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้สูงขึ้น ส่วนข้อที่มีความพึงพอใจต่ำสุด คือ ผู้ปกครองนักเรียน ให้การสนับสนุน ต่อกิจกรรมในโครงการและเห็นความสำคัญของกิจกรรมเป็นอย่างดี
4.2 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อโครงการมีผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สัด เมื่อพิจารณาแต่ละข้อ พบว่า ข้อที่มีความพึงพอใจสูงสุด คือ ผู้บริหารให้ความเอาใจใส่ ให้ขวัญกำลังใจ นักเรียนทำให้นักเรียนมีความตั้งใจ และความมุ่งมั่นในการดำเนินกิจกรรมอย่างมีความสุข และกิจกรรมชื่นชม สร้างสรรค์ ให้รางวัล เป็นการให้แรงเสริมกับนักเรียนในการเรียนยิ่งขึ้น ส่วนข้อที่มีความพึงพอใจต่ำสุด คือ กิจกรรมเร่งรัดพื้นฐาน ทำให้นักเรียนมีความกระตือรือร้น และมีวินัยในการเรียน
4.3 ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียน ที่มีต่อโครงการมีผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาแต่ละข้อ พบว่า ข้อที่มีความพึงพอใจสูงสุด คือ การร่วมกิจกรรมปิดประตูสู่เป้าหมาย เป็นกิจกรรมที่ดี ทำให้นักเรียนได้รับความรู้ และมีความสุขในการเรียน และผู้บริหารเอาใจใส่ ให้ขวัญกำลังใจ นักเรียนทำให้นักเรียนมีความตั้งใจ และความมุ่งมั่นในการดำเนินกิจกรรมอย่างมีความสุข ส่วนข้อที่มีความพึงพอใจต่ำสุด คือ กิจกรรมในโครงการส่งผลให้นักเรียนมีทักษะและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้สูงขึ้น
4.4 ความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาที่มีต่อโครงการมีผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาแต่ละข้อ พบว่า ข้อที่มีความพึงพอใจสูงสุด คือ กิจกรรมเร่งรัดพื้นฐาน ทำให้นักเรียนมีความกระตือรือร้น และมีวินัยในการเรียน ,การร่วมกิจกรรมปิดประตูสู่เป้าหมาย เป็นกิจกรรมที่ดี ทำให้นักเรียนได้รับความรู้และมีความสุขในการเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษา ดูแลเอาใจใส่ให้การสนับสนุนกิจกรรมโครงการอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ส่วนข้อที่มีความพึงพอใจต่ำสุด คือ ครูและบุคลากร คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน มีส่วนร่วมในการสนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรมในโครงการอย่างต่อเนื่อง
5. ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนบ้านตรำดม
ปีการศึกษา 2554 และปีการศึกษา 2555 พบว่า โดยภาพรวม ในปีการศึกษา 2555 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าปีการศึกษา 2554 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา มีร้อยละของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นสูงกว่ากลุ่มสาระอื่น และกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีร้อยละของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นต่ำกว่ากลุ่มสาระอื่น ซึ่งผ่านการประเมินทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
6. ผลการประเมินการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียน ครูและบุคลากร กรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน และองค์การบริหารส่วนตำบล ในการดำเนินโครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยการบริหารแบบมีส่วนร่วม ในด้านร้อยละการร่วมกิจกรรมสูงกว่าร้อยละด้านการระดมทรัพยากรงบประมาณ

โพสต์โดย nut : [1 พ.ค. 2556 เวลา 20:26 น.]
อ่าน [700] ไอพี : 223.205.103.30
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม