Radiesse ให้ผลลัพธ์อะไร? ทำงานอย่างไร? ทำไมถึงควรฉีด?

เทรนด์งานผิวกำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการดูแลทั้งผิวชั้นนอกและฟื้นฟูจากภายใน โดยเฉพาะการเสริมและกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อทดแทนส่วนที่ลดลงตามวัย เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนได้น้อยลง ส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ เกิดริ้วรอย และขาดความชุ่มชื้น
นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอกอย่างมลภาวะและไลฟ์สไตล์ ทำให้การดูแลผิวพื้นฐานอาจไม่เพียงพออีกต่อไป การมีตัวช่วยในการฟื้นฟูผิวควบคู่กับการดูแลตัวเอง จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ผิวกลับมาดูสุขภาพดีและแข็งแรงมากขึ้น
Radiesse เป็นตัวช่วยฟื้นฟูผิวจากภายในที่กำลังได้รับความนิยม โดยทำหน้าที่เป็น Biostimulator กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระดับโครงสร้างผิว ช่วยให้ผิวค่อย ๆ แข็งแรง แน่น และดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
จุดเด่นคือไม่ได้ใช้สารกลุ่ม HA แบบฟิลเลอร์ทั่วไป และไม่ใช่สารในกลุ่มเดียวกับไหม (เช่น PDO, PLLA) แต่มีส่วนประกอบหลักเป็น Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ในรูปแบบไมโครสเฟียร์ ซึ่งเป็นสารที่มีความเข้ากันได้ดีกับร่างกาย และพบได้ในเนื้อเยื่อกระดูกตามธรรมชาติ
CaHA ถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์มาอย่างยาวนาน มีความปลอดภัยสูง ไม่กระตุ้นการแพ้ และสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ อีกทั้งยังผ่านการรับรองจากหลายองค์กร
เมื่ออายุมากขึ้น การสร้างคอลลาเจนจะลดลง ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและความกระชับ Radiesse จึงเข้ามาช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ลดริ้วรอย และทำให้ผิวกลับมาดูแข็งแรง อิ่มฟู และมีคุณภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ผลลัพธ์ของ Radiesse สามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลักตามการเปลี่ยนแปลงของผิวหลังทำ ดังนี้
หลังฉีด Radiesse ผิวจะดูอิ่มฟูขึ้นทันทีจากการเติมเต็มใต้ผิว คล้ายการเสริมวอลลุ่ม ช่วยให้ริ้วรอยตื้นขึ้นและผิวดูเรียบเนียนมากขึ้นในทันที
ในช่วงนี้ CaHA จะเริ่มออกฤทธิ์ กระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลาผ่านไป ตัวสารจะค่อย ๆ สลาย และถูกแทนที่ด้วยคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวเริ่มแน่นขึ้น นุ่มขึ้น และดูยืดหยุ่นมากขึ้น
เมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินถูกสร้างขึ้นเต็มที่ ผิวจะมีความหนาแน่น แข็งแรง และกระชับขึ้นอย่างชัดเจน ช่วยฟื้นฟูผิวที่หย่อนคล้อยให้ดีขึ้น พร้อมเสริมคุณภาพผิวในระยะยาวให้ดูสุขภาพดีมากขึ้น

ช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจนชนิดที่เป็นโครงสร้างหลักของผิว ทำให้ผิวแข็งแรงและแน่นขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนที่พบมากในผิวอ่อนวัย ทำงานร่วมกับ Type I เพื่อให้ผิวดูนุ่ม ยืดหยุ่น และสุขภาพดีขึ้น
ส่งเสริมการสร้างอีลาสติน ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ผิวคืนตัวได้ดี ลดความหย่อนคล้อย และทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์มากขึ้น
ช่วยเพิ่มสารที่ทำหน้าที่กักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ดูฉ่ำ และไม่แห้งกร้าน
ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดใต้ผิวดีขึ้น ทำให้ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารอย่างเพียงพอ ส่งผลให้ผิวดูสดใส มีเลือดฝาด และสุขภาพดีมากขึ้น
ช่วยฟื้นฟูผิวจากระดับลึก ทำให้โครงสร้างผิวแน่น แข็งแรง และทนต่อการเสื่อมสภาพได้ดีขึ้น
ปรับคุณภาพผิวโดยรวมให้ดีขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ผิวดูสุขภาพดี อิ่มฟู และดูอ่อนเยาว์มากขึ้น
ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์เดิมที่เสื่อมสภาพ เพิ่มความหนาแน่นของผิว ลดความหย่อนคล้อย และทำให้ผิวกระชับขึ้น
Radiesse และ Sculptra เป็นกลุ่ม Collagen Biostimulator เหมือนกัน แต่ใช้สารและให้ผลลัพธ์ต่างกันในรายละเอียด
ใช้สาร Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ในรูปแบบเจล พร้อมฉีด สามารถเห็นผลเรื่องความอิ่มฟูและยกกระชับได้ทันทีหลังทำ จากเนื้อเจลที่ช่วยเติมเต็มผิวในทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I และ Type III ในระยะยาว ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรง แน่น และกระชับ โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 1–2 ปี
ใช้สาร Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ที่เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนจากภายในโดยตรง ไม่ได้ให้วอลลุ่มทันทีหลังฉีด ต้องอาศัยเวลาให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในประมาณ 2–3 สัปดาห์ และชัดเจนในช่วง 2–3 เดือน หลังทำต้องมีการนวดตามหลัก Triple 5 เพื่อช่วยกระจายตัวยา ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 2 ปี
Radiesse เด่นเรื่องเห็นผลไว มีการเติมเต็มทันที และช่วยเสริมโครงสร้างผิวพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ในขณะที่ Sculptra เด่นเรื่องการฟื้นฟูแบบค่อยเป็นค่อยไป เน้นการสร้างคอลลาเจนใหม่จากภายในอย่างเป็นธรรมชาติ
Radiesse และ Rejuran แม้จะช่วยฟื้นฟูผิวเหมือนกัน แต่มีจุดเด่นและกลไกการทำงานที่ต่างกันอย่างชัดเจน
เป็น Biostimulator ที่มีลักษณะเป็นเจล ช่วยเติมเต็มผิวได้ทันทีหลังฉีด พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I และ Type III ในระยะยาว ทำงานในชั้นผิวลึก เน้นฟื้นฟูโครงสร้างผิว ยกกระชับ ลดความหย่อนคล้อย และเพิ่มความแน่นของผิว โดยผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1–2 ปี
เป็นกลุ่ม Skin Booster ที่ใช้สาร Polynucleotide (PN) จากปลาแซลมอน เน้นฟื้นฟูผิวระดับเซลล์ ช่วยซ่อมแซมผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ลดรอยแดง รอยดำ ฝ้า กระ และปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้น ทำงานในชั้นผิวตื้น ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 3–6 เดือน
Radiesse เหมาะกับการฟื้นฟูโครงสร้างผิวลึก เพิ่มความกระชับและวอลลุ่ม ในขณะที่ Rejuran เหมาะกับการฟื้นฟูผิวชั้นตื้น เน้นผิวใส ชุ่มชื้น และสุขภาพผิวโดยรวม
Radiesse เป็นโปรแกรมฟื้นฟูผิวในกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่ใช้สาร Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวลึก พร้อมให้ผลลัพธ์เรื่องความอิ่มฟูและยกกระชับได้ทันทีหลังฉีด
จุดเด่นของ Radiesse คือการฟื้นฟูผิวในระดับโครงสร้าง ทำให้ผิวแน่น แข็งแรง และยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยลดริ้วรอย เติมเต็มร่องลึก และปรับคุณภาพผิวโดยรวมให้ดูสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ผลลัพธ์จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้น และสามารถอยู่ได้นานประมาณ 1–2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว ฟื้นฟูผิวที่หย่อนคล้อย และเสริมความแข็งแรงให้ผิวจากภายใน โดยควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม
โพสต์เมื่อ 26 มิ.ย. 2569 อ่าน 723 ครั้ง
จัดทำเว็บไซต์โดย นายอดิศร ก้อนคำ (ครูโจ้)