ครม. มีมติให้ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูฯ และร่างพระราชบัญญัติสภาครูฯ นำมาพิจารณาต่อ

ครม. มีมติให้ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูฯ และร่างพระราชบัญญัติสภาครูฯ นำมาพิจารณาต่อ

สืบเนื่องจาก รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และให้กลับไปใช้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และแก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ซึ่งมีสาระสำคัญ ให้ คณะกรรมการชุดต่าง ๆ เช่น คณะกรรมการข้าราชการครู (ก.ค.ศ.) คณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) กำหนดให้มีครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมเป็นคณะกรรมการ ด้วย

ต่อมามีพรรคการเมืองอื่นอีก 2 พรรค ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งเป็นร่างเดียวกันและใกล้เคียงกันมาก ขึ้นมาประกบ และพรรคภูมิใจไทย ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.... และร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.... สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาในคราวเดียวกันมีมติรับหลักการ (วาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ) และให้ร่างพระราชบัญญัติของพรรคภูมิใจไทย ทั้งสองร่างเป็นร่างหลักและตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นพิจารณา

จากการที่สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ได้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ ทั้งสองฉบับ อยู่ในขั้นตอน ดังนี้

สำหรับร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.... คณะกรรมการคณะกรรมาธิการวิสามัญแล้วเสร็จ นำเข้าพิจารณาในวาระที่สองและสาม มีมติเห็นชอบแล้วได้นำเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อพิจารณาต่อไป

ส่วนร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการการศึกษาพ.ศ.... คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จ ยังไม่ทันนำเข้าวาระที่ 2 (เห็นชอบรายมาตรา) และวาระที่ 3 (เห็นชอบทั้งฉบับ) ของสภาผู้แทนราษฎร แต่มีประกาศยุบสภาเสียก่อน จึงทำให้กฎหมายทั้งสองฉบับตกไป เมื่อมี คณะรัฐมนตรีชุดใหม่และหากคณะรัฐมนตรีเห็นควรให้พิจารณาต่อไปก็ให้ขอความเห็นชอบจากรัฐสภา

ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ครม. คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติ ทั้งสองฉบับ ต่อรัฐสภา ร่วมกับกฎหมายอื่น ร่างพระราชบัญญัติอื่นอีกหนึ่งฉบับ รวมทั้งหมดสามฉบับ

สาระสำคัญประการหนึ่งที่เป็นประโยชน์ต่อครูก็คือ ครูที่ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่ต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน หากเป็นกรณีไม่ได้เกิดจากการทุจริต

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการการศึกษา ในสถานศึกษาอื่น ไปรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ที่ไม่มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่สามารถแต่งตั้งได้จะแต่งตั้งได้แต่เพียง ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษาศึกษาแห่งนั้นเท่านั้นจึงรักษาการในตำแหน่งได้ ปัจจุบันมีปัญหาในโรงเรียนดังกล่าวอาจไม่มี ข้าราชการหรืออาจจะไม่มีความเหมาะสม เช่น กรณีบางโรงเรียนมีข้าราชการครูตำแหน่งครูผู้ช่วย เพียงคนเดียว เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีสาระสำคัญ คือมีการปรับองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ขึ้นใหม่ ให้อยู่ในความรับผิดชอบของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นต้น

มาตามกันต่อว่า รัฐสภา จะให้การเห็นชอบให้พิจารณาต่อหรือไม่ หากเห็นชอบ วุฒิสภาก็จะพิจารณาร่างระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.... ในวาระที่ 1 รับหลักการ และคณะกรรมาธิการวิสามัญ วาระที่ 2 พิจารณาลงมติรายมาตรา และวาระที่ 3 ลงมติเห็นชอบทั้งฉบับ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็จะนำร่าง พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ... ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว นำมาพิจารณา วาระที่ 2 (ลงมติรายมาตรา) และวาระที่ 3 (ลงมติเห็นชอบทั้งฉบับ) จากนั้นก็จะนำเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อพิจารณาในวาระที่หนึ่งถึงสาม หากผ่านก็จะมีการนำขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้า ลงพระปรมาภิไธย ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้ต่อไป 

ที่มา เฟซบุ๊ค สุรวาท ทองบุ : Surawat Thongbu

โพสต์เมื่อ 13 พ.ค. 2569 อ่าน 200 ครั้ง

จัดทำเว็บไซต์โดย นายอดิศร ก้อนคำ (ครูโจ้)

ดูในหน้าเว็บปกติ